แรงกดดันด้านอุปทานและอุปสงค์
ปริมาณพันธบัตรที่ออกขายยังส่งผลต่อพันธบัตรอายุยาว กระทรวงการคลังสหรัฐ (US Treasury) จะประมูลพันธบัตรใหม่อายุ 3 ปี 10 ปี และ 30 ปี ในสัปดาห์นี้ อุปทานเพิ่มขึ้นอีกจากการออกขายตราสารหนี้ (issuance: บริษัทออกพันธบัตรเพื่อระดมทุน) ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสกุลดอลลาร์และปอนด์ โดยดีลเหล่านี้มีอายุยาวถึง 40 ปีในสกุลดอลลาร์ และ 100 ปีในสกุลปอนด์ เรากำลังเห็นเส้นอัตราผลตอบแทนสหรัฐชันขึ้นชัดเจนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ อัตราผลตอบแทนระยะสั้นถูกกดลงจากสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอ (cooling economy: เศรษฐกิจโตช้าลง/แรงกดดันเงินเฟ้อลดลง) ขณะที่ฝั่งระยะยาวถูกกดดันจากการออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวนมาก สถานการณ์นี้คล้ายกับช่วงปลายปี 2025 รายงานการจ้างงานล่าสุดของเดือนมกราคม 2026 ซึ่งออกมาต่ำกว่าที่คาดที่ 195,000 ยืนยันแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอที่เห็นตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ผู้ซื้อขาย (traders) ประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed) อาจ “ผ่อนคลาย” มากขึ้น (dovish: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/ไม่เข้มงวด) และอาจนำไปสู่การลดดอกเบี้ยในช่วงหลังของปีนี้ ส่งผลให้สัญญาอนุพันธ์ที่อิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับราคา/อัตราอื่น) เช่น SOFR futures (สัญญาฟิวเจอร์สอ้างอิง SOFR: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นของสหรัฐ) สะท้อนความคาดหวังดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงแนวคิดการเทรดเมื่อเส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้น
ขณะเดียวกัน ฝั่งระยะยาวของเส้นอัตราผลตอบแทนถูกกดดันจากความกังวลเรื่องอุปทานและอุปสงค์ หากย้อนดูข้อมูลของกระทรวงการคลังช่วงปลายปี 2025 จะเห็นว่าการซื้อจากต่างชาติไม่เพียงพอที่จะรองรับการออกพันธบัตรในระดับสูง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เมื่อกระทรวงการคลังเตรียมประมูลตราสารหนี้ (notes and bonds: พันธบัตร/ตั๋วเงินรัฐบาลอายุต่างกัน) มากกว่า 120,000 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ข้างหน้า ความไม่สมดุลนี้จึงผลักดันให้อัตราผลตอบแทนระยะยาวสูงขึ้น สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ สภาพแวดล้อมนี้บ่งชี้ว่าควรวางตำแหน่งเพื่อให้ได้ประโยชน์หากเส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้นต่อ กลยุทธ์ที่เข้าใจง่ายคือใช้ฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาล (Treasury futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาล) “ซื้อ” ฝั่งระยะสั้น (เช่น พันธบัตร 2 ปี) และ “ขาย” ฝั่งระยะยาว (เช่น 10 ปีหรือ 30 ปี) พร้อมกัน การเทรดแบบนี้จะได้กำไรหากส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (yield spread: ช่องว่างระหว่างผลตอบแทนของสองช่วงอายุ) กว้างขึ้นตามที่คาด เราควรคาดว่าความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (interest rate volatility: ความแกว่งของอัตราผลตอบแทน/ดอกเบี้ย) จะเพิ่มขึ้นเมื่อแรงกดดันสองด้านปะทะกัน ผู้เทรดอาจพิจารณาซื้อออปชัน (options: สิทธิในการซื้อหรือขายในราคาและเวลาที่กำหนด) เช่น พุท (put: สิทธิขาย) บนฟิวเจอร์สพันธบัตรระยะยาว เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากอัตราผลตอบแทนระยะยาวพุ่งขึ้นแรง และควรติดตามตัวชี้วัดอย่างดัชนี MOVE (MOVE index: ดัชนีความผันผวนของตลาดพันธบัตรสหรัฐ) ซึ่งช่วงหลังปรับขึ้นจากระดับต่ำของปี 2025 สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets