ดัชนีต้นทุนการจ้างงานของสหรัฐฯ ในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 0.7% ต่ำกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8% ในค่าจ้าง

by VT Markets
/
Feb 10, 2026
ดัชนีต้นทุนการจ้างงานของสหรัฐ (Employment Cost Index: ECI—ตัวชี้วัดการเพิ่มขึ้นของค่าแรงและสวัสดิการแรงงาน) เพิ่มขึ้น 0.7% ในไตรมาส 4 ขณะที่คาดการณ์ไว้ 0.8% ผลจริงต่ำกว่าคาด 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ข้อมูลนี้ชี้ว่าต้นทุนการจ้างงานโตช้ากว่าที่คาดในไตรมาสนี้

การเติบโตของค่าแรงที่อ่อนลงบอกใบ้ว่าเฟดอาจเปลี่ยนนโยบายเร็วขึ้น

ECI ไตรมาส 4 ที่สะท้อนการเติบโตของค่าแรงอ่อนลง เป็นสัญญาณ “ผ่อนคลาย” (dovish—แนวโน้มสนับสนุนนโยบายดอกเบี้ยต่ำ/เข้มงวดน้อยลง) ที่สำคัญสำหรับเรา นั่นหมายความว่าแรงขับหลักของเงินเฟ้อกำลังชะลอเร็วเกินคาด จึงควรมองว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed—ธนาคารกลางของสหรัฐ) จะ “หันลำนโยบาย” (policy pivot—เปลี่ยนทิศทางนโยบาย เช่น จากคง/ขึ้นดอกเบี้ยไปสู่การลดดอกเบี้ย) เร็วกว่าที่คาด เพิ่มขึ้น ข้อมูล ECI ไม่ได้มาโดด ๆ แต่ไปในทิศทางเดียวกับรายงาน CPI เดือนมกราคม (Consumer Price Index—ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ที่ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation—เงินเฟ้อที่ตัดราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) ยังลดลงต่อไปสู่ราว 3.1% ส่งผลให้การคาดการณ์ของตลาดต่อการประชุมเฟดในอนาคตเปลี่ยนไป โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (rate futures—สัญญาล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ย) บน CME (Chicago Mercantile Exchange—ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้า) ตอนนี้บ่งชี้ว่าโอกาสมากกว่า 70% ที่จะมีการลดดอกเบี้ยภายใน/ก่อนการประชุมเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นชัดเจนจากไม่กี่สัปดาห์ก่อน สำหรับผู้ที่เทรดตราสารอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย (interest rate derivatives—สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับดอกเบี้ย เช่น ฟิวเจอร์ส/สวอป) ภาวะแบบนี้เอื้อต่อการวางตำแหน่งเพื่อให้ “ผลตอบแทนพันธบัตร” (yields—อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร) ลดลง เราควรพิจารณาถือสถานะซื้อ (long—ได้ประโยชน์เมื่อราคาเพิ่ม) ใน SOFR futures (ฟิวเจอร์สอ้างอิง SOFR—อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นแบบมีหลักประกันของสหรัฐ) และ Treasury note futures (ฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) เพื่อรับประโยชน์จากการปรับมุมมองของตลาดต่อเส้นอัตราดอกเบี้ย (rate curve—โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยตามอายุ เช่น 2 ปี 10 ปี) แนวโน้มระยะใกล้ของยีลด์ตอนนี้ดูมีโอกาสลดลงมากกว่าเพิ่มขึ้น ในตลาดหุ้น ความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะต่ำลงเป็นแรงหนุน โดยเฉพาะหุ้นเติบโต (growth—หุ้นที่คาดกำไรโตสูงในอนาคต) และกลุ่มเทคโนโลยี เราควรพิจารณาซื้อออปชันคอล (call options—สิทธิซื้อสินทรัพย์ในราคาที่กำหนด) หรือทำสเปรดคอลฝั่งบวก (bullish call spreads—กลยุทธ์ซื้อคอลและขายคอลอีกตัวเพื่อลดต้นทุน เหมาะเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) บนดัชนีอย่าง Nasdaq 100 และ S&P 500 ข้อมูลนี้ลดความเสี่ยง “ดอกเบี้ยสูงอยู่นาน” (higher for longer—ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน) ที่กดดันการประเมินมูลค่าหุ้น (equity valuations—ราคาหุ้นเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน)

การวางตำแหน่งสำหรับช่วงความผันผวนที่ต่ำลง

มุมมองนี้ยังหมายถึงความผันผวนของตลาด (volatility—ระดับการแกว่งของราคา) อาจลดลงเมื่อเส้นทางของเฟดคาดเดาได้มากขึ้น ดัชนี VIX (VIX—ตัวชี้ความผันผวนที่คำนวณจากราคาออปชันของ S&P 500) ที่ล่าสุดลดลงใกล้ 13 อาจลดลงอีก หากเรื่องราวเงินเฟ้อชะลอยังคงอยู่ เราอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนต่ำ เช่น การขายพรีเมียม (selling premium—ขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ย) ด้วยชอร์ตสแตรดเดิล (short straddles—ขายคอลและพุทที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังให้ราคาแกว่งน้อย) ในสินทรัพย์ที่ผันผวนน้อย

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code