ทองคำจะกลับมาทดสอบระดับ 5,600 อีกครั้งในอีก 1–2 เดือนข้างหน้าหรือไม่? มุมมองเชิงเทคนิคและพื้นฐานที่ชัดเจน

by VT Markets
/
Feb 25, 2026

ประเด็นสำคัญ:

  • ทองคำยังเป็นขาขึ้นในระยะกลาง โดยมีแรงหนุนจากความตึงเครียดทางการค้า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการซื้อสะสมทองคำต่อเนื่องจากธนาคารกลาง
  • แรงกดดันหลักที่ทำให้ขึ้นต่อได้ยากคือ “ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า” ซึ่งยังคอยจำกัดการรีบาวด์ในระยะสั้น
  • เชิงเทคนิค หากราคายืนเหนือ “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average: MA)” 50 วัน และ 200 วันได้ โครงสร้างขาขึ้นยังไม่เสีย
  • มีโอกาสกลับไปทดสอบ 5,600 ภายใน 1–2 เดือน หากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ และดอลลาร์ทรงตัวหรืออ่อนค่า
  • ผู้เทรดควรเน้นซื้อเมื่อย่อตัว รอเบรกเอาต์ที่ยืนยันแล้ว และคุมความเสี่ยงอย่างมีวินัยในช่วงที่ราคาผันผวนสูง

ทองคำ เข้าสู่ช่วงสำคัญ คำถามไม่ใช่ว่าแรงส่งยังพอจะท้าทายจุดสูงสุดตลอดกาลล่าสุดที่ 5,600 ได้หรือไม่ แต่คือ “ตลาดมีแรงหนุนพอ” ที่จะไปถึงภายใน 1–2 เดือนข้างหน้าหรือไม่

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำแกว่งอยู่ใกล้จุดสูงสุด โดยมักจะย่อตัวเป็นระยะเมื่อดอลลาร์สหรัฐแข็งขึ้น หรือมีแรงขายทำกำไรเพิ่มขึ้น ภาพรวมจึงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างแรงหนุนขาขึ้นระยะยาว กับแรงย่อตัวระยะสั้น

วิเคราะห์พื้นฐาน: ทำไมทองคำยังมีแรงหนุนระยะยาว

ความตึงเครียดทางการค้าและภาษีนำเข้าสหรัฐ หนุนทองคำ (XAUUSD) เมื่อความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น

ความไม่แน่นอนด้านการค้าโลกยังสูง การพูดคุยเรื่อง “ภาษีนำเข้า (tariffs: ภาษีที่รัฐเก็บกับสินค้านำเข้า)” และความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเพิ่มมาตรการทางการค้า ทำให้ตลาดระวังมากขึ้น

ภาษีนำเข้ามักทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น กดให้ราคาสินค้าสูงขึ้น (เงินเฟ้อ) และพร้อมกันนั้นทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกช้าลง เมื่อ “เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอ” นักลงทุนมักหันไปหาสินทรัพย์ที่เน้นป้องกันความเสี่ยง

ในอดีต ทองคำมักได้ประโยชน์ในช่วงที่ภาพเศรษฐกิจไม่ชัด เพราะถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบาย และการที่เงินซื้อของได้น้อยลง

ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน: “พรีเมียมความเสี่ยง” ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (เหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่กระทบตลาด) โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ยังหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แม้บางช่วงการเจรจาดูดี แต่ความเสี่ยงที่จะบานปลายยังมีอยู่

ความไม่แน่นอนแบบนี้มักทำให้นักลงทุน “กลัวความเสี่ยงมากขึ้น” และทำให้ราคาพลังงานผันผวน ซึ่งทั้งสองอย่างมักส่งผลบวกต่อทองคำ “พรีเมียมความเสี่ยง (risk premium: ส่วนเพิ่มของราคา/ผลตอบแทนที่ตลาดเรียกร้องเพราะมีความเสี่ยงสูงขึ้น)” ช่วยคงความสนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะเวลาตลาดโดยรวมตึงเครียด

การซื้อทองคำของธนาคารกลางยังหนุนอุปสงค์ระยะยาวของ XAUUSD

นอกเหนือจากข่าวระยะสั้น การซื้อทองคำของธนาคารกลางเป็นแรงหนุนระยะยาวที่สำคัญ

ตลอดปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐยังซื้อสะสมทองคำในระดับสูง การซื้อแบบ “วางแผนระยะยาว” นี้ต่างจากเงินเก็งกำไรระยะสั้น และมักช่วยรองรับราคาเวลาราคาย่อตัว ทำให้ขาลงในระยะกลางจำกัดลง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า จำกัดโอกาสการขึ้นของทองคำ

อุปสรรคหลักต่อการกลับขึ้นแรงของทองคำยังเป็นดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อดอลลาร์แข็ง ทองคำจะ “ดูแพงขึ้น” สำหรับผู้ซื้อที่ใช้เงินสกุลอื่น จึงมักกดโอกาสการขึ้น ช่วงที่ทองคำย่อตัวล่าสุดก็มักเกิดพร้อมกับช่วงที่ดอลลาร์แข็งขึ้นและมีแรงขายทำกำไร

ถ้าทองคำจะขึ้นไปทาง 5,600 แบบยืนได้ ตลาดน่าจะต้องมีเงื่อนไขอย่างน้อยบางข้อดังนี้:

  • ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวหรืออ่อนค่า
  • ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังต่อเนื่อง
  • เงินเฟ้อยังสูง หรือเศรษฐกิจโดยรวมมีแรงกดดัน

วิเคราะห์เทคนิค: พฤติกรรมราคาให้สัญญาณอะไร

ทองคำยืนเหนือ MA 50 วัน และ MA 200 วันยังยืนยันแนวโน้มขาขึ้น

ในภาพใหญ่ ทองคำยังเป็นขาขึ้นชัดเจน

ตราบใดที่ราคายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 50 วัน เพื่อดูแนวโน้ม) แรงส่งระยะสั้นถึงกลางยังดูดี และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (ค่าเฉลี่ย 200 วันเพื่อดูแนวโน้มระยะยาว) อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันพอสมควร ยืนยันว่าแนวโน้มขาขึ้นโดยรวมยังไม่เสีย

ภายใต้เงื่อนไขนี้ การย่อตัวควรมองเป็นการพักฐาน มากกว่าการกลับเป็นขาลง

RSI ของทองคำบอกว่าแรงส่งกำลังพักตัว ไม่ใช่กลับแนวโน้ม

ดัชนี RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดแรงซื้อแรงขาย วัดความร้อนแรงของราคา) ควรใช้เพื่อดู “แรงส่ง” มากกว่าจะใช้เป็นสัญญาณซื้อขายโดยตรง

เมื่อ RSI ลดลงจากโซน “ซื้อมากเกินไป (overbought: ราคาขึ้นแรงจนมีโอกาสพัก/ย่อ)” มักหมายถึงการพักฐานในขาขึ้น สิ่งสำคัญคือราคาจะทรงตัวและสะสมแรงใหม่ได้หรือไม่ โดยไม่หลุดแนวรับสำคัญ

RSI ควรใช้ยืนยันภาพรวม ไม่ควรใช้ตัดสินใจซื้อขายเพียงอย่างเดียว

ทองคำ (XAUUSD) ทดสอบแนวต้านจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 5,600

จุดสูงสุดตลอดกาลเป็นระดับที่กระทบความรู้สึกของตลาดมาก

เมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน แรงขายทำกำไรมักเพิ่มขึ้น แต่ถ้าทะลุผ่านได้แบบชัดเจน มักดึงดูดแรงซื้อ “เบรกเอาต์ (breakout: ราคาทะลุแนวต้าน/แนวรับสำคัญและไปต่อ)”

ถ้าทองคำจะกลับไปทดสอบและอาจทะลุ 5,600 ภายใน 1–2 เดือน ตลาดน่าจะต้องทำสิ่งเหล่านี้:

  • แกว่งสะสมแรงใต้แนวต้าน
  • ผ่านโซนแนวต้านย่อยระหว่างทาง
  • เข้าใกล้ระดับดังกล่าวพร้อมแรงซื้อที่ต่อเนื่อง

ฉากทัศน์ 1–2 เดือนของทองคำ: เส้นทางสู่การเบรก 5,600

ฉากทัศน์สภาพตลาดผลที่คาด
กรณีหลักแรงเสียดทานเรื่องภาษีนำเข้ายังอยู่ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูง และดอลลาร์สหรัฐทรงตัว/อ่อนค่ากลับไปทดสอบ 5,600
กรณีทางเลือกดอลลาร์แข็งแรงมาก หรือเข้าสู่ภาวะ “รับความเสี่ยง” แบบมั่นใจ (risk-on: นักลงทุนกล้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น มากขึ้น)ย่อลึกกว่าเดิม (ชะลอขาขึ้น แต่ยังไม่ทำให้แนวโน้มเสีย)

กลยุทธ์เทรดทองคำที่ใช้ได้จริง

ซื้อเมื่อย่อตัวในขาขึ้น

เมื่อแรงหนุนภาพรวมยังเป็นขาขึ้น กลยุทธ์รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวมักได้ผล ผู้เทรดอาจพิจารณาซื้อแถวแนวรับสำคัญ หากราคายังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลักได้

ควรกำหนดความเสี่ยงให้ชัด โดยวางจุดตัดขาดทุน (stop-loss: จุดปิดเพื่อจำกัดการขาดทุน) ในระดับที่ถ้าราคาถึงแล้ว “เหตุผลของการเข้าเทรดไม่จริง”

เทรดเบรกเอาต์เหนือ 5,600

หากราคาทะลุ 5,600 แบบชัดเจน จะเปิดโอกาสให้ใช้กลยุทธ์เบรกเอาต์ แต่การไล่ซื้อทันทีตอนราคาพุ่งแรง มักทำให้ความคุ้มค่าเมื่อเทียบความเสี่ยง (risk-reward: กำไรที่คาดเทียบกับความเสี่ยง) แย่

วิธีที่มักดีกว่าคือรอ “ยืนยัน” เช่น ปิดรายวันเหนือแนวต้าน หรือรอให้ราคาย่อลงมาแบบคุมได้หลังเบรกแล้วค่อยเข้า

การเบรกจะยืนได้นานขึ้น หากมีปัจจัยหนุนระดับมหภาค (macro: ปัจจัยเศรษฐกิจภาพใหญ่) โดยเฉพาะดอลลาร์อ่อน หรือความตึงเครียดระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น

รับมือช่วงแกว่งตัวออกข้าง

หากทองคำแกว่งออกข้างใกล้จุดสูง การใช้กลยุทธ์แบบ “เล่นในกรอบ (range: ซื้อใกล้แนวรับ ขายใกล้แนวต้าน)” จะเหมาะกว่า พร้อมลดขนาดการถือครอง

ช่วงแกว่งในกรอบมักเกิด “หลอกเบรก (false breakout: ทะลุแล้วกลับเข้ากรอบ)” และความผันผวนระหว่างวันสูง จึงต้องคุมความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด

การบริหารความเสี่ยง: ข้อได้เปรียบที่สำคัญ

ทองคำมักแกว่งแรงหลังมีข่าวการเมืองระหว่างประเทศหรือข่าวเศรษฐกิจภาพใหญ่ จึงต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี

หลักสำคัญได้แก่:

  • หลีกเลี่ยงการเปิดสถานะใหม่ก่อนข่าวใหญ่
  • เคร่งครัดกับจุดตัดขาดทุน
  • ลดการใช้เลเวอเรจ (leverage: การยืมเงิน/ใช้มาร์จินเพื่อเพิ่มขนาดการเทรด) ในช่วงผันผวนสูง

การรักษาเงินต้นยังเป็นฐานของความสำเร็จระยะยาวในการเทรด

สิ่งที่ผู้เทรดต้องรู้


เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code