คู่มือดัชนี CAC 40 ปี 2025: วิเคราะห์ครบ ดัชนีหุ้นหลักของฝรั่งเศส
ประเด็นสำคัญ
- ดัชนี CAC 40 ติดตามบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ 40 แห่งในตลาดหุ้น Euronext Paris
- ณ กันยายน 2025 CAC 40 ซื้อขายราว 7,667 ยูโร โดยคำนวณแบบ “ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด” (บริษัทมูลค่าตลาดใหญ่มีผลต่อดัชนีมากกว่า)
- ดัชนีตั้งค่าเริ่มต้น (ฐาน) ที่ 1,000 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 1987 เพื่อใช้เทียบการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
- กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ สินค้าหรู ธนาคาร พลังงาน และเทคโนโลยี
- มีคณะกรรมการกำกับดัชนีอิสระทบทวนรายชื่อหุ้นทุกไตรมาส
- ข้อมูลล่าสุดชี้ CAC 40 เพิ่มขึ้น 1.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

CAC 40 คืออะไร? ทำความเข้าใจดัชนีหุ้นหลักของฝรั่งเศส
CAC 40 คือดัชนีหุ้นสำคัญที่สุดของฝรั่งเศส ใช้เป็นตัวชี้วัดภาพรวมเศรษฐกิจและผลตอบแทนตลาดหุ้นฝรั่งเศส “CAC” มาจาก “Cotation Assistée en Continu” หมายถึงระบบซื้อขายต่อเนื่องด้วยคอมพิวเตอร์ ส่วนเลข 40 คือจำนวนบริษัทขนาดใหญ่ 40 แห่งที่อยู่ในดัชนี
ดัชนีนี้คำนวณแบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด และอ้างอิงราคาหุ้นจากตลาด Euronext Paris (เดิมชื่อ Paris Bourse) จึงเป็นดัชนีหลักที่นักลงทุนใช้ติดตาม/ลงทุนในตลาดฝรั่งเศสผ่านหุ้นขนาดใหญ่ที่คัดเลือกไว้
จุดเริ่มต้นและพัฒนาการของดัชนี CAC
ค่าเริ่มต้น (Base Value) และช่วงเริ่มต้น
CAC 40 ตั้งค่าเริ่มต้นที่ 1,000 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 1987 ซึ่งเทียบเท่ามูลค่าตลาดรวม 370,437,433,957.70 ฟรังก์ฝรั่งเศส (สกุลเงินเดิมของฝรั่งเศสก่อนใช้ยูโร) ค่าเริ่มต้นนี้เป็น “จุดอ้างอิง” สำหรับการคำนวณและเปรียบเทียบผลการเคลื่อนไหวของดัชนีในเวลาต่อมา
CAC 40 ทำจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ช่วง ม.ค. 1988 ช่วยให้เห็นบริบทการเติบโตระยะยาว
ช่วงแรกดัชนีมีการปรับวิธีคำนวณให้สะท้อนตลาดมากขึ้น โดยวันที่ 1 ธันวาคม 2003 เปลี่ยนระบบน้ำหนักจาก “มูลค่าตลาดรวมทั้งหมด” ไปเป็น “ฟรีโฟลต (free-float)” คือคำนวณจากหุ้นที่หมุนเวียนซื้อขายได้จริง (ตัดหุ้นที่ผู้ถือใหญ่ถือยาว/ไม่ค่อยซื้อขายออก) เพื่อสะท้อนสภาพการซื้อขายได้แม่นยำขึ้น
การเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรตลาด
ตั้งแต่เริ่มต้น CAC ผ่านหลายรอบขึ้นลงของตลาด โดยเคยทำจุดสูงสุด 8,239.99 จุด และจุดต่ำสุด 1,441 จุด ข้อมูลย้อนหลังระบุว่า ณ สิ้นปี 1995 ดัชนีอยู่ที่ 1,872 จุด และเพิ่มเป็น 7,543.18 จุด ณ เดือนธันวาคม 2023
ผลงาน CAC 40 ปี 2025
ภาพตลาดเดือนกันยายน 2025
ดัชนีหุ้นหลักฝรั่งเศส (FR40) ลดลงสู่ 7,656 จุด ณ วันที่ 2 กันยายน 2025 ลดลง 0.68% จากวันก่อนหน้า ในรอบ 1 เดือนดัชนีเพิ่ม 0.31% และเพิ่ม 1.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามข้อมูลการซื้อขายล่าสุด สะท้อนแรงหนุนและแรงกดดันที่เกิดกับหุ้นฝรั่งเศส
ข้อมูลปัจจุบันชี้ CAC 40 อยู่ราว 7,667.82 ยูโร ฟื้นตัวได้แม้ตลาดโลกยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่นักลงทุนติดตามตัวเลขเศรษฐกิจฝรั่งเศสและสหภาพยุโรป (EU)
วิเคราะห์ผลงานรายเดือน
| เดือน | ผลงาน | ปัจจัยหลัก |
|---|---|---|
| สิงหาคม 2025 | ผันผวนสลับบวก-ลบ | การตัดสินใจนโยบายของ ECB (ธนาคารกลางยุโรป) |
| กันยายน 2025 | -0.52% | ความไม่แน่นอนของตลาดโลก |
| ตั้งแต่ต้นปี | +1.07% | หุ้นกลุ่มสินค้าหรูแข็งแกร่ง |
โครงสร้างดัชนี CAC 40
บริษัทเด่นและกลุ่มธุรกิจ
หุ้นที่เป็นที่รู้จักในดัชนีนี้ เช่น LVMH, Michelin, Pernod Ricard, Saint-Gobain, Sanofi รวมถึงธนาคารและผู้ให้บริการการเงินอย่าง Société Générale, BNP Paribas และบริษัทค้าปลีก/สินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง Carrefour, EssilorLuxottica, L’Oréal, Legrand บริษัทเหล่านี้ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมที่เป็นรากฐานเศรษฐกิจฝรั่งเศส
องค์ประกอบหลักในปัจจุบัน ได้แก่
กลุ่มสินค้าหรู:
- LVMH (สัดส่วนมากสุดตามมูลค่าตลาด)
- Hermès International
- Kering
- L’Oréal
บริการการเงิน (ธนาคาร):
- BNP Paribas
- Société Générale
- Crédit Agricole
อุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค:
- Saint-Gobain
- Michelin
- Carrefour
วิธีถ่วงน้ำหนักของดัชนี
CAC 40 ใช้วิธี “ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด” คือบริษัทที่มีมูลค่าตลาด (มาร์เก็ตแคป) ใหญ่จะทำให้ดัชนีขึ้นลงมากกว่า ปัจจุบันบริษัทใหญ่สุดคือ LVMH รองลงมาคือ Hermès ส่วนบริษัทที่เล็กสุดคือ Teleperformance SE
วิธีนี้ทำให้ดัชนีสะท้อน “น้ำหนักเศรษฐกิจในตลาด” ของแต่ละบริษัทได้ดี โดยหุ้นรายใหญ่จะมีผลต่อดัชนีมากตามสัดส่วน
กระบวนการคัดเลือกหุ้นเข้า CAC 40 ทำงานอย่างไร
ระบบทบทวนรายไตรมาส
รายชื่อหุ้นใน CAC 40 ทบทวนทุกไตรมาสโดยคณะกรรมการกำกับดัชนีอิสระ (Index Steering Committee หรือภาษาฝรั่งเศส: Conseil Scientifique) หากมีการปรับรายชื่อ จะมีผลอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังการประชุม เพื่อให้ตลาดมีเวลาปรับตัว
กระบวนการคัดเลือกจะจัดอันดับบริษัทใน Euronext Paris ตาม:
- มูลค่าตลาดแบบฟรีโฟลต (คำนวณจากหุ้นที่ซื้อขายได้จริง)
- มูลค่าการซื้อขายของหุ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (turnover คือมูลค่าซื้อขายรวม)
- การกระจายตัวตามกลุ่มอุตสาหกรรม
- สภาพคล่องการซื้อขาย (liquidity คือซื้อขายได้ง่าย มีคนซื้อคนขายมาก)
เกณฑ์คัดเลือก
จาก 100 บริษัทอันดับต้น ๆ จะคัด 40 บริษัทเข้า CAC 40 คณะกรรมการต้องการให้ดัชนีเป็น “ตัวชี้วัดที่ใช้บริหารพอร์ตลงทุนได้” และเป็น “สินทรัพย์อ้างอิงที่เหมาะสมสำหรับตราสารอนุพันธ์” (ตราสารอ้างอิงราคา เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน)
เกณฑ์หลัก ได้แก่
| เกณฑ์ | ข้อกำหนด |
|---|---|
| มูลค่าตลาด (Market Cap) | อยู่ใน 100 บริษัทฝรั่งเศสขนาดใหญ่สุด |
| ฟรีโฟลต (Free Float) | ต้องมีสภาพคล่องตามขั้นต่ำ |
| ปริมาณซื้อขาย (Trading Volume) | มีมูลค่าซื้อขายสม่ำเสมอ |
| สมดุลอุตสาหกรรม | มีความหลากหลายของกลุ่มธุรกิจ |
การเทรด CAC 40: โอกาสและกลยุทธ์
เวลาเปิดตลาด
CAC 40 ซื้อขายตามเวลาตลาด Euronext Paris โดยทั่วไป 09:00–17:30 น. ตามเวลายุโรปกลาง (CET) ในวันทำการ (จันทร์–ศุกร์) นักลงทุนสถาบันบางรายอาจเข้าถึงช่วงก่อนเปิด-หลังปิดตลาดได้ (การซื้อขายนอกเวลา)
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า วันอังคารและวันศุกร์มักผันผวนมากขึ้น และเดือนสิงหาคม-กันยายนมักมีรูปแบบตามฤดูกาล นักลงทุนควรนำเรื่อง “จังหวะเวลา” มาประกอบกลยุทธ์
ช่องทางลงทุน
นักลงทุนเข้าลงทุนใน CAC 40 ได้หลายแบบ:
ทางเลือกลงทุนโดยตรง:
- ซื้อหุ้นรายตัวใน CAC 40
- กองทุนอีทีเอฟ (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น ติดตามดัชนี)
- กองทุนดัชนี (Index fund: กองทุนที่พยายามให้ผลตอบแทนใกล้ดัชนี)
- CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา: เก็งกำไรส่วนต่าง ไม่ต้องถือหุ้นจริง)
ตราสารอนุพันธ์และเครื่องมือขั้นสูง:
- ฟิวเจอร์ส CAC 40 (Futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า)
- ออปชันบนดัชนี (Options: สิทธิในการซื้อ/ขายตามราคาและเวลาที่กำหนด)
- ผลิตภัณฑ์โครงสร้าง (Structured products: ผลิตภัณฑ์ลงทุนผสมหลายส่วน เช่น ตราสารหนี้+ออปชัน)
- เครื่องมือแบบเลเวอเรจ (Leveraged: ใช้เงินกู้/มาร์จินเพื่อขยายผลกำไร-ขาดทุน)
ตัวเลขเศรษฐกิจที่มีผลต่อ CAC 40
ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค
CAC 40 ตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่กระทบฝรั่งเศสและยุโรป โดยปัจจัยสำคัญ ได้แก่
นโยบายของ ECB (ธนาคารกลางยุโรป):
- การตัดสินใจดอกเบี้ย
- มาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง (Quantitative easing: การซื้อพันธบัตร/สินทรัพย์เพื่อเพิ่มเงินในระบบ)
- มาตรการดูแลเสถียรภาพค่าเงิน
ข้อมูลเศรษฐกิจฝรั่งเศส:
- อัตราการเติบโต GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ)
- ตัวเลขว่างงาน
- ดัชนีภาคการผลิต
- ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภค
ความเชื่อมโยงกับตลาดโลก
CAC 40 มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับดัชนีใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะช่วงตลาดตื่นตระหนกหรือคึกคักจัด ข้อมูลย้อนหลังชี้ว่ามีความสัมพันธ์สูงกับ:
- ดัชนี DAX ของเยอรมนี
- ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป
- S&P 500 (มักชัดขึ้นเมื่อเกิดแรงเทขาย/แรงซื้อทั่วโลก)
- FTSE 100 (ความเชื่อมโยงหลัง Brexit)
วิเคราะห์รายกลุ่มอุตสาหกรรมใน CAC 40
สินค้าหรูมีน้ำหนักสูง
กลุ่มสินค้าหรูของฝรั่งเศสมีอิทธิพลต่อ CAC 40 มาก โดย LVMH และ Hermès มีน้ำหนักสูง ผลการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้มักสัมพันธ์กับ:
- ความต้องการในเอเชีย (โดยเฉพาะจีน)
- แนวโน้มการท่องเที่ยวฟื้นตัว
- อัตราแลกเปลี่ยน (ความแข็ง/อ่อนของยูโร)
- พฤติกรรมใช้จ่ายสินค้าไม่จำเป็น (ใช้จ่ายตามกำลัง/ความมั่นใจ)
บทบาทของกลุ่มธนาคาร
ธนาคารฝรั่งเศสใน CAC 40 เป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของยุโรป ซึ่งมักตอบสนองต่อ:
ตัวขับเคลื่อนหลัก:
- นโยบายดอกเบี้ยของ ECB
- กฎกำกับธนาคารในยุโรป
- การตั้งสำรองหนี้สูญ (กันเงินไว้รองรับลูกหนี้ผิดนัด)
- กิจกรรมควบรวมและซื้อกิจการ (M&A)
สุขภาพของกลุ่มธนาคารมักสะท้อนเสถียรภาพการเงินยุโรปและแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวม
รูปแบบผลตอบแทนในอดีตและแนวโน้ม
แนวโน้มเติบโตระยะยาว
CAC 40 เป็นดัชนีชี้นำตลาดหุ้นฝรั่งเศส สิ้นปี 1995 อยู่ที่ 1,872 จุด และเพิ่มเป็น 7,543.18 จุด ณ ธันวาคม 2023 สะท้อนการเติบโตระยะยาวตลอดเกือบ 3 ทศวรรษ
หมุดหมายสำคัญ:
- 1987: ตั้งค่าเริ่มต้น 1,000
- 1995: แตะ 1,872 จุด
- 2000: จุดสูงช่วงฟองสบู่เทคโนโลยี
- 2008: วิกฤตการเงินโลก
- 2020: ผลกระทบโควิด-19
- 2023: ฟื้นสู่ 7,543 จุด
ความผันผวนและวัฏจักรตลาด
CAC 40 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสำคัญ 40 ตัวใน Euronext Paris เคยร่วงราว 1 ใน 3 ระหว่าง 16 ก.พ.–15 มี.ค. 2020 จากผลกระทบเศรษฐกิจของโควิด-19
การร่วงแรงและการฟื้นตัวต่อมาชี้ว่าดัชนีไวต่อเหตุการณ์เศรษฐกิจโลก แต่ยังมีความสามารถในการฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น
ใช้ข้อมูล CAC 40 เพื่อการตัดสินใจลงทุน
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
นักลงทุนและเทรดเดอร์ใช้ข้อมูล CAC 40 เพื่อวิเคราะห์ได้หลายแบบ:
รูปแบบกราฟและตัวชี้วัด:
- เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง เช่น 50 วัน, 200 วัน)
- RSI (ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์: ดูแรงซื้อแรงขายว่า “ร้อนแรง/อ่อนแรง” แค่ไหน)
- แนวรับ-แนวต้าน (ระดับราคาที่มักหยุดลง/หยุดขึ้น)
- วิเคราะห์ปริมาณซื้อขาย (Volume: จำนวน/มูลค่าที่ซื้อขาย)
รูปแบบตามฤดูกาล:
- January effect (แนวโน้มตลาดมักคึกคักช่วงต้นปี)
- ช่วงซบเซาหน้าร้อน (นักลงทุนทำธุรกรรมน้อยลง)
- การปรับสมดุลพอร์ตปลายปี (rebalancing: ปรับสัดส่วนสินทรัพย์ให้ตรงเป้าหมาย)
- ผลกระทบจากงบรายไตรมาส
ผสานการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
การดู CAC 40 ควรผสานทั้ง “เทคนิค” และ “พื้นฐาน” (พื้นฐานคือผลประกอบการ/มูลค่าหุ้น) รวมถึงภาพเศรษฐกิจ
| ประเภทการวิเคราะห์ | ตัวแปรสำคัญ | ช่วงเวลา |
|---|---|---|
| เทคนิค | รูปแบบราคา, ปริมาณซื้อขาย | สั้นถึงกลาง |
| พื้นฐาน | กำไร, การประเมินมูลค่า | กลางถึงยาว |
| เศรษฐกิจมหภาค | ดอกเบี้ย, GDP | แนวโน้มระยะยาว |
การบริหารความเสี่ยงในการลงทุน CAC 40
กระจายการลงทุน
แม้ CAC 40 จะช่วยให้เข้าถึงบริษัทใหญ่ของฝรั่งเศส แต่ควรกระจายความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น:
- กระจายตามภูมิภาค (ยุโรป/ทั่วโลก)
- กระจายตามขนาดบริษัท (เพิ่มหุ้นกลาง-เล็ก)
- กระจายไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นนอกกลุ่มที่ CAC 40 กระจุกตัว
- กระจายหลายสินทรัพย์ (พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์)
ความเสี่ยงค่าเงิน
นักลงทุนต่างประเทศจะมีความเสี่ยงจากค่าเงินยูโร (EUR) เมื่อเข้าลงทุนใน CAC 40 อาจพิจารณา “ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน” (hedging: ทำธุรกรรมเพื่อลดผลกระทบค่าเงินผันผวน) สำหรับ:
- นักลงทุนที่ไม่ได้ใช้สกุลยูโร
- การถือยาว
- พอร์ตที่จัดสรรเงินก้อนใหญ่
- แนวทางลงทุนที่เน้นลดความเสี่ยง
เทคโนโลยีและนวัตกรรมในบริษัท CAC 40
แนวโน้มทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล
บริษัทใน CAC 40 กำลังปรับตัวสู่ดิจิทัลในหลายด้าน:
ด้านที่เร่งนำเทคโนโลยีมาใช้:
- แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (ค้าปลีก/สินค้าหรู)
- บริการธนาคารดิจิทัล
- ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม
- เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
ESG และการลงทุนยั่งยืน
ปัจจัย ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) มีอิทธิพลต่อบริษัท CAC 40 และการตัดสินใจลงทุนมากขึ้น:
- เป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ (ลด/ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สุทธิเป็นศูนย์)
- แนวทางธุรกิจที่ยั่งยืน
- โครงการรับผิดชอบต่อสังคม
- การยกระดับธรรมาภิบาล (การกำกับดูแลกิจการ)
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลทั้งต่อผลประกอบการรายบริษัท และความน่าสนใจของดัชนีในมุมของนักลงทุนสถาบัน
เปรียบเทียบ CAC 40 กับดัชนีสำคัญอื่น
เทียบดัชนีในยุโรป
| ดัชนี | ประเทศ | จำนวนบริษัท | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|
| CAC 40 | ฝรั่งเศส | 40 | เน้นสินค้าหรูและธนาคาร |
| DAX 40 | เยอรมนี | 40 | หนักไปทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี |
| FTSE 100 | สหราชอาณาจักร | 100 | กระจายหลายกลุ่มมากกว่า |
| IBEX 35 | สเปน | 35 | ธนาคารและโทรคมนาคม |
ความสัมพันธ์ของผลตอบแทน
ข้อมูลย้อนหลังชี้ CAC 40 มักเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกับดัชนียุโรปอื่นในระดับสูง แต่สัมพันธ์กับตลาดเอเชียและสหรัฐในระดับปานกลาง ยกเว้นช่วงวิกฤตโลกที่มักเคลื่อนไหวไปทางเดียวกันมากขึ้น
มุมมองอนาคตของ CAC 40
ปัจจัยหนุน/กดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจ
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจฝรั่งเศสยังขึ้นกับหลายปัจจัยที่อาจกำหนดทิศทาง CAC 40 ได้แก่
ปัจจัยบวก:
- การท่องเที่ยวฟื้นตัว
- ความต้องการสินค้าหรูจากเอเชีย
- แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- การเติบโตของภาคเทคโนโลยี
ความท้าทาย:
- ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมดอกเบี้ย
- การสะดุดของห่วงโซ่อุปทานโลก (ซัพพลายเชน)
- ต้นทุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
CAC 40 ยังปรับตัวตามเศรษฐกิจฝรั่งเศสที่เปลี่ยนไป เช่น:
- บทบาทของบริษัทเทคโนโลยีในดัชนี
- การปรับใช้โมเดลธุรกิจยั่งยืน
- การขยายธุรกิจต่างประเทศของบริษัทฝรั่งเศส
- กิจกรรมควบรวมและซื้อกิจการ (M&A)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: CAC 40 ย่อมาจากอะไร และติดตามกี่บริษัท?
CAC ย่อจาก “Cotation Assistée en Continu” หมายถึงระบบซื้อขายต่อเนื่องด้วยคอมพิวเตอร์ และ CAC 40 ติดตาม 40 บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาด Euronext Paris ดัชนีใช้วิธีถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด คือบริษัทใหญ่มีผลต่อดัชนีมากกว่า
Q: ปรับรายชื่อหุ้น CAC 40 บ่อยแค่ไหน และใครเป็นผู้ตัดสินใจ?
ทบทวนรายไตรมาสโดยคณะกรรมการกำกับดัชนีอิสระ (Conseil Scientifique) การเปลี่ยนแปลงจะมีผลอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังการประชุม คัดเลือกจาก 100 บริษัทอันดับต้น ๆ โดยดูมูลค่าตลาดแบบฟรีโฟลต และมูลค่าการซื้อขายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
Q: ค่าเริ่มต้นของ CAC 40 คือเท่าไร และตั้งเมื่อไร?
CAC 40 มีค่าเริ่มต้น 1,000 ตั้งเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 1987 ซึ่งในเวลานั้นเทียบเท่ามูลค่าตลาดรวม 370,437,433,957.70 ฟรังก์ฝรั่งเศส และใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับการคำนวณและเทียบผลตอบแทนย้อนหลัง
Q: กลุ่มอุตสาหกรรมใดมีสัดส่วนมากใน CAC 40?
กลุ่มสินค้าหรูมีสัดส่วนเด่น โดย LVMH, Hermès และ L’Oréal มีน้ำหนักสูง รองลงมาคือกลุ่มธนาคาร (เช่น BNP Paribas, Société Générale) กลุ่มอุตสาหกรรม (เช่น Saint-Gobain, Michelin) และสินค้าอุปโภคบริโภค โครงสร้างนี้สะท้อนจุดแข็งของเศรษฐกิจฝรั่งเศสในเวทีโลก