เงินเฟ้อยูโรโซนและจุดสนใจด้านนโยบาย
เงินเฟ้อ HICP รายปีอยู่ที่ 1.9% เพิ่มจาก 1.7% ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างพลังงานและอาหารออก เพื่อดูแนวโน้มจริง) เพิ่ม 0.8% เมื่อเทียบรายเดือน และ 2.4% เมื่อเทียบรายปี คาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit rate: ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินไว้กับ ECB) ไว้ที่ 2% สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (interest rate futures: เครื่องมือที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต) บ่งชี้ว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนกรกฎาคม และอาจมีการปรับอีกครั้งก่อนสิ้นปี แต่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่าจะหยุดคงดอกเบี้ยนานกว่าเดิม คาดว่า BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลัก (benchmark rate: ดอกเบี้ยนโยบายที่ใช้เป็นฐานของระบบ) ไว้ที่ 0.75% แรงกดดันเงินเฟ้อของญี่ปุ่นถูกเชื่อมโยงกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน ตลาดกำลังให้ราคากับความเป็นไปได้ที่ BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดในเดือนเมษายน EUR/JPY ยังแกว่งในกรอบแคบระยะสั้น เพราะมุมมองของ ECB และ BoJ ยังทำให้ทิศทางไม่ชัดเจนจากการแกว่งในกรอบสู่ช่วงใหม่
ย้อนกลับไปช่วงนี้ในปี 2025 เราวิเคราะห์ว่า EUR/JPY เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ ECB คงดอกเบี้ยไว้ที่ 2% และ BoJ อยู่ที่ 0.75% ตลาดระมัดระวังและรอการเปลี่ยนแปลง แต่ราคาแถวระดับ 183.50 ยังแกว่งในกรอบแคบ ช่วงที่เงียบและรอคอยนั้นได้ผ่านไปแล้ว ภาพรวมเปลี่ยนไปมาก เพราะขณะนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของ ECB อยู่ที่ 3.25% หลังการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องช่วงปลายปี 2025 เพื่อลดแรงกดดันด้านราคา ตัวเลขประมาณการด่วนของ Eurostat (หน่วยสถิติของสหภาพยุโรป) ระบุว่าเงินเฟ้อ HICP (หัวข้อหลัก: headline หมายถึงรวมทุกหมวด) อยู่ที่ 2.5% สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ทำให้ธนาคารกลางยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะหันไปลดดอกเบี้ย สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องยังช่วยพยุงเงินยูโร ด้าน BoJ การกลับสู่ภาวะปกติของนโยบาย (normalization: ค่อยๆ ปรับจากดอกเบี้ยต่ำมาก/มาตรการพิเศษกลับสู่ระดับปกติ) ที่เคยเป็นแค่ความเป็นไปได้ ได้เกิดขึ้นจริง โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายตอนนี้อยู่ที่ 1.0% หลังการเจรจาค่าแรง “ชุนโตะ” (shunto: การเจรจาค่าแรงประจำปีช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น) ในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ที่ได้ค่าแรงเฉลี่ยเพิ่มมากกว่า 4.5% ดัชนี CPI พื้นฐานของโตเกียว (Tokyo Core CPI: เงินเฟ้อของกรุงโตเกียวที่ตัดหมวดผันผวน ใช้ดูแนวโน้มล่วงหน้า) เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 2.2% BoJ ไม่ได้แค่ส่งสัญญาณเข้มงวด (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) แต่ลงมือจริง ทำให้เงินเยนมีความเสี่ยงขึ้นหรือลงได้ทั้งสองทาง เมื่อทั้งสองธนาคารกลางใช้นโยบายอย่างจริงจังมากขึ้น ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาสัญญาออปชัน) เพิ่มขึ้นมากจากระดับต้นปี 2025 ผู้เทรดควรพิจารณาซื้อความผันผวนผ่านตราสารอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) เพราะข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาไม่คาดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจทำให้ราคาแกว่งแรง กลยุทธ์ Long straddle (ซื้อออปชัน Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) บน EUR/JPY อาจเหมาะสำหรับจับการหลุดกรอบจากช่วง 192.00-196.00 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ/สองสกุลเงิน) แม้ยังกว้าง แต่เปลี่ยนแปลงมากกว่าเดิม แทนการถือสถานะ Carry trade แบบยาวอย่างเดียว (carry trade: กู้/ขายสกุลดอกเบี้ยต่ำไปซื้อสกุลดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง) ผู้เทรดควรใช้สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (forward rate agreements: ข้อตกลงล็อกอัตราดอกเบี้ยในอนาคต เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง) เพื่อเก็งกำไรจากช่องว่างที่เปลี่ยนไปตามเส้นทางนโยบายของ ECB และ BoJ ทำให้วางมุมมองได้ละเอียดขึ้นว่า BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วแค่ไหนเมื่อเทียบกับความสามารถของ ECB ในการคงดอกเบี้ยสูง สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มซื้อขาย ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets