ข้อมูล BNY iFlow บ่งชี้ว่าเงินทุนของนักลงทุนสถาบันยังคงไหลออกจากหุ้นเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมโยงกับการที่ดัชนี KOSPI อ่อนตัวลงในช่วงข้ามคืนจนหลุดเข้าสู่ภาวะตลาดหมี ขณะที่บัญชีรายย่อยเข้ามารับฝั่งตรงข้าม การเทขายที่ขับเคลื่อนโดยหุ้นเทคโนโลยีทำให้ตลาดโฟกัสมากขึ้นต่อประเด็นการกระจุกตัวในธีม AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดยหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ร่วงหนัก แม้ Samsung จะส่งสัญญาณว่ากำไรรายไตรมาสจะฟื้นตัวแรงก็ตาม ด้านไต้หวันซึ่งผูกกับธีม AI และชิปเช่นกัน พบแรงขายทำกำไร/ลดพอร์ต (liquidation) ที่ค่อยเป็นค่อยไปกว่า ทั้งในแง่ขนาดและจังหวะ สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ทรงตัวกว่าเมื่อเทียบกัน
ข้อจำกัดเชิงเทคนิคเรื่องเพดานการถือครองรายตัว (single-stock ownership limits) สำหรับผู้จัดการกองทุนเชิงรุกยังคงเป็นเงื่อนไขกดดัน แต่หากแรงขายยืดเยื้อเกินกว่าที่ข้อจำกัดนี้อธิบายได้ จะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในวงกว้างมากกว่า ข้อมูลของ BNY ยังชี้ว่าความสนใจต่อหุ้นจีนยังทรงตัว แม้ดัชนี HSCEI จะเข้าสู่ภาวะตลาดหมีเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน และบริษัทระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะตีกรอบความเคลื่อนไหวล่าสุดว่าเป็นการหมุนเงินออกจากไต้หวันและเกาหลีใต้ไปสู่หุ้นมูลค่าในตลาดอื่นของเอเชีย โดยข้อมูลกระแสเงินทุนชี้ว่าเดนมาร์ก ฮังการี และอินเดียได้รับเงินไหลเข้าเด่นที่สุด ขณะที่สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และไทยยังอยู่ภายใต้แรงขาย
โมเมนตัมขาลงและกลยุทธ์การเทรด
เมื่อพิจารณาแรงขายของนักลงทุนสถาบันที่หนักในหุ้นเกาหลีใต้ เรามองเห็นแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนกำลังก่อตัวในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ดัชนี KOSPI 200 ร่วงแล้วมากกว่า 8% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และยอดเงินต่างชาติไหลออกสุทธิจาก Korea Exchange สะสมเกิน 4 ล้านล้านวอนนับตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2026 เราเชื่อว่าการซื้อพุตออปชัน (put options) บนดัชนี KOSPI 200 หรือ ETF ที่เกี่ยวข้อง เป็นวิธีตรงไปตรงมาในการทำกำไรหากตลาดปรับลงต่อ
แรงดึงระหว่างฝั่งขายของสถาบันกับฝั่งซื้อของรายย่อยกำลังผลักดันความกังวลของตลาดให้พุ่งขึ้น VKOSPI ซึ่งเป็นดัชนีความผันผวนหลักของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 30% ในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด และขณะนี้ซื้อขายเหนือระดับ 22 สูงสุดของปีนี้ ภาวะแบบนี้ทำให้กลยุทธ์ long straddle หรือ strangle บนหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Samsung Electronics น่าสนใจ เพราะออกแบบมาเพื่อทำกำไรจากการแกว่งตัวแรงไม่ว่าจะขึ้นหรือลง
การเทขายครั้งนี้โฟกัสที่ภาค AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความแออัดของการถือครอง (over-crowded) มากกว่าจะเป็นผลจากผลประกอบการที่แย่ แม้ Samsung จะชี้ว่ากำลังฟื้นตัวแรง แต่ราคาหุ้นร่วงแล้ว 12% จากจุดสูงสุดล่าสุด สะท้อนว่าผู้เล่นสถาบันกำลังทยอยลด/ปิดสถานะขนาดใหญ่ การชอร์ตฟิวเจอร์ส KOSPI 200 เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสำหรับเราในการสะท้อนมุมมองเชิงลบต่อความตึงเครียดของตลาดที่นำโดยหุ้นเทค
กระแสเงินทุนระดับภูมิภาคและโอกาสรีเลทีฟแวลู
เรายังสังเกตเห็นความเป็นไปได้ของการหมุนเวียนเงินทุนภายในเอเชีย เมื่อเงินไหลออกจากเกาหลีใต้และไต้หวัน ขณะที่เริ่มมีความสนใจในจีนและอินเดีย ความแตกต่างนี้เปิดโอกาสสำหรับการทำธุรกรรมแบบรีเลทีฟแวลู (relative value) เช่น พอร์ตคู่ (pair trade) โดยเข้าซื้อฟิวเจอร์ส Nifty 50 พร้อมกับชอร์ตฟิวเจอร์ส KOSPI 200 อาจทำผลงานได้ดีจากการจับธีมการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว
รูปแบบนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับช่วงปลายปี 2021 ที่นักลงทุนสถาบันทยอยถอนตัวจากหุ้นเทคที่มูลค่าสูงเกินไป ซึ่งนำไปสู่การปรับฐานของตลาดในวงกว้างในปี 2022 แม้แรงซื้อจากรายย่อยกำลังช่วยพยุงอยู่บ้างในตอนนี้ แต่บทเรียนในอดีตบ่งชี้ว่ามักไม่เพียงพอที่จะหยุดแรงไหลออกของสถาบันที่มีความตั้งใจสูง ดังนั้นเราควรมองการรีบาวด์ระยะสั้นด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets