หุ้นทั่วโลกปรับขึ้นต่อเนื่อง นำโดยตลาดสหรัฐฯ จากแรงหนุนหุ้นวัฏจักรที่ให้ผลตอบแทนเหนือกว่ากลุ่มรับความเสี่ยงต่ำ ขณะที่หุ้นเชิงรับและหุ้นความผันผวนต่ำตามหลัง

by VT Markets
/
Apr 10, 2026

หุ้นทั่วโลกปรับขึ้นอีกครั้ง นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มหุ้นวัฏจักร (หุ้นที่ขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรม การเงิน วัตถุดิบ) ให้ผลตอบแทนดีกว่า ขณะที่หุ้นเชิงรับ (หุ้นที่รายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ เช่น สาธารณูปโภค สินค้าจำเป็น) และหุ้นความผันผวนต่ำ (ราคามักแกว่งน้อย) ตามหลัง

ดัชนี VIX (ดัชนีวัดความคาดการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากราคาซื้อขายออปชัน) ลดลงกลับมาต่ำกว่า 20 หุ้นเอเชียซื้อขายสูงขึ้น ฟิวเจอร์สยุโรป (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในยุโรป) ชี้เปิดบวก และฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ทรงตัวโดยรวม แม้ยังมีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

ความแตกต่างภายในกลุ่มเทคโนโลยี

ภายในกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นซอฟต์แวร์อ่อนแอ ขณะที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) นำตลาด โดยชิปให้ผลตอบแทนดีกว่าซอฟต์แวร์ราว 4 จุดเปอร์เซ็นต์ในสหรัฐฯ และราว 7 จุดเปอร์เซ็นต์ในยุโรปในวันเดียว

ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ฮาร์ดแวร์เป็นอุตสาหกรรมที่ทำผลงานดีที่สุดในสหรัฐฯ ส่วนซอฟต์แวร์แย่ที่สุด ฮาร์ดแวร์ทำผลงานดีกว่าซอฟต์แวร์ราว 125 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วงดังกล่าว

รายงานยังกล่าวถึงการจัดสรรสินทรัพย์ (asset allocation: การแบ่งเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภท) นอกเหนือจากหุ้นในตลาด เช่น ไพรเวทอิควิตี (private equity: ลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์) และไพรเวทเครดิต (private credit: ปล่อยกู้/ซื้อหนี้นอกระบบธนาคารหรือในตลาดเอกชน) โดยชี้ว่ารูปแบบผลตอบแทนในกลุ่มเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไป

กำลังเห็นสัญญาณชัดว่าการขึ้นของหุ้นวัฏจักรยังไปต่อ เพราะหุ้นเชิงรับและหุ้นความผันผวนต่ำถูกขายออก รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนมีนาคม 2026 (non-farm payrolls: ตัวเลขเพิ่ม/ลดการจ้างงานรายเดือนที่ไม่รวมเกษตร) ที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 285,000 ตำแหน่ง หนุนบรรยากาศ “รับความเสี่ยง” (risk-on: นักลงทุนยอมรับความเสี่ยงมากขึ้น) ดังนั้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อาจให้น้ำหนักกลยุทธ์ซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิซื้อสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด มักได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) บน ETF กลุ่มอุตสาหกรรมและการเงิน มากกว่า เพราะสองกลุ่มนี้มีแนวโน้มนำตลาดต่อ

โอกาสจากความผันผวนและการป้องกันความเสี่ยง

เมื่อ VIX ลดต่ำกว่า 20 สะท้อนภาวะตลาดสงบเหมือนที่เคยเห็นในปี 2025 ก่อนการปรับฐานช่วงปลายปี ความผันผวนต่ำต่อเนื่อง โดยดัชนีอยู่ราว 17–19 ตลอดเกือบทั้งเดือนมีนาคม 2026 ทำให้ต้นทุนการซื้อออปชันค่อนข้างถูก จึงเป็นจังหวะซื้อพุทออปชัน (put options: สิทธิขายสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด มักได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) แบบนอกเงิน (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิยังไม่ “เป็นประโยชน์” ณ ตอนซื้อ เช่น พุทที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาตลาด) บนดัชนี S&P 500 เพื่อเป็นประกันความเสี่ยงต้นทุนต่ำ หากตลาดผันผวนกะทันหัน

แนวโน้มสำคัญคือช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ ตั้งแต่ต้นปี 2026 ดัชนีชิป SOX (SOX semiconductor index: ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์) บวกมากกว่า 25% ขณะที่ ETF ซอฟต์แวร์ เช่น IGV (กองทุน ETF ที่ลงทุนในหุ้นซอฟต์แวร์สหรัฐฯ) แกว่งและแทบไม่เป็นบวก เชื่อว่ากลยุทธ์ “คู่เทรด” (pairs trade: เปิดสถานะสองด้านเพื่อเล่นส่วนต่างระหว่างสองสินทรัพย์ ลดผลกระทบจากทิศทางตลาดรวม) โดยถือสถานะซื้อคอลของชิปพร้อมกับซื้อพุทของกองทุนกลุ่มซอฟต์แวร์ เป็นวิธีที่เหมาะในการเล่นความต่างที่ยังดำเนินต่อ

สภาพแวดล้อมนี้ย้ำความเสี่ยงของการไล่ตามข่าวรายวัน ข้อมูลล่าสุดจาก CBOE (ตลาดอนุพันธ์/ออปชันในสหรัฐฯ) ชี้ว่าอัตราส่วนพุทต่อคอล (put/call ratio: ปริมาณซื้อขายพุทเทียบคอล ใช้ดูอารมณ์ตลาด) ลดลงสู่ 0.75 สะท้อนความต้องการคอลสูงและความต้องการป้องกันขาลงต่ำ ดังนั้นควรโฟกัสการหมุนกลุ่มอุตสาหกรรมมากกว่าความผันผวนจากข่าวรายวัน

สร้างบัญชีจริง (live account) กับ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code