การถกเถียงบนโซเชียลมีเดียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาให้ความสนใจไปที่ข้อกล่าวหาว่าบริษัทน้ำมัน “คิดราคาแพงเกินจริง” กับผู้บริโภค ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับสูงขึ้น การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมักถูกอธิบายว่า “ขึ้นเร็วลงช้า” ซึ่งยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าบริษัทต่าง ๆ กำลังฉวยโอกาสโกยกำไร อย่างไรก็ดี บทความนี้โต้แย้งว่าราคาหน้าปั๊มมักถูกเข้าใจผิด และประเด็นถกเถียงดังกล่าวดึงดูดข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับปัจจัยที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงของราคา
บทความชี้ว่าอุตสาหกรรมน้ำมันของสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญภาษีลาภลอย (windfall tax) สูงถึง 78% และมีความเป็นไปได้ว่าจะถูกปรับขึ้นเพิ่มเติมในงบประมาณ (Budget) ที่กำลังจะมาถึง นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบระหว่างเดือนกรกฎาคม 2008 ซึ่งน้ำมันดิบแตะ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กับระดับปัจจุบันราว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยแม้น้ำมันดิบจะถูกกว่าช่วงนั้น แต่ราคาหน้าปั๊มในสหราชอาณาจักรถูกระบุว่าสูงกว่าปัจจุบันเกือบ 30 เพนนี ซึ่งถูกนำไปใช้สนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องผู้บริโภคถูกคิดราคาแพงเกินจริง อย่างไรก็ตาม บทความโต้ว่า การเปรียบเทียบดังกล่าวละเลยตัวแปรหลายด้านที่กราฟง่าย ๆ ไม่สามารถสะท้อนได้
พลวัตตลาดพื้นฐานและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
เราจำเป็นต้องมองให้พ้นกระแสเสียงวิจารณ์ต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่สูง และโฟกัสไปที่กลไกตลาดพื้นฐานที่ขับเคลื่อนส่วนต่างราคา (spreads) เหล่านี้ ปัจจุบัน ณ ปลายเดือนกันยายน 2026 น้ำมันดิบเบรนท์ทรงตัวแถว 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ส่วนต่างกำไรค้าปลีกน้ำมันยังคงสูงอย่างเหนียวแน่นจากคอขวดในการกลั่นและต้นทุนขนส่ง สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ ความไม่สอดคล้องระหว่างราคามาตรฐานน้ำมันดิบกับราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเปิดโอกาสสำคัญในการเทรด “แคร็กสเปรด” (crack spread) หรือส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันดิบกับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการกลั่น
ในอดีต ช่วงที่น้ำมันพุ่งสูงสุดในปี 2008 ที่ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินปอนด์อังกฤษมีมูลค่าเกือบ 2.00 ดอลลาร์ ขณะที่ปัจจุบันซื้อขายกันต่ำกว่ามากใกล้ 1.32 ดอลลาร์ เนื่องจากน้ำมันกำหนดราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ เราจึงต้องตระหนักว่า การอ่อนค่าของสกุลเงินมีส่วนอย่างมากต่อการทำให้ต้นทุนหน้าปั๊มในวันนี้สูงขึ้น เราแนะนำให้นักเทรดอนุพันธ์ทำเฮดจ์สถานะพลังงานอย่างจริงจังด้วยออปชันฟอเร็กซ์ GBP/USD เพื่อป้องกันความผันผวนด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ซ้ำเติมกันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและโอกาสการเทรดตามฤดูกาล
ความเสี่ยงที่ภาษีลาภลอยของบริษัทพลังงานซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับสูงลิ่ว 78% อาจถูกปรับเพิ่ม เป็นอีกชั้นของความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่ไม่อาจมองข้ามก่อนถึงงบประมาณที่จะประกาศ ความไม่แน่นอนทางการเมืองนี้มีแนวโน้มผลักดันความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ในชุดออปชันของหุ้นพลังงานรายใหญ่ให้สูงขึ้นในช่วงเดือนข้างหน้า เราเสนอให้ซื้อกลยุทธ์สตรัดเดิล (straddles) หรือสตรังเกิล (strangles) บนหุ้นเหล่านี้เพื่อหาประโยชน์จากการแกว่งตัวรุนแรงของราคาที่คาดว่าจะเกิดรอบการประกาศนโยบาย
ยิ่งไปกว่านั้น เราควรจับตาฟิวเจอร์สน้ำมันทำความร้อนและน้ำมันเบนซินอย่างใกล้ชิด เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศหนาวลง ข้อมูลอุตสาหกรรมล่าสุดชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นเฉลี่ยอยู่ต่ำกว่า 90% เล็กน้อย ทำให้มีบัฟเฟอร์น้อยมากสำหรับเหตุหยุดชะงักที่ไม่คาดคิด ด้วยการเทรด “แคลเลนดาร์สเปรด” (calendar spreads) บนฟิวเจอร์สของผลิตภัณฑ์กลั่น เราสามารถฉวยประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ตามฤดูกาล โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงเชิงทิศทางเต็ม ๆ ในตลาดน้ำมันดิบที่มีความผันผวนสูง
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets