นักกลยุทธ์ของสโกเทียแบงก์ระบุว่า เงินเยนอ่อนค่าลงเล็กน้อยในกรอบกลาง โดยปรับตัวด้อยกว่าสกุลเงินกลุ่ม G10 อื่น ๆ หลังบรรยากาศการลงทุนปรับดีขึ้น

by VT Markets
/
Apr 15, 2026

เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงเล็กน้อย 0.1% และเคลื่อนไหวในกรอบแคบใกล้ระดับกึ่งกลางของช่วงการแกว่งตัวตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยช่วงที่ความเชื่อมั่นในตลาดปรับดีขึ้นระยะหลัง เงินเยนให้ผลตอบแทนสู้สกุลเงินหลักกลุ่ม G10 (10 สกุลเงินหลักของประเทศพัฒนาแล้ว) ไม่ได้

การกำหนดราคาในตลาดออปชัน (สัญญาซื้อขายที่ให้อีกฝ่าย “สิทธิ” ไม่ใช่ “ภาระผูกพัน” ในการซื้อหรือขาย) ชี้ว่า “ริสก์รีเวอร์ซัล” (ส่วนต่างราคา/ความผันผวนโดยนัยระหว่างออปชันฝั่งซื้อกับฝั่งขายเพื่อวัดการเอียงของความต้องการป้องกันความเสี่ยง) โดยรวมเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่ผู้ลงทุนยอมจ่าย “พรีเมียม” (ค่าเบี้ยประกัน/ค่าซื้อออปชัน) สูงขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจาก “เยนแข็งค่า” สะท้อนว่าหากเยนเร่งตามสกุลเงินอื่น อาจมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้

จับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น

ตลาดยังจับตาธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยความเสี่ยงจากเหตุการณ์สำคัญ (event risk คือความผันผวนจากเหตุการณ์อย่างการประชุมธนาคารกลาง) ถูกมองว่าสูงขึ้นก่อนการประชุมวันที่ 28 เมษายน รายงานระบุว่าบทความนี้จัดทำด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI คือระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยประมวลผลและสร้างเนื้อหา) และมีบรรณาธิการตรวจทาน

เงินเยนยังตามหลังชัดเจน แม้สกุลเงินหลักอื่นเริ่มฟื้นเมื่อเทียบดอลลาร์ ขณะที่ฟรังก์สวิสและยูโรปรับขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ต้นปี แต่เงินเยนอ่อนค่าราวเกือบ 4% โดยอัตราแลกเปลี่ยน USD/JPY (จำนวนเงินเยนต่อ 1 ดอลลาร์) ยังทรงตัวเหนือ 154 อย่างต่อเนื่อง การอ่อนค่ามากกว่ากลุ่มนี้เพิ่มโอกาสเกิดการกลับทิศ (reversal คือการเปลี่ยนแนวโน้มอย่างรวดเร็ว) ได้

สัญญาณจากตลาดออปชันชัดเจนขึ้น โดยผู้ค้าเพิ่มการจ่ายพรีเมียมเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่เยนแข็งค่าฉับพลัน สะท้อนมุมมองว่าเยนอาจอ่อนค่ามากเกินไป และมีโอกาส “ไล่ตาม” (catch-up move คือการปรับขึ้นชดเชยเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น) ก่อนการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางที่ใกล้เข้ามา

การประชุม BOJ วันที่ 28 เมษายน เป็นความเสี่ยงจากเหตุการณ์สำคัญที่สุดในระยะใกล้ โดยเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation คือเงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารซึ่งผันผวนออก) ล่าสุดยืนที่ 2.6% สูงกว่าเป้าหมายของธนาคาร ทำให้ตลาดคาดว่าเจ้าหน้าที่อาจส่งสัญญาณเร่ง “ทำให้นโยบายกลับสู่ภาวะปกติ” (policy normalization คือการลดความผ่อนคลาย เช่น ปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือถอนมาตรการพิเศษ) ซึ่งแตกต่างจากท่าทีระมัดระวังมากที่เห็นในปี 2025 หลังการเปลี่ยนนโยบายครั้งสำคัญในปี 2024

การวางสถานะผ่านตราสารอนุพันธ์ก่อนปลายเมษายน

ด้วยมุมมองนี้ การวางสถานะเพื่อรับเยนแข็งค่าผ่าน “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives คือสัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) ใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าอาจเหมาะสม เช่น ซื้อ JPY call options (คอลออปชันคือสิทธิในการ “ซื้อ” เยนที่ราคา/อัตราที่กำหนด) หรือทางเลือกคือ USD/JPY put options (พุตออปชันคือสิทธิในการ “ขาย” คู่เงิน USD/JPY ที่ราคา/อัตราที่กำหนด ซึ่งมักได้ประโยชน์เมื่อ USD/JPY ลดลงหรือเยนแข็งค่า) โดยให้สัญญาหมดอายุหลังการประชุมปลายเมษายนไม่นาน เพื่อใช้ “เลเวอเรจ” (leverage คือการใช้เงินลงทุนน้อยกว่าแต่รับผลกำไร/ขาดทุนมากกว่า) เก็งผลจากความเป็นไปได้ที่ BOJ มีท่าที “คุมเข้ม” มากกว่าคาด (hawkish คือโน้มเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ย/เข้มงวดนโยบาย) กลยุทธ์นี้เป็นแนวทางที่กำหนดความเสี่ยงได้ (defined-risk คือขาดทุนสูงสุดจำกัดที่ค่าเบี้ยออปชัน) เพื่อรับโอกาสจากความผันผวนที่สะสมก่อนเหตุการณ์สำคัญ

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code