การเมืองอังกฤษกดดันปอนด์
เนื่องจากต้นสัปดาห์มีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรน้อย ความไม่แน่นอนทางการเมืองจึงทำให้ปอนด์เป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักที่อ่อนค่ามากที่สุด ยูโรได้แรงหนุนจากท่าที “เข้มงวด” ของธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ซึ่งหมายถึงการส่งสัญญาณพร้อมคงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อ ตลาดหันไปจับตา “จีดีพี” (GDP: ผลผลิตรวมในประเทศ หรือมูลค่าการผลิตสินค้าและบริการทั้งหมดของประเทศ) ไตรมาส 4 ฉบับเบื้องต้นของสหราชอาณาจักรในวันพฤหัสบดี โดยคาดว่าอัตราเติบโตแบบรายปีจะชะลอเหลือ 1.2% จาก 1.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ข้อมูลผลผลิตภาคการผลิต (Manufacturing Production: ปริมาณการผลิตของโรงงาน) ในเดือนธันวาคมคาดว่าจะทรงตัว ฝั่งยูโรโซนมีข้อมูลตามกำหนดประกาศค่อนข้างจำกัด แต่คำกล่าวของ ECB ช่วยพยุงยูโร คริสติน ลาการ์ด กล่าวว่าเงินเฟ้อน่าจะทรงตัวใกล้ 2% และลดความสำคัญของตัวเลข “CPI” (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ที่ออกมาต่ำในช่วงล่าสุด วันอังคาร รองประธาน หลุยส์ เด กินดอส กล่าวว่า การแข็งค่าล่าสุดของยูโรไม่ได้รุนแรง สะท้อนว่าอัตราดอกเบี้ยอาจคงที่ไปอีกระยะการวางสถานะตลาดและไอเดียการเทรด
ความปั่นป่วนทางการเมืองในสหราชอาณาจักรเป็นตัวขับหลักของการอ่อนค่าของปอนด์ เมื่อมีเสียงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ความไม่แน่นอนจึงกดดันตลาดอย่างชัดเจน และผลักให้อัตราแลกเปลี่ยน EUR/GBP ขยับเข้าใกล้ระดับ 0.8745 ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองนี้ทำให้นึกถึงปฏิกิริยาตลาดช่วงวิกฤต “งบประมาณย่อย” ปี 2022 (mini-budget: แผนงบประมาณ/มาตรการการคลังที่ประกาศฉับพลันและทำให้ตลาดกังวล) ซึ่งตอนนั้นปอนด์ร่วงทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลปลายปี 2025 ชี้ว่าเงินเฟ้อสหราชอาณาจักรยัง “เหนียว” อยู่ที่ 4.0% (sticky inflation: เงินเฟ้อลดลงยาก) ขณะที่ตัวเลข GDP วันพรุ่งนี้คาดว่าจะยืนยันว่าเศรษฐกิจชะลอ ทำให้เกิดสภาพคล้าย “เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตช้า” (stagflation: ค่าครองชีพสูง แต่เศรษฐกิจอ่อนแรง) ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อปอนด์ ในทางตรงกันข้าม ยูโรได้แรงหนุนจาก ECB ที่ยังแข็งกร้าว ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดของเดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ 2.8% ซึ่งยังสูงกว่า “เป้าหมาย 2%” ของ ECB มาก จึงรองรับการสื่อสารแบบเข้มงวด และลดโอกาสการลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ด้วยความไม่แน่นอนทางการเมืองที่สูง คาดว่า “ความผันผวนโดยนัย” ของปอนด์ (implied volatility: ค่าความผันผวนที่ตลาดคาดไว้จากราคาสัญญาออปชัน) จะเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า นักเทรดอาจพิจารณาซื้อ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิ แต่ไม่บังคับ ในการซื้อหรือขายที่ราคาที่กำหนด) เพื่อรับมือกับการแกว่งตัวที่แรงกว่าคาด เช่น การซื้อ “คอลออปชัน” บน EUR/GBP (call option: สิทธิในการซื้อ) จะช่วยได้กำไรหากราคาไปต่อขึ้น และจำกัดขาดทุนสูงสุดไว้ อีกแนวทางที่ตรงไปตรงมาคือ “ขายชอร์ต” สัญญา “ฟิวเจอร์ส” ของปอนด์ (short GBP futures: ขายสัญญาล่วงหน้าเพื่อหวังซื้อคืนถูกลง; futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผูกพันกัน) โดยเดิมพันว่าปอนด์จะอ่อนค่าต่อเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ภาพต่างกันชัดเจน: สหราชอาณาจักรเจอความเสี่ยงการเมืองและการเติบโตชะลอ ขณะที่ยูโรโซนมีธนาคารกลางที่เน้นสกัดเงินเฟ้อ ความต่างด้านพื้นฐานนี้หนุนมุมมองเชิงลบต่อปอนด์
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets