This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

นักกลยุทธ์ของ TD Securities คาดว่า ดัชนี CPI สหรัฐฯ จะเป็นจุดสนใจ โดยคาดว่า CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.27% และ CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.90% เมื่อเทียบรายเดือน

by VT Markets
/
Apr 10, 2026

ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI: Consumer Price Index หรือ “ดัชนีเงินเฟ้อผู้บริโภค”) เป็นข้อมูลตามกำหนดการที่สำคัญที่สุด โดยคาดว่า **CPI พื้นฐาน (Core CPI: ตัดราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก)** จะอยู่ที่ **0.27% เมื่อเทียบรายเดือน (m/m)** และ **CPI ทั่วไป (Headline CPI: รวมทุกหมวด)** คาดที่ **0.90% m/m** จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ตลาดอาจมองตัวเลขที่ออกมาอ่อนลงว่าเป็นผลชั่วคราว แต่หากออกมาสูงกว่าคาด อาจเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และกระทบต่อการคาดการณ์ทิศทาง **ดอลลาร์สหรัฐ**

March Inflation Outlook

คาดการณ์หลักที่ **0.27% m/m** เชื่อมโยงกับราคาสินค้าที่เริ่มปรับขึ้น เพราะผลของ **ภาษีนำเข้า (tariff pass-through: ต้นทุนภาษีถูกผลักไปเป็นราคาขายให้ผู้บริโภค)** ยังส่งผ่านต่อเนื่อง เงินเฟ้อภาคบริการคาดว่าจะทรงตัวเทียบเดือนกุมภาพันธ์ โดยหมวดที่อยู่อาศัยกลับมาปรับขึ้น

ตลาดจับตาว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกำลังไหลเข้าไปกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนมีนาคมหรือไม่ ขณะที่ **Headline CPI 0.90% m/m** คาดว่าจะขับเคลื่อนหลัก ๆ โดยหมวดพลังงาน

เงินเฟ้ออาหารคาดว่าจะชะลอลงเหลือ **0.17% m/m** ความเสี่ยงของคาดการณ์ CPI ถูกมองว่า “เอนเอียงไปทางสูงกว่าคาด (upside)” เมื่อเทียบกับคาดการณ์ Core ที่ต่ำกว่าที่ตลาดส่วนใหญ่ประเมิน

ดัชนีราคา **PCE (Personal Consumption Expenditures: ดัชนีเงินเฟ้อที่เฟดใช้เป็นหลัก วัดจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล)** เดือนกุมภาพันธ์สอดคล้องกับคาดการณ์ตลาด โดย **Core PCE 0.37% m/m** และ **Headline PCE 0.38% m/m** ตัวเลขกุมภาพันธ์ถูกอธิบายว่าเป็นภาพก่อนปัจจัยเสี่ยงจากอิหร่าน โดยหมวดสินค้าพื้นฐานอยู่ที่ **0.8% m/m**

Market Positioning Implications

ขณะนี้ตลาดกำลังพิจารณารายงาน CPI เดือนมีนาคม 2026 ซึ่งระบุว่าเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น **0.6%** ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ **0.3%** สะท้อนภาพคล้ายช่วงต้นปี 2025 ที่ราคาพลังงานสูงเป็นประเด็นหลักของตลาด ในช่วงนั้นตลาดกังวลว่า Headline อาจกระโดดถึง **0.9% ต่อเดือน** ทำให้ **ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)** ต้องระมัดระวังมาก

ความต่างระหว่าง Headline ที่สูงกับ Core ที่อ่อนกว่ากำลังสร้างความไม่แน่นอน และบ่งชี้ว่า **ความผันผวนของตลาด** มีแนวโน้มสูงขึ้น ดัชนี **VIX (Cboe Volatility Index: ดัชนีวัดความผันผวนที่คาดหมายของตลาดหุ้นสหรัฐจากราคาออปชัน)** ขยับขึ้นมาอยู่ที่ **15.8** และอาจยังมีเหตุผลในการใช้ **ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคา/เวลาที่กำหนด โดยไม่บังคับต้องทำ)** เพื่อวางพอร์ตให้รับมือการแกว่งตัวแรงของตลาดเงินและตลาดหุ้น กลยุทธ์ควรได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง

Headline ที่ “เหนียว” (sticky: ลดลงยาก) ทำให้มีโอกาสน้อยมากที่เฟดจะพิจารณาลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ตลาด **Fed funds futures (สัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย: ใช้สะท้อนมุมมองตลาดต่อดอกเบี้ยเฟดในอนาคต)** กำลังให้โอกาสเพียง **35%** ที่จะลดดอกเบี้ยก่อนไตรมาส 3 ดังนั้นการใช้ **อนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง)** บนสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย เช่น **SOFR (Secured Overnight Financing Rate: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นของสหรัฐที่ใช้แทน LIBOR)** เพื่อเดิมพันว่าดอกเบี้ยจะยังสูง อาจเหมาะสม

เมื่อ **น้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: ราคาน้ำมันอ้างอิงหลักของสหรัฐ)** กลับไปใกล้ **87 ดอลลาร์/บาร์เรล** หมวดพลังงานของเงินเฟ้อยังคงเป็นโฟกัสสำคัญ ผลกระทบที่ส่งผ่านจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นไปยัง Core จะถูกจับตาในรายงานเดือนเมษายน เรามองว่านักเทรดควรพิจารณา **คอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อ)** บน **กองทุน ETF พลังงาน (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น อิงดัชนี/กลุ่มสินทรัพย์)** เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาที่อาจพุ่งเกินคาดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code