ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ตลาดจับตา
กองทัพอิสราเอลระบุว่าแผนปฏิบัติการจะดำเนินต่ออย่างน้อยอีก 3 สัปดาห์ ช่วงสุดสัปดาห์ กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีทุกฐานที่ตั้งทางทหารบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันของอิหร่าน อิหร่านขู่จะตอบโต้ต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันใดๆ ในภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ความตึงเครียดที่สูงขึ้นดันราคาน้ำมันเพิ่ม และเพิ่มความกังวลเรื่อง “เงินเฟ้อ” (ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น) ความกังวลเงินเฟ้อทำให้ตลาดคาดว่า “ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)” อาจเลื่อนการลด “อัตราดอกเบี้ย” (ต้นทุนการกู้เงินของระบบการเงิน) การคาดหวังดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักกดดันสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกผล” เช่น ทองคำ (ไม่ให้ดอกเบี้ยหรือเงินปันผล) สัปดาห์นี้ยังมีการตัดสินใจนโยบายการเงินจาก RBA (ธนาคารกลางออสเตรเลีย), BoJ (ธนาคารกลางญี่ปุ่น), ECB (ธนาคารกลางยุโรป), และ BoE (ธนาคารกลางอังกฤษ) รวมถึง Fed ตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงเดิม ยกเว้น RBA ที่คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกการตัดสินใจของธนาคารกลางกำหนดความคาดหวังดอกเบี้ย
ขณะนี้ตลาดทองคำเหมือนถูกดึงคนละทาง ปกติความขัดแย้งกับอิหร่านมักหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ผลข้างเคียงกลับเป็นแรงกดดัน ประเด็นหลักคือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้คนกลัวเงินเฟ้อ จึงทำให้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยลดลง การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันไม่ใช่เรื่องเล็ก เราเห็น “สัญญาล่วงหน้า” (ข้อตกลงซื้อขายในอนาคต) ของน้ำมันดิบ WTI เพิ่มกว่า 20% ใน 10 วันที่ผ่านมา จนซื้อขายเหนือ 155 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เห็นมานานกว่าสิบปี เรื่องนี้กระทบ “ความคาดหวังเงินเฟ้อ” โดยตรง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็สูงอยู่แล้ว หลังรายงาน “ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)” (ตัวชี้วัดราคาสินค้าทั่วไปที่ประชาชนซื้อ) เดือนที่แล้วออกมาที่ 4.5% ต่อปี ตัวเลขนี้ทำให้ Fed ส่งสัญญาณ “ผ่อนคลายนโยบาย” (เช่น ลดดอกเบี้ย) ได้ยาก สถานการณ์นี้คล้ายวิกฤตพลังงานยุคทศวรรษ 1970 ที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อพุ่งขึ้น ในอดีตทองคำมักทำผลงานดีในสภาพแวดล้อมแบบนี้ แต่จะดีจริงเมื่อธนาคารกลางไม่ถูกบังคับให้ “คุมเข้มนโยบายแรง” (เช่น ขึ้นดอกเบี้ยเร็วและมาก) สำหรับผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์” (สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) ภาพนี้ชี้ว่าอาจเกิดความผันผวนสูง ซึ่งเป็นช่วงที่หาโอกาสได้ โดยมีการตัดสินใจของ Fed ในสัปดาห์นี้ “ความผันผวนโดยนัย” (ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ของออปชันทองคำขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ทำให้กลยุทธ์อย่าง “สแตรดเดิล (straddle)” (ซื้อออปชันซื้อและออปชันขายพร้อมกันเพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง) น่าสนใจหากคาดว่าราคาจะเหวี่ยงแรง นอกจากนี้อาจพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” (สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) บนสัญญาน้ำมันเป็นการป้องกันความเสี่ยงหากความขัดแย้งบานปลายและดันเงินเฟ้อขึ้น ควรติดตามธนาคารกลางอื่นด้วย โดยเฉพาะ RBA หาก RBA ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด ขณะที่ Fed ยังยืนกรานไม่ลดดอกเบี้ย อาจทำให้คู่เงินอย่าง AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลียเทียบดอลลาร์สหรัฐ) เคลื่อนไหวมาก ความแตกต่างของนโยบายทั่วโลกสะท้อนว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อที่หลายคนคิดว่าใกล้จบในปี 2025 ยังไม่จบ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets