เงินเฟ้อยูโรโซนที่สูงกว่าคาด เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ย
ECB (ธนาคารกลางยุโรป: หน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของยูโรโซน) คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 2.0% ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 และคาดว่านโยบายจะไม่เปลี่ยนในการประชุมเดือนมีนาคม ขณะนี้นักลงทุนประเมินโอกาสราว 50% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้กังวลเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดลดความคาดหวังว่า Bank of England (ธนาคารกลางอังกฤษ) จะลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง สมาชิก MPC (คณะกรรมการนโยบายการเงินของอังกฤษ) อลัน เทย์เลอร์ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลกระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตของสหราชอาณาจักร และธนาคารกำลังติดตามสถานการณ์ ข้อมูลจาก Bloomberg ชี้ว่า “ความน่าจะเป็นโดยนัย” (implied chance: ความน่าจะเป็นที่สะท้อนจากราคาตลาด) ที่ BoE จะลดดอกเบี้ยภายในเดือนนี้ ลดลงจากราว 80% สัปดาห์ก่อน เหลือต่ำกว่า 20% ตอนนี้ เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนของความคาดหวังเรื่องนโยบายการเงิน จากเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนกุมภาพันธ์ที่สูงกว่าคาด สัปดาห์ก่อน ตัวเลข CPI เบื้องต้นของเยอรมนี (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค) ที่ 2.1% ก็เริ่มส่งสัญญาณแล้ว แต่เงินเฟ้อพื้นฐานทั้งยูโรโซนที่ 2.4% ยืนยันว่าแรงกดดันด้านราคากลับมาเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งสวนทางกับมุมมองของ ECB ที่ว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมายอย่างมั่นคงผลต่อการเทรด: ยูโรกับปอนด์อาจไปคนละทาง
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ข้อมูลนี้บอกเป็นนัยว่าควรเตรียมรับมือยูโรที่แข็งขึ้น โดยเฉพาะเทียบกับปอนด์ เมื่อตลาดให้โอกาส 50% ที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ การซื้อออปชันคอล (call option: สิทธิในการ “ซื้อ” ที่ราคาที่กำหนด) ของ EUR/GBP อายุ 3 เดือน และราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่สามารถซื้อ/ขายได้ตามสัญญา) แถว 0.8800 เป็นวิธีที่จำกัดความเสี่ยงไว้ชัดเจนเพื่อรับโอกาสขาขึ้น ความผันผวนโดยนัย 1 เดือน (one-month implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ขยับขึ้นมา 7.2% แล้ว จึงอาจได้เปรียบหากทำก่อนตลาดปรับราคาเข้าไปมากกว่านี้ ฝั่ง Bank of England เป็นอีกด้านของธีมนี้ แม้ตลาดจะลดการเดิมพันเรื่องการลดดอกเบี้ยเดือนนี้ลงแล้ว แต่ก็ยังไม่คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย ทำให้แนวนโยบายต่างจาก ECB เห็นได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (Gilt yields: ผลตอบแทน/อัตราดอกเบี้ยที่นักลงทุนได้จากพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ) ปรับขึ้นน้อยกว่าพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (Bund yields: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แรงขับหลักคือพลังงานแพง โดยน้ำมันดิบ Brent (Brent crude: น้ำมันดิบอ้างอิงสำคัญของตลาดโลก) ทะลุ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ระดับที่ไม่ค่อยเห็นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2024 คล้าย “ช็อกพลังงาน” ปี 2022 ที่ทำให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยแรงแม้กังวลเศรษฐกิจชะลอ เรามองว่าผู้กำหนดนโยบายจะไม่อยากปล่อยให้ตามเงินเฟ้อไม่ทันรอบนี้ ทำให้โอกาสที่ ECB จะเปลี่ยนไปคุมเข้มนโยบาย (hawkish pivot: หันไปเน้นสกัดเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) มีมากขึ้น สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets