ประเด็นสำคัญ
- คำสั่งซื้อขายแบบราคา ณ ตลาด (Market Order) ใช้เมื่อผู้เทรดต้องการซื้อหรือขายทันทีที่ “ราคาตลาดล่าสุดที่มีอยู่”
- คำสั่งลิมิต (Limit Order) ให้ผู้เทรดกำหนด “ราคาที่ต้องการ” ก่อน ระบบจึงจะส่งคำสั่งเมื่อถึงเงื่อนไข
- คำสั่งสต็อป (Stop Order) จะเริ่มทำงานเมื่อราคาตลาดแตะ “ราคากระตุ้น (Stop Price)” ที่กำหนดไว้
- คำสั่งสต็อป-ลิมิต (Stop Limit Order) รวม “ราคากระตุ้น” และ “ราคาลิมิต” เพื่อควบคุมราคาที่จะถูกจับคู่ได้มากขึ้น
- ก่อนส่งคำสั่ง ผู้เทรดตรวจสอบได้ทั้งเลเวอเรจ (การใช้เงินกู้เพื่อขยายขนาดสถานะ), ปริมาณการเทรด (Volume), มาร์จิน (เงินค้ำประกัน), และการตั้งค่า TP/SL
- เข้าใจประเภทคำสั่งช่วยวางแผนจุดเข้า จุดออก และความเสี่ยงได้ชัดเจนขึ้น
การเลือกประเภทคำสั่งเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนเทรด แต่ละประเภทช่วยให้ผู้เทรดเลือกได้ว่าจะเข้าตลาดทันที รอราคาที่ต้องการ หรือให้เริ่มซื้อขายเมื่อราคาแตะระดับที่กำหนด
บนแอป VT Markets ผู้เทรดเลือกประเภทคำสั่งได้จากหน้าตั๋วคำสั่ง (trade ticket: หน้าตั้งค่าก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย) คู่มือนี้อธิบายการทำงานของ Market, Limit, Stop และ Stop Limit ว่าใช้เมื่อใด และใช้งานบนแอป VT Markets อย่างไร
ประเภทคำสั่งซื้อขายคืออะไร?
ประเภทคำสั่ง (order type) คือ “คำสั่ง” ที่ส่งให้แพลตฟอร์มเทรด เพื่อบอกว่าจะเปิดหรือปิดสถานะเมื่อไร และทำอย่างไร
บางคำสั่งถูกจับคู่ทันที บางคำสั่งเป็น “คำสั่งรอ (pending order: คำสั่งที่รอให้ถึงเงื่อนไขราคา)” จนกว่าราคาตลาดจะถึงระดับที่กำหนด ช่วยให้ควบคุมจุดเข้าและการบริหารสถานะได้ดีขึ้น
ตารางด้านล่างสรุปประเภทคำสั่งหลักในคู่มือนี้
| ประเภทคำสั่ง | วัตถุประสงค์หลัก | การใช้งานที่พบบ่อย |
| Market Order | เปิด/ปิดสถานะทันที | เมื่ออยากให้ระบบจับคู่เร็ว |
| Limit Order | กำหนดราคาที่ต้องการก่อนจับคู่ | เมื่ออยากเข้าที่ราคาดีกว่า |
| Stop Order | เริ่มทำงานเมื่อราคาแตะระดับที่กำหนด | เมื่อเทรดตามการทะลุแนว/แรงส่งราคา |
| Stop Limit Order | มีทั้งราคากระตุ้นและราคาลิมิต | เมื่ออยากควบคุมการจับคู่ของคำสั่งรอ |
ประเภทคำสั่งช่วยวางแผนเทรดอย่างไร
ประเภทคำสั่งช่วยให้วางแผนก่อนเข้าตลาด แทนการไล่ตามราคาแบบไม่มีแผน ผู้เทรดกำหนดจุดเข้า จุดออก และระดับความเสี่ยงล่วงหน้าได้
ประเภทคำสั่งช่วยให้ผู้เทรด:
- กำหนดจุดเข้าให้ชัด
- วางแผนจุดออกก่อนเปิดสถานะ
- คุมความเสี่ยงด้วยจุดตัดขาดทุน (Stop-loss/SL: ตั้งราคาปิดอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่รับได้)
- ตั้งเป้ากำไรด้วยจุดทำกำไร (Take-profit/TP: ตั้งราคาปิดอัตโนมัติเมื่อกำไรถึงเป้า)
- ลดการตัดสินใจแบบหุนหัน
- ทำตามแผนเทรดได้สม่ำเสมอขึ้น
ตัวอย่างเช่น ใช้ Limit Order เพื่อรอจุดเข้าที่ต้องการ แล้วตั้ง SL เพื่อจำกัดขาดทุน และตั้ง TP เพื่อปิดทำกำไรเมื่อถึงราคาเป้าหมาย
แนวทางนี้ช่วยให้การเทรดเป็นระบบมากขึ้น
วิธีใช้ประเภทคำสั่งบนแอป VT Markets
ผู้เทรดเลือกประเภทคำสั่งได้จากหน้าตั๋วคำสั่งบนแอป VT Markets ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: ไปที่แท็บ Trades
เปิดแอป VT Markets แล้วแตะ Trades ที่แถบเมนูด้านล่าง
หน้าจอนี้จะแสดงสินทรัพย์ที่เลือก ราคา Bid/Ask แบบเรียลไทม์ (ราคาซื้อ/ราคาขาย), การตั้งค่าคำสั่ง, สถานะที่เปิดอยู่, คำสั่งรอ และประวัติการเทรด

ขั้นตอนที่ 2: เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด
แตะชื่อสินทรัพย์ด้านบนของหน้าจอเทรด (🔻)

ระบบจะแสดงรายการสินทรัพย์ คุณสามารถค้นหาหรือเลือกตามหมวด เช่น ฟอเร็กซ์ (forex: ซื้อขายค่าเงิน), สินค้าโภคภัณฑ์ (commodities: เช่น ทองคำ น้ำมัน) หรือดัชนี (indices: ดัชนีหุ้น) แล้วแตะสินทรัพย์ที่ต้องการ
ตัวอย่างสินทรัพย์ที่อาจพบ เช่น EURUSD, XAUUSD, BTCUSD, NAS100 หรือ GBPUSD ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบัญชีและภูมิภาคที่ให้บริการ

ขั้นตอนที่ 3: เลือกประเภทคำสั่ง
หลังเลือกสินทรัพย์แล้ว แตะช่องประเภทคำสั่ง เพื่อเลือกได้ เช่น
- Market
- Limit
- Stop
- Stop Limit
ช่องข้อมูลบนตั๋วคำสั่งจะเปลี่ยนตามประเภทที่เลือก เช่น Market Order ไม่ต้องกำหนดราคาเข้าซื้อ/ขาย แต่ Limit, Stop และ Stop Limit ต้องกำหนดระดับราคา
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบหรือปรับเลเวอเรจ
ก่อนส่งคำสั่ง ผู้เทรดตรวจสอบเลเวอเรจ (leverage: การใช้เงินค้ำประกันน้อยเพื่อควบคุมสถานะขนาดใหญ่) ของบัญชีได้
เลเวอเรจช่วยเพิ่มโอกาสกำไร แต่เพิ่มโอกาสขาดทุนด้วย ควรเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้
วิธีตรวจสอบหรือปรับเลเวอเรจบนแอป VT Markets:
1. แตะไอคอนตั้งค่ามุมขวาบนของหน้าจอเทรด

2. เลือก Leverage ใน Trade Settings

3. ในหน้า Leverage ตรวจสอบ Current Leverage (เลเวอเรจปัจจุบัน)
4. แตะ Leverage Change เพื่อดูตัวเลือกเลเวอเรจ
5. เลือกระดับเลเวอเรจให้เหมาะกับสไตล์เทรดและความเสี่ยงที่รับได้

6. อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน
7. ติ๊กยอมรับ Terms and Conditions
8. แตะ Confirm เพื่อส่งคำขอเปลี่ยนเลเวอเรจ

หมายเหตุ: ตัวเลือกเลเวอเรจอาจต่างกันตามประเภทบัญชี สินทรัพย์ ระดับอิควิตี้ (equity: มูลค่าสุทธิของบัญชี) และเงื่อนไขการเทรด บางกรณีอาจต้องมีเงินในบัญชีเพียงพอหรือผ่านเงื่อนไขก่อนจึงส่งคำขอได้
ขั้นตอนที่ 5: ใส่ปริมาณการเทรด
ใส่ปริมาณการเทรดเป็น “ล็อต (lot: หน่วยขนาดสัญญามาตรฐาน)” แล้วปรับด้วยปุ่มลบ/บวก

ปริมาณการเทรดมีผลต่อขนาดสถานะและมาร์จิน (margin: เงินค้ำประกันที่ต้องวางเพื่อเปิดสถานะ) ก่อนส่งคำสั่งควรดูข้อมูลบัญชีบนตั๋วคำสั่ง เช่น อิควิตี้ มาร์จิน ฟรีมาร์จิน (free margin: เงินค้ำประกันที่ยังเหลือใช้ได้) และมาร์จินเลเวล (margin level: สัดส่วนอิควิตี้เทียบกับมาร์จิน)
ขั้นตอนที่ 6: เพิ่ม Take profit/Stop loss หากต้องการ
ติ๊ก TP/SL เพื่อตั้งจุดทำกำไร (TP) และจุดตัดขาดทุน (SL) ก่อนส่งคำสั่ง

คำสั่ง TP คือการปิดสถานะเมื่อราคาถึงเป้ากำไร ส่วนคำสั่ง SL คือการปิดสถานะเมื่อราคาถึงระดับขาดทุนที่กำหนด
การตั้ง TP/SL ช่วยกำหนดจุดออกก่อนเข้าตลาด
ขั้นตอนที่ 7: แตะ Buy หรือ Sell
เมื่อกำหนดประเภทคำสั่ง ระดับราคา เลเวอเรจ ปริมาณการเทรด และ TP/SL แล้ว ให้แตะ Buy หรือ Sell
สำหรับ Market Order ระบบจะส่งคำสั่งทันทีที่ราคาตลาดล่าสุดที่มีอยู่ ส่วนคำสั่งรอ เช่น Limit, Stop หรือ Stop Limit จะรอจนกว่าจะเข้าเงื่อนไขราคา
Market Order คืออะไร?
Market Order คือคำสั่งซื้อหรือขายทันทีที่ “ราคาตลาดล่าสุดที่มีอยู่”
มักใช้เมื่ออยากเข้า/ออกสถานะอย่างรวดเร็ว หลังส่งคำสั่ง ระบบจะพยายามจับคู่ที่ราคาที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น
Market Order บนแอป VT Markets ทำงานอย่างไร
หลังเลือกสินทรัพย์ ให้เลือกประเภทคำสั่งเป็น Market
เพราะ Market Order จับคู่ตามราคาตลาด ช่องราคาจะแสดงว่าเป็นการเข้าที่ราคาตลาด ผู้เทรดใส่แค่ปริมาณการเทรด ตั้ง TP/SL หากต้องการ แล้วแตะ Buy หรือ Sell

กรณีที่มักใช้ Market Order
มักใช้เมื่อ:
- ต้องการเข้าตลาดทันที
- ต้องการปิดสถานะเร็ว
- เทรดช่วงตลาดคึกคัก
- ให้ความสำคัญกับ “ความเร็ว” มากกว่าราคาเป๊ะ
Market Order จับคู่ได้เร็ว แต่ราคาที่ได้จริงอาจต่างจากราคาบนหน้าจอในช่วงราคาผันผวนเร็ว ความต่างนี้เรียกว่า slippage (สลิปเพจ: ได้ราคาจริงต่างจากราคาที่เห็นตอนกดส่งคำสั่ง)
Limit Order คืออะไร?
Limit Order คือคำสั่งซื้อหรือขายที่ “ราคาที่กำหนด หรือดีกว่า”
ใช้เมื่อไม่ต้องการเข้าตลาดทันที ผู้เทรดกำหนดราคาที่ต้องการและรอให้ราคาตลาดมาถึง
Limit Order ทำงานอย่างไร
Buy Limit มักวาง “ต่ำกว่า” ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะย่อลงมาก่อนแล้วค่อยขึ้น
Sell Limit มักวาง “สูงกว่า” ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะเด้งขึ้นมาก่อนแล้วค่อยลง
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างการใช้ Limit Order
| ประเภท Limit Order | วางไว้ตรงไหน | ตัวอย่างการใช้ |
| Buy Limit | ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน | ซื้อหลังราคาย่อลง |
| Sell Limit | สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน | ขายหลังราคาเด้งขึ้น |
วิธีส่ง Limit Order บนแอป VT Markets
วิธีส่ง Limit Order บนแอป VT Markets:
1. ไปที่ Trades
2. เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด

3. เลือกประเภทคำสั่งเป็น Limit

4. ใส่ราคา Limit ปริมาณการเทรด และตั้ง TP/SL หากต้องการ

5. แตะ Buy หรือ Sell
คำสั่งจะเป็นคำสั่งรอจนกว่าราคาตลาดจะถึงราคา Limit หากราคาไม่ถึง คำสั่งอาจไม่ถูกจับคู่
กรณีที่มักใช้ Limit Order
มักใช้เมื่อ:
- ต้องการเข้าที่ราคาที่กำหนด
- รอจังหวะย่อ (pullback: ราคาย้อนกลับชั่วคราวหลังวิ่งไปทางหนึ่ง)
- อยากคุมจุดเข้าให้ชัด
- ไม่ต้องการเฝ้ากราฟตลอด
- อยากหลีกเลี่ยงการเข้าช่วงราคากระชากระยะสั้น
Limit Order ช่วยให้มีวินัย แต่มีโอกาสไม่ถูกจับคู่หากราคาไม่ถึงระดับที่กำหนด
Stop Order คืออะไร
Stop Order คือคำสั่งซื้อหรือขายที่จะเริ่มทำงานเมื่อราคาตลาดแตะ “ราคากระตุ้น (Stop Price)” ที่กำหนดไว้
มักใช้เมื่ออยากให้ราคา “ยืนยัน” ทิศทางก่อนเข้าตลาด พบได้บ่อยกับกลยุทธ์เทรดตามการทะลุแนว (breakout: ราคาทะลุแนวรับ/แนวต้าน) หรือเทรดตามแรงส่ง (momentum: แนวโน้มที่ราคาเคลื่อนที่ต่อเนื่องตามแรงซื้อ/ขาย)
Stop Order ทำงานอย่างไร
Buy Stop มักวาง “สูงกว่า” ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นต่อหลังทะลุระดับสำคัญ
Sell Stop มักวาง “ต่ำกว่า” ราคาตลาดปัจจุบัน ใช้เมื่อคาดว่าราคาจะลงต่อหลังหลุดระดับสำคัญ
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างการใช้ Stop Order
| ประเภท Stop Order | วางไว้ตรงไหน | ตัวอย่างการใช้ |
| Buy Stop | สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน | เข้าซื้อหลังทะลุขึ้น |
| Sell Stop | ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน | เข้าขายหลังหลุดลง |
วิธีส่ง Stop Order บนแอป VT Markets
วิธีส่ง Stop Order บนแอป VT Markets:
1. ไปที่ Trades
2. เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด

3. เลือกประเภทคำสั่งเป็น Stop

4. ใส่ Stop Price ปริมาณการเทรด และตั้ง TP/SL หากต้องการ

5. แตะ Buy หรือ Sell
คำสั่งจะเป็นคำสั่งรอจนกว่าราคาตลาดจะถึง Stop Price เมื่อถูกกระตุ้นแล้ว ระบบจะส่งคำสั่งตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้
กรณีที่มักใช้ Stop Order
มักใช้เมื่อ:
- ต้องการเทรดตามการทะลุแนว
- ต้องการให้ราคายืนยันทิศทางก่อนเข้า
- ใช้กลยุทธ์ตามแรงส่งราคา
- อยากหลีกเลี่ยงการเข้าเร็วเกินไป
- วางแผนรอบระดับราคาสำคัญ
Stop Order ช่วยรอการยืนยัน แต่ในช่วงผันผวนสูง ราคาอาจแตะจุดกระตุ้นแล้วกลับทิศเร็ว
Stop Limit Order คืออะไร?
Stop Limit Order คือคำสั่งที่มีทั้ง “Stop Price (ราคากระตุ้น)” และ “Limit Price (ราคาลิมิต)”
Stop Price ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่ม เมื่อราคาตลาดถึง Stop Price ระบบจะสร้าง Limit Order ที่ Limit Price ที่กำหนดไว้
คำสั่งนี้ช่วยควบคุมราคาที่จะถูกจับคู่ได้มากขึ้น แต่เพราะหลังถูกกระตุ้นแล้วจะกลายเป็น Limit Order จึงมีโอกาสไม่ถูกจับคู่ หากราคาเคลื่อนผ่าน Limit Price เร็วเกินไป
วิธีส่ง Stop Limit Order บนแอป VT Markets
วิธีส่ง Stop Limit Order บนแอป VT Markets:
1. ไปที่ Trades
2. เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด

3. เลือกประเภทคำสั่งเป็น Stop Limit

4. ใส่ Stop Price, Limit Price, ปริมาณการเทรด และตั้ง TP/SL หากต้องการ

5. แตะ Buy หรือ Sell
กรณีที่มักใช้ Stop Limit Order
มักใช้เมื่อ:
- ต้องการให้คำสั่งเริ่มทำงานเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด
- ต้องการคุม “ราคาที่จะถูกจับคู่” หลังถูกกระตุ้น
- ไม่อยากเข้าไกลจากราคาที่ตั้งใจ
- เทรดรอบจุดทะลุแนว แต่ต้องการคุมราคาเพิ่ม
Stop Limit Order คุมราคาได้ละเอียดขึ้น แต่มีโอกาสไม่ถูกจับคู่
ทดลองใช้ประเภทคำสั่งบนบัญชีเดโม
ผู้เริ่มต้นสามารถฝึกใช้ประเภทคำสั่งผ่าน บัญชีเดโม VT Markets บัญชีเดโมให้ทดลองใช้ Market, Limit, Stop และ Stop Limit ด้วยเงินจำลอง ก่อนเทรดในตลาดจริง
คำถามที่พบบ่อย
Market Order ต่างจาก Pending Order อย่างไร?
Market Order ถูกจับคู่ทันทีที่ราคาตลาดล่าสุดที่มีอยู่ ส่วน Pending Order จะทำงานเมื่อราคาตลาดถึงระดับที่กำหนด เช่น Limit, Stop และ Stop Limit
Limit Order ต่างจาก Stop Order อย่างไร?
Limit Order มักใช้เมื่ออยากเข้าที่ “ราคาดีกว่า” ราคาตลาดปัจจุบัน ส่วน Stop Order มักใช้เมื่ออยากเข้าหลังราคาถึง “จุดกระตุ้น” ที่กำหนด
Stop Limit Order คืออะไร?
Stop Limit Order มี Stop Price และ Limit Price เมื่อราคาถึง Stop Price ระบบจะส่ง Limit Order ที่ Limit Price ช่วยคุมราคาได้มากขึ้น แต่คำสั่งอาจไม่ถูกจับคู่
คำสั่งรอสามารถไม่ถูกจับคู่ได้หรือไม่?
ได้ หากราคาไม่ถึงระดับที่กำหนด คำสั่งจะไม่ทำงาน สำหรับ Stop Limit หากราคาวิ่งผ่าน Limit Price เร็ว อาจไม่ถูกจับคู่เช่นกัน
Market Order ได้รับผลจาก slippage ได้หรือไม่?
ได้ โดยเฉพาะช่วงผันผวนสูงหรือสภาพคล่องต่ำ (low liquidity: มีคนซื้อขายน้อย ทำให้ราคาแกว่งง่าย) ทำให้ราคาที่ได้จริงอาจต่างจากตอนกดส่ง
ผู้เทรดปรับเลเวอเรจก่อนส่งคำสั่งได้หรือไม่?
หากระบบเปิดให้ใช้งาน ผู้เทรดตรวจสอบหรือปรับเลเวอเรจได้ใน Trade Settings ก่อนเทรด ทั้งนี้ตัวเลือกเลเวอเรจขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี สินทรัพย์ ระดับอิควิตี้ และเงื่อนไขการเทรด
ควรตั้ง TP/SL ก่อนส่งคำสั่งหรือไม่?
สามารถตั้งได้เพื่อวางแผนจุดออกล่วงหน้า โดย TP เป็นเป้าปิดทำกำไร และ SL ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาดทุน