ความกว้างของตลาด และความผันผวน
ความกว้างของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ (ความกว้างของตลาด = สัดส่วน/จำนวนหุ้นที่ขึ้นเมื่อเทียบกับทั้งหมด ใช้วัดว่าการขึ้นอยู่กระจายหรือกระจุกตัว) มุมมองนี้ถูกใช้เป็นเหตุผลว่าตลาดอาจมีโอกาสไปต่อในระยะกลาง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ “ความผันผวน” จะสูงขึ้น (ความผันผวน = ราคาขึ้นลงแรงและเร็ว) คริปโทเคอร์เรนซี (สกุลเงินดิจิทัล) กลับมาปรับลงต่อหลังเด้งขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน บิตคอยน์ (Bitcoin) ลดลงอีก หลังเพิ่งทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบหลายเดือนเมื่อสัปดาห์ก่อน ปีที่แล้วก็เคยเกิดรูปแบบคล้ายกัน คือ ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแรงทำให้ตลาดตกใจในช่วงแรก รายงานการจ้างงานเดือนมกราคม 2026 เพิ่มตำแหน่งงาน 280,000 ตำแหน่ง เทียบกับที่คาด 190,000 กำลังทำให้เกิดปฏิกิริยาแบบเดียวกัน ส่งผลให้ความคาดหวังของตลาดต่อ “การลดดอกเบี้ย” ปีนี้ลดจาก 3 ครั้งเหลือ 1 ครั้ง กลายเป็นแรงกดดันต่อหุ้น ความไม่แน่นอนนี้สะท้อนใน VIX (ดัชนีความกลัว วัดความผันผวนที่ตลาดคาดจากออปชันของ S&P 500) ที่ทรงตัวเหนือ 20 ต่อเนื่อง บอกว่านักลงทุนกำหนดราคาว่าข้างหน้าอาจมีความผันผวนมากขึ้น ต่างจากช่วงต้นปี 2025 ที่ตลาดขึ้นแบบกว้าง การขึ้นรอบนี้แคบ และถูกขับเคลื่อนโดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ไม่กี่ตัว สิ่งนี้ชี้ว่า การใช้ออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยงของสถานะซื้อ (hedge = ลดความเสี่ยงจากการถือสินทรัพย์) หรือซื้อ “พุท” (put = สัญญาออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) บนดัชนีตลาดที่กว้าง อาจเป็นแนวทางที่รอบคอบแนวโน้ม FTSE 100 และสินค้าโภคภัณฑ์
แนวคิดที่ว่า FTSE 100 เป็น “ที่พักเงินปลอดภัย” (safe haven = สินทรัพย์/ตลาดที่มักทนทานเมื่อความเสี่ยงสูง) ดูไม่น่าเชื่อถือเท่าเดิม ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งเคยเป็นแรงหนุนสำคัญในปี 2025 เริ่มอ่อนลง โดย Bloomberg Commodity Index (ดัชนีราคาสินค้าโภคภัณฑ์) ลดลง 3% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน สิ่งนี้ทำให้ FTSE 100 เสียแรงหนุนสำคัญเมื่อเทียบกับตลาดสหรัฐฯ มุมมองเชิงลบต่อบิตคอยน์ถูกต้อง เพราะการปรับลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2025 ทำให้ยังกลับไปยืนเหนือจุดสูงเดิมไม่ได้ “ความผันผวนโดยนัย” ของออปชันบิตคอยน์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี (ความผันผวนโดยนัย = ตัวเลขความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน แปลว่าตลาดคาดการแกว่งในอนาคตมากน้อยแค่ไหน) บ่งชี้ว่าความสนใจเชิงเก็งกำไรจากตลาดอนุพันธ์ลดลง (ตลาดอนุพันธ์/derivatives = เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน ฟิวเจอร์ส) ผู้เทรดอาจพิจารณาขาย “คอล” (call = สัญญาออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) หรือทำ “สเปรดขาลง” (bearish spread = กลยุทธ์ใช้ออปชันหลายขาเพื่อได้กำไรจากการลงและจำกัดความเสี่ยง) เพราะยังไม่เห็นปัจจัยหนุนให้ราคาพุ่งขึ้นแรง สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets