ยอดค้าปลีกอ่อนลงทำให้ตลาดคาดลดดอกเบี้ยมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดตามหลังรายงานยอดค้าปลีกสหรัฐ (US retail sales: ยอดขายสินค้าของร้านค้าปลีก ใช้ชี้ความแข็งแรงการใช้จ่ายผู้บริโภค) เดือนธันวาคมที่อ่อนลง โดยโต 0% จากเดือนก่อน เทียบกับที่คาดว่าจะเพิ่ม 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน (month-on-month: เทียบกับเดือนก่อน) ตัวเลขเดือนธันวาคมเป็นช่วงก่อนฤดูกาลจับจ่ายวันหยุด และเป็นข้อมูลก่อนที่ผลจากอากาศหนาวจัดผิดปกติในเดือนมกราคมจะสะท้อนออกมา ย้อนกลับไปต้นปี 2025 ข้อมูลสหรัฐที่อ่อนลงทำให้ตลาดปรับคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ธนาคารกลางสหรัฐ) ยอดค้าปลีกที่ต่ำกว่าคาดเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอจะกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีให้ลง และส่งผลชัดกับ USD/JPY ที่หลุด 155 ในช่วงนั้น รูปแบบคล้ายกันอาจกำลังก่อตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ล่าสุดดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (Consumer Price Index/CPI: ดัชนีเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนมกราคมแสดงว่าเงินเฟ้อชะลอลงมา 2.9% ต่ำกว่าที่คาดเล็กน้อย และยืนยันแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอ (disinflationary trend: เงินเฟ้อยังบวกอยู่แต่เพิ่มช้าลง) ขณะเดียวกันจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (jobless claims: จำนวนคนที่ยื่นขอเงินช่วยเหลือว่างงานใหม่) ก็สูงขึ้นในเดือนที่ผ่านมา เฉลี่ยราว 230,000 สะท้อนว่าตลาดแรงงานเริ่มตึงน้อยลง (tight labor market: หางานคนยาก แรงงานขาด) สิ่งนี้ทำให้ Fed funds futures เพิ่มโอกาส “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” (monetary easing: ลดดอกเบี้ยหรือทำให้สภาพคล่องผ่อนคลาย) อีกครั้ง โดยตลาดกำหนดความน่าจะเป็น 70% ว่าจะลดดอกเบี้ยภายในประชุมเดือนกรกฎาคม 2026 เหมือนที่เห็นปีก่อน การเปลี่ยนคาดการณ์นี้กดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และกด USD/JPY ตามมา ตอนนี้คู่เงินพยายามยืนเหนือ 151.00 ได้ยากกลยุทธ์ออปชันเพื่อรับมือความเสี่ยง USD/JPY ลง
ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า สภาพแวดล้อมนี้เหมาะกับกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หาก USD/JPY ลดลง การซื้อพุตออปชัน (put option: สิทธิในการ “ขาย” ในราคาที่กำหนด) เป็นวิธีที่ชัดเจนในการได้ประโยชน์ฝั่งขาลง ผู้เทรดจะรับความเสี่ยงจำกัด โดยจำกัดอยู่ที่ค่าเบี้ยประกัน (premium: เงินที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) แนวทางหนึ่งคือซื้อพุตเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2026 ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่มีสิทธิซื้อ/ขายตามสัญญา) แถว 149.00 ขณะนี้ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนในราคาออปชัน) อยู่ระดับปานกลางที่ 9.2% ทำให้ค่าออปชันยังไม่แพงมาก เป็นจุดที่เหมาะสำหรับวางแผนรับการปรับลง จากความต่างทิศทางนโยบาย (policy divergence: นโยบายการเงินของสองประเทศไปคนละทาง) ระหว่างเฟดกับธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan/BOJ: ธนาคารกลางญี่ปุ่น) อีกทางเลือกคือสำหรับผู้เทรดที่มองว่าฝั่งขึ้นเริ่มจำกัด สามารถขาย “สเปรดคอลขาลง” (bear call spread: กลยุทธ์ขายคอลใกล้ราคา และซื้อคอลไกลราคาสูงกว่าเพื่อจำกัดความเสี่ยง) โดยขายคอลที่ราคาใช้สิทธิ 152.50 และซื้อคอลที่ 154.50 เพื่อกันความเสี่ยง ผู้เทรดจะได้ค่าเบี้ยประกัน กลยุทธ์นี้จะได้กำไรหาก USD/JPY อยู่ต่ำกว่า 152.50 จนหมดอายุสัญญา (expiration: วันสิ้นสุดสิทธิของออปชัน) เหมาะกับตลาดที่แกว่งในกรอบหรือลง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets