ING คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ในวันที่ 31 ก.ค. หลังจากปรับขึ้น 25bp เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยธนาคารมองว่าพื้นที่สำหรับการส่งสัญญาณ “คุมเข้ม” เพิ่มเติมแบบจำกัด (modestly hawkish) ไม่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือเปลี่ยนทิศทางของ USD/JPY ได้ แม้ผู้เล่นบางส่วนในตลาดจะเริ่มตั้งราคา (price in) ความเป็นไปได้ของวัฏจักรการคุมเข้มที่เร็วขึ้น รวมถึงโอกาสขยับในเดือนต.ค.
แทนที่จะเป็นปัจจัยจาก BoJ ทาง ING วางกรอบว่า USD/JPY ถูกขับเคลื่อนหลักโดยราคาพลังงานและ “ฟังก์ชันปฏิกิริยา” (reaction function) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยการประชุม FOMC ในวันพุธถูกมองเป็นตัวเร่งปัจจัย (catalyst) ระยะสั้นที่สำคัญ ในมุมมองของ ING หาก Fed ไม่พลิกมา “ผ่อนคลายกว่าคาด” อย่างชัดเจน หรือราคาน้ำมัน Brent ไม่ถอยกลับไปแถว 70 ดอลลาร์/บาร์เรล USD/JPY อาจยังได้รับแรงหนุนบริเวณ 163/164 ไปจนถึงการตัดสินใจของ BoJ พร้อมความเสี่ยงปลายทาง (outside risk) ที่อาจทดสอบระดับ 165 หากผู้ว่าการอุเอดะ (Ueda) ส่งสัญญาณต่ำกว่าที่ตลาดคาดในช่วงแถลงข่าว นอกจากนี้บันทึกยังอ้างถึงความเสี่ยงการแทรกแซงค่าเงิน โดยระบุว่าเคยใช้เงินราว 70 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปลายเม.ย./ต้นพ.ค. และญี่ปุ่นยังมีทุนสำรองระหว่างประเทศ 1.09 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ยังคงคาดการณ์ USD/JPY สิ้นปีที่ 158 ภายใต้สมมติฐานว่า Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม และกล่าวถึงกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับมาตรการจูงใจให้เงินทุนในประเทศไหลออกน้อยลง
กลยุทธ์การเทรดอนุพันธ์ก่อนการประชุม BoJ
เราแนะนำให้นักเทรดอนุพันธ์เตรียมรับมือกับโอกาสที่เงินเยนจะแข็งค่าได้จำกัด แม้จะมีการประชุม BoJ วันที่ 31 ก.ค. โดยคาดว่าธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ซึ่งทำให้แม้จะมีคอมเมนต์เชิง “คุมเข้ม” เล็กน้อย ก็มีแนวโน้มไม่สามารถกดคู่ USD/JPY ลงได้มาก แทนที่จะโฟกัสการตัดสินใจด้านดอกเบี้ยในประเทศ เทรดเดอร์สายมหภาคควรให้น้ำหนักกับสัญญาณจาก Fed ที่กำลังจะออกมาและต้นทุนพลังงานโลกเป็นหลัก
ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ขยับอยู่แถว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลยังคงกดดันเงินเยนซึ่งพึ่งพาการนำเข้า ทำให้ USD/JPY ยังถูกเสนอซื้อ (bid) แถวช่วง 163–164 แนวโน้มในอดีตชี้ว่าช็อกราคาพลังงานมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการอ่อนค่าของเยนมากกว่าการปรับดอกเบี้ยญี่ปุ่นเพียงเล็กน้อย หาก Fed ยังคงท่าทีเข้มงวดในการประชุมถัดไป ดอลลาร์มีโอกาสสูงที่จะทดสอบระดับ 165 เมื่อเทียบกับเยน
การบริหารความเสี่ยงและมุมมองระยะยาว
เพื่อบริหารความเสี่ยง เราแนะนำการใช้ USD/JPY call options อายุสั้น เพื่อเกาะกระแสขาขึ้น พร้อมทำเฮดจ์ต่อความเสี่ยงการแทรกแซงค่าเงินแบบฉับพลัน กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเคยใช้งบมากกว่า 60 พันล้านดอลลาร์เพื่อแทรกแซงตลาด และยังถือทุนสำรองต่างประเทศขนาดใหญ่ที่ 1.09 ล้านล้านดอลลาร์ “กระสุน” มหาศาลนี้ทำให้ระดับ 165 เป็นเส้นสำคัญ (line in the sand) ที่มีความเป็นไปได้สูงที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาขายดอลลาร์
มองไกลไปยังครึ่งหลังของปี 2026 เราคาดว่า USD/JPY จะค่อย ๆ อ่อนลงสู่บริเวณ 158 เมื่อแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยโลกผ่อนคลาย เทรดเดอร์ควรมองหาจังหวะขายเมื่อรีบาวด์ใกล้ 165 ผ่าน put options เพื่อทำกำไรจากการปรับฐานที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในระยะสั้น กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือคงความยืดหยุ่นและปกป้องสถานะถือดอลลาร์ (long-dollar) จากความเสี่ยงการแทรกแซงของภาครัฐที่อาจเกิดขึ้นแบบฉับพลันและผันผวนสูง
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets