ดอลลาร์ถูกกดดัน
ความเห็นของแฮสเซ็ตต์ยังทำให้ตลาดคาดหวังน้อยลงต่อรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคม (Nonfarm Payrolls หรือ NFP: จำนวนตำแหน่งงานที่เพิ่ม/ลดในสหรัฐ ยกเว้นภาคเกษตร เป็นตัวชี้วัดตลาดแรงงานสำคัญ) โดยการประกาศ NFP เลื่อนเป็นวันพุธ เพราะสัปดาห์ก่อนเกิดการปิดหน่วยงานรัฐบางส่วน (partial government shutdown: หน่วยงานรัฐบาลบางส่วนหยุดทำงานชั่วคราวเพราะงบประมาณไม่ผ่าน) ข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐที่จะประกาศภายหลังในวันอังคาร คาดว่าจะชะลอลงเล็กน้อยในเดือนธันวาคม การประกาศครั้งนี้ รวมถึงรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (Consumer Price Index หรือ CPI: ตัวเลขเงินเฟ้อจากราคาสินค้า/บริการที่ผู้บริโภคจ่าย) ในวันศุกร์ อาจเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงินสหรัฐ (monetary policy: การกำหนดดอกเบี้ยและมาตรการควบคุมสภาพคล่อง) และทิศทางดอลลาร์ในระยะใกล้ เยนยังแข็งหลังซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะการเลือกตั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นโยบายการคลังคาดว่าจะยังผ่อนคลาย (fiscal policy loose: รัฐใช้จ่ายมาก/กระตุ้นเศรษฐกิจ) ขณะที่แผนลดภาษีโดยไม่ออกหนี้ใหม่ (issuing new debt: การกู้เงินด้วยการออกพันธบัตรรัฐบาล) ทำให้ตลาดตอบสนองไม่รุนแรง รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ และผู้แทนด้านการทูตการเงิน อัตสึชิ มิมูระ เตือนเมื่อวันจันทร์ว่าจะดำเนินการทันทีหากมีแรงเก็งกำไร (speculative pressure: การซื้อขายเพื่อหวังกำไรระยะสั้นจนทำให้ค่าเงินผันผวน) กดดันเยน ซึ่งช่วยพยุง JPYมุมมองนโยบายเดือนกุมภาพันธ์
เมื่อเข้าสู่กุมภาพันธ์ 2026 แรงกดดันขาลงต่อดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น รายงานการจ้างงานปลายเดือนมกราคมที่อ่อนแอ ตามด้วยยอดค้าปลีกเดือนธันวาคม 2025 ที่ออกมา -0.3% ยืนยันว่าการใช้จ่ายผู้บริโภคชะลอลง ข้อมูลนี้ทำให้เรามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเย็นลงเร็วกว่าที่คาด รายงาน NFP เดือนมกราคมที่เลื่อนมาเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำ โดยออกมาเพิ่มเพียง 155,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาด 190,000 ความคลาดเคลื่อนนี้ทำให้ตลาดปรับคาดการณ์นโยบายเฟดมากขึ้น หากดูตลาดอนุพันธ์ (derivatives markets: ตลาดสัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน ใช้เก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง) จะเห็นว่าความน่าจะเป็นที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมมีนาคม 2026 เพิ่มเป็นมากกว่า 75% จากเพียงเดือนก่อน ฝั่งญี่ปุ่น แม้ตลาดจับตาแผนการคลังของนายกฯ ทาคาอิจิ แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan หรือ BoJ: ธนาคารกลางญี่ปุ่น) ยังเงียบและคงท่าทีระมัดระวัง อย่างไรก็ดี เรื่องหลักตอนนี้คือเฟดมีแนวโน้ม “เปลี่ยนท่าที” (pivot: เปลี่ยนจากคุมเข้มไปผ่อนคลาย เช่น จากขึ้นดอกเบี้ยเป็นลดดอกเบี้ย) ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีผลต่อเงินทุนไหลและค่าเงิน) ที่เคยหนุนดอลลาร์แคบลง ส่งผลให้เยนน่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกัน แม้ BoJ ยังไม่เปลี่ยนนโยบาย สำหรับผู้ค้า สถานการณ์นี้ชี้ว่า USD/JPY มีแนวโน้มลง (bearish: มุมมองว่าราคามีโอกาสลดลง) และกำลังทดสอบแนวรับ (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง) ใกล้ 152.50 การซื้อ “พุตออปชัน” (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลดลงหรือกันความเสี่ยง) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) แถว 152.00 หรือ 150.00 อาจเป็นทางเลือกเพื่อทำกำไรหากยังลดลงในสัปดาห์ถัดไป เรามองว่าระดับดังกล่าวมีโอกาสเกิด หากข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐในอนาคตออกมาอ่อนลงด้วย หลังการเคลื่อนไหวที่แรงเมื่อไม่นานนี้ ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ค่าที่สะท้อนว่าตลาด “คาด” การแกว่งของราคาในอนาคต ใช้คำนวณราคาออปชัน) ของออปชัน USD/JPY เริ่มเพิ่มขึ้น ผู้ค้าควรพิจารณากลยุทธ์อย่าง “สเปรดพุตขาลง” (bear put spreads: ซื้อพุตหนึ่งสัญญาและขายพุตอีกสัญญาที่ราคาต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไรสูงสุด) เพื่อคุมต้นทุนการซื้อออปชันและยังได้โอกาสจากการลง ควรติดตามการแทรกแซงด้วยคำพูด (verbal intervention: เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณ/ขู่จะดำเนินการเพื่อชะลอการอ่อน/แข็งของค่าเงิน) จากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น เพราะอาจชะลอการลงของคู่เงินได้ชั่วคราว
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets