ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index: DXY) ยังได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields) ที่สูงขึ้น และบรรยากาศตลาดที่เอนเอียงไปทาง “ลดความเสี่ยง” (risk-off: นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือเงินสด/ดอลลาร์มากขึ้น) ส่งผลให้ความต้องการดอลลาร์เพิ่มขึ้น การขยับรอบนี้ถูกมองว่าขับเคลื่อนหลักๆ จาก “อัตราดอกเบี้ย” และกระแสเงินไหลเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย ไม่ใช่เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน
แรงหนุนระยะสั้นของดอลลาร์อาจยังอยู่ต่อ แต่การขึ้นต่ออาจแผ่วลงหาก “ยีลด์” (ผลตอบแทนพันธบัตร) ลดลง และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังประกาศออกมาอ่อนแอกว่าคาด ปฏิทินสัปดาห์นี้มีรายงานสรุปการประชุมเฟด (FOMC minutes: บันทึกรายละเอียดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้น (US flash PMI: ตัวชี้วัดกิจกรรมภาคธุรกิจระยะแรก) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (initial jobless claims) วันที่ 21 พ.ค.
ดอลลาร์ปรับขึ้นจากแรงหนุนยีลด์และภาวะลดความเสี่ยง
DXY ล่าสุดอยู่ที่ 99.30 โมเมนตัมรายวันถูกประเมินว่าเป็นขาขึ้น และ RSI (ดัชนีวัดความแรงของราคา) ใกล้ภาวะซื้อมากเกินไป (overbought: ราคาขึ้นแรงจนเสี่ยงพักฐาน) แนวต้านอยู่ที่ 99.40 (ฟีโบนัชชี 23.6%: ระดับย่อตามสัดส่วนทางเทคนิค) และ 100.50/60 (จุดสูงสุดปี 2026)
แนวรับอยู่ที่ 98.30/50 (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21, 100 และ 200 วัน: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังที่ใช้ดูแนวโน้ม), 98.10 (ฟีโบนัชชี 50% จากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดปี 2026) และ 97.50/60 (ดับเบิลบอตทอม: รูปแบบฐานสองจุด และฟีโบนัชชี 61.8% จากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดปี 2026) บทความนี้จัดทำด้วยเครื่องมือ AI และมีบรรณาธิการตรวจทาน โดยทีม FXStreet Insights คัดเลือกมุมมองตลาด
ขณะนี้ดอลลาร์ได้แรงประคองหลักจากยีลด์สหรัฐที่ปรับขึ้น และความกังวลของนักลงทุน ทำให้เงินไหลเข้าดอลลาร์มากขึ้น การขึ้นรอบนี้ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแรงเป็นพิเศษ แต่เป็นผลของทิศทางดอกเบี้ยและบรรยากาศลดความเสี่ยง ระยะสั้นดอลลาร์อาจยัง “มีคนรับ” (bid: มีแรงซื้อรองรับ)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี (10-year Treasury yield) ฟื้นกลับเข้าใกล้ 4.75% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของไตรมาสนี้ ดึงเงินทุนเข้าดอลลาร์ ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงถูกกระตุ้นจากข้อมูลล่าสุดที่บ่งชี้ว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีชะลอลง ทำให้ดอลลาร์ดูเป็น “ที่พักเงิน” ชั่วคราว ข้อมูลล่าสุดจาก CFTC (Commodity Futures Trading Commission: หน่วยงานกำกับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสหรัฐ) สัปดาห์ก่อน ระบุว่า “สถานะเก็งกำไรฝั่งซื้อดอลลาร์” (speculative long positions: การถือสัญญาเดิมพันว่าดอลลาร์จะขึ้น) เพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน
ภาพรวมนี้คล้ายช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 ตอนนั้นยีลด์พุ่งและดอลลาร์แข็งค่า แต่แรงขึ้นจางลงเร็วเมื่อการเติบโต GDP ไตรมาส 3/2025 ถูกปรับลดลง ประสบการณ์ดังกล่าวชี้ว่า การขึ้นที่ถูกขับเคลื่อนด้วยดอกเบี้ยอาจเปราะบาง หากข้อมูลเศรษฐกิจไม่หนุนตาม
ความเสี่ยงสำคัญและปัจจัยกระตุ้นที่ต้องจับตา
เมื่อดัชนีดอลลาร์เข้าใกล้ภาวะซื้อมากเกินไปแถว 99.30 การไล่ซื้อ (เปิดสถานะซื้อทันที) มีความเสี่ยง อาจเหมาะกว่าที่จะเตรียมกลยุทธ์รับการย่อตัว เช่น ซื้อออปชันขาย (put options: สิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิง เพื่อทำกำไร/ป้องกันความเสี่ยงหากราคาลง) หากไม่สามารถผ่านแนวต้าน 99.40 ได้ วิธีนี้ช่วยสร้างโอกาสทำกำไรหากข้อมูลที่ประกาศออกมาต่ำกว่าคาดและยีลด์เริ่มลดลง
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อมูลสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะตัวเลข flash PMI และรายละเอียดใน FOMC minutes หาก PMI ออกมาดีกว่าคาดมาก หรือรายงานประชุมมีท่าทีเข้มงวด (hawkish: เอนเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) อาจดันดอลลาร์ไปทดสอบ 100.50 ได้ แต่หาก PMI อ่อนลง จะยืนยันว่าเงื่อนไขการเงินที่ตึงตัวเริ่มกดกิจกรรมเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มทำให้แรงขึ้นของดอลลาร์หมดแรง
สร้างบัญชีจริง (Live) กับ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้ทันที