ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
ความสนใจยังไปที่ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน หลัง Reuters รายงานว่ากองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการที่อาจยืดเยื้อหลายสัปดาห์ หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งโจมตี เหตุการณ์แบบนี้มักทำให้ความต้องการ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อกังวลความเสี่ยง เช่น ทอง) เพิ่มขึ้น ด้านกราฟ ราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล 20 วัน (20-day EMA: ค่าเฉลี่ยราคาที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ใช้ดูแนวโน้ม) ที่ $84.23 และ RSI อยู่ที่ 43.47 ต่ำกว่า 50 (RSI: ดัชนีวัดแรงซื้อขาย ค่าต่ำกว่า 50 มักสื่อว่าแรงอ่อน) หากราคาปิดรายวันเหนือ $84.23 อาจช่วยลดแรงกดดันขาลง แต่ถ้ายังต่ำกว่า แรงส่งยังอ่อน ราคาเงินมักได้รับผลจากภูมิรัฐศาสตร์ ดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม และปัจจัยอุปทาน เช่น เหมืองและการรีไซเคิล เงินมักเคลื่อนไหวตามทอง และมีการใช้สัดส่วนทองต่อเงิน (gold/silver ratio: นำราคาทองหารด้วยราคาเงิน เพื่อเทียบว่าเงิน “แพง/ถูก” เมื่อเทียบกับทอง) ย้อนกลับไปช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาเงินยังติดแถว $75 แม้เงินเฟ้อเริ่มเย็นลง ตลาดให้น้ำหนักกับการที่ Fed คงดอกเบี้ย ทำให้ราคาขึ้นได้จำกัด ความเสี่ยงอิหร่านเป็นประเด็น แต่ไม่บานปลายเป็นความขัดแย้งยืดเยื้ออย่างที่บางคนกังวลภาพมหภาคเปลี่ยนไปอย่างไร
หลังจากนั้น Fed เริ่มลดดอกเบี้ยแบบระมัดระวังในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เมื่อเห็นสัญญาณตลาดแรงงานอ่อนลง ปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.75%–3.00% ทำให้สภาพแวดล้อมเอื้อต่อสินทรัพย์ที่ “ไม่มีดอกผล” (non-yielding: ไม่ให้ดอกเบี้ยหรือเงินปันผล เช่น เงิน/ทอง) มากขึ้น เงินเฟ้อยังลดลงต่อ โดยรายงาน CPI เดือนมกราคม 2026 ล่าสุดอยู่ที่ 2.1% เทียบปีต่อปี ช่วยหนุนโอกาสปรับดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ ความต้องการจากอุตสาหกรรมยังเป็นแรงขับสำคัญ และทำให้มุมมองราคาขึ้นของเงินเด่นขึ้น รายงานอุตสาหกรรมต้นปี 2026 ระบุว่า ความต้องการใช้เงินในแผงโซลาร์ (photovoltaics: เทคโนโลยีแปลงแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า) ทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มกว่า 170 ล้านออนซ์ในปีนี้ และการใช้ในอุปกรณ์ที่รองรับ 5G ก็เร่งตัว การใช้จริงที่แข็งแรงแบบนี้ช่วยพยุงราคา ซึ่งช่วงต้นปี 2025 ตลาดให้ความสำคัญน้อยกว่า จากภาพรวมนี้ ผู้ซื้อขายอาจพิจารณาเตรียมรับโอกาสขยับขึ้น การซื้อออปชันคอล (call option: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์ที่ราคา “ราคาใช้สิทธิ” ภายในเวลาที่กำหนด) ที่ราคาใช้สิทธิใกล้แนวต้านเดิม $84 อาจเป็นวิธีจับโอกาสกำไรได้ กลยุทธ์นี้ช่วยให้ได้ประโยชน์หากราคาปรับขึ้นจากทั้งนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและการใช้ในอุตสาหกรรมที่เพิ่ม ความผันผวน (volatility: ระดับการแกว่งของราคา) อาจควบคุมได้ด้วย “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า และขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยง แต่กำไรสูงสุดถูกจำกัด) วิธีนี้เหมาะกับมุมมองบวกแบบพอประมาณ ขณะราคาเงินพยายามออกจากกรอบที่แกว่งอยู่ ควรติดตามสัดส่วนทองต่อเงิน ซึ่งตอนนี้อยู่ราว 82 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวเล็กน้อย หากสัดส่วนกลับเข้าใกล้ค่าเฉลี่ย (mean reversion: แนวคิดว่าค่ามักกลับไปใกล้ค่าเฉลี่ย) จะหมายถึงเงินทำผลงานดีกว่าทอง ช่วยหนุนมุมมองถือเงิน ดังนั้น หากราคาย่อลงแถวต้น ๆ $80 อาจมองเป็นจุดเข้ากลยุทธ์คอลในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets