สวิงไฮ (Swing High) และสวิงโล (Swing Low) คือ “จุดกลับตัวของราคา” ที่ช่วยให้เห็นโครงสร้างตลาดและทิศทางแนวโน้ม สวิงไฮคือจุดยอดที่มี “ยอดด้านซ้ายและขวาต่ำกว่า” ส่วนสวิงโลคือจุดก้นที่มี “ก้นด้านซ้ายและขวาสูงกว่า” เมื่อนำมาดูร่วมกัน จะบอกได้ว่าตลาดเป็นขาขึ้น (ยอดสูงขึ้น ก้นสูงขึ้น) หรือขาลง (ยอดต่ำลง ก้นต่ำลง) คู่มือนี้อธิบายวิธีสังเกตจุดสวิงในตลาด CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง: เก็งกำไรจากส่วนต่างราคา ไม่ได้ถือครองสินทรัพย์จริง) การอ่านแนวโน้มและการหลุดโครงสร้าง การใช้กับจุดเข้า การตั้งตัดขาดทุน/ทำกำไร และการคำนวณขนาดสัญญา (position sizing: กำหนดจำนวนล็อตให้สอดคล้องกับความเสี่ยง) รวมถึงกฎเสี่ยงไม่เกิน 2% บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5
ประเด็นสำคัญ:
- สวิงไฮคือจุดยอดที่มียอดฝั่งซ้ายและขวาต่ำกว่า สวิงโลคือจุดก้นที่มีก้นฝั่งซ้ายและขวาสูงกว่า
- จุดสวิงเป็นองค์ประกอบของ โครงสร้างตลาด (market structure: ลำดับยอดและก้นของราคา) ช่วยบอกทิศทางแนวโน้ม การกลับตัว และระดับ แนวรับ-แนวต้าน (support/resistance: จุดที่ราคามักหยุดหรือตีกลับ) ที่ชัดเจน
- วิธี “3 แท่งเทียน” เป็นวิธีง่ายสุดในการทำเครื่องหมาย สวิงไฮและสวิงโลในกราฟ CFD ใช้ได้ทุกสินค้าและทุกช่วงเวลา
- การตั้งตัดขาดทุน (stop-loss: ราคาออกอัตโนมัติเพื่อลดความเสียหาย) การคำนวณขนาดสัญญา และกฎ 2% ทำให้การวิเคราะห์สวิงกลายเป็นระบบที่ทำซ้ำได้
ราคาแทบไม่วิ่งเป็นเส้นตรง มักขึ้นแล้วแผ่ว ย่อ แล้วไปต่อ “จุดกลับตัว” เหล่านี้คือแผนที่ และการอ่านให้ถูกคือทักษะแรกของ การวิเคราะห์ทางเทคนิค (technical analysis: วิเคราะห์กราฟราคาและปริมาณซื้อขายเพื่อประเมินแนวโน้ม)
คู่มือนี้อธิบายว่าจุดสวิงคืออะไร สังเกตอย่างไร อ่านแนวโน้มอย่างไร ใช้เทรดอย่างไร และควบคุมความเสี่ยงอย่างไร โดยแบ่งเป็นขั้นตอน เพื่อให้คุณนำ สวิงไฮและสวิงโลในตลาด CFD ไปใช้กับกราฟของตัวเองได้ทันที
สวิงไฮและสวิงโลคืออะไร?

ก่อนเทรดตาม “โครงสร้างตลาด” ต้องนิยามให้ชัด สวิงไฮและสวิงโลคืออะไร? สวิงไฮคือจุดยอดราคาที่สูงกว่าการเคลื่อนไหวของราคาทางซ้ายและขวาในระยะใกล้ ส่วนสวิงโลคือจุดก้นราคาที่ต่ำกว่าราคาทางซ้ายและขวา จุดทั้งสองบอกช่วงที่แรงซื้อกับแรงขายเปลี่ยนฝ่ายคุมตลาด
โครงสร้างของจุดสวิง
นึกถึงกราฟเหมือนแนวภูเขา ยอดคือสวิงไฮ หุบคือสวิงโล จุดสวิงจะ “ยืนยัน” ได้เมื่อราคาขยับออกจากจุดนั้นแล้ว และมีแท่งเทียนทางขวาเกิดขึ้น ความหน่วงนี้ไม่ใช่ข้อเสีย แต่คือการยึดกติกาที่วัดได้ แทนการเดา
| คุณลักษณะ | สวิงไฮ | สวิงโล |
| รูปบนกราฟ | จุดยอด | จุดก้น |
| แท่งเทียนรอบข้าง | ยอดทั้งสองข้างต่ำกว่า | ก้นทั้งสองข้างสูงกว่า |
| มักทำหน้าที่เป็น | แนวต้าน | แนวรับ |
| การวางจุดตัดขาดทุน | วางเหนือจุด (สำหรับขาย/ชอร์ต) | วางใต้จุด (สำหรับซื้อ/ลอง) |
| สื่อว่า | ฝั่งขายเริ่มคุม | ฝั่งซื้อเริ่มคุม |
ทำไมจุดสวิงสำคัญต่อโครงสร้างตลาด
ทุกแนวโน้ม ทุกกรอบแกว่ง และทุกการกลับตัว อธิบายได้จากลำดับของจุดเหล่านี้ อ่านลำดับให้ถูก กราฟจะไม่ดูสุ่ม จุดสวิงช่วยได้พร้อมกัน 4 เรื่อง:
- อ่านแนวโน้มจากรูปแบบ ยอดสูงขึ้นและก้นสูงขึ้น
- ได้ระดับ แนวรับ-แนวต้าน ที่อิงจากราคา
- มีจุดอ้างอิงสำหรับตัดขาดทุนและเป้าหมายทำกำไร
- เห็นสัญญาณเตือนว่าอาจเกิด การกลับทิศแนวโน้ม (trend reversal: แนวโน้มเปลี่ยนจากขึ้นเป็นลงหรือกลับกัน)
วิธีระบุสวิงไฮและสวิงโลบนกราฟตลาด CFD
เมื่อมีกติกาชัด การหา “จุดสวิง” จะเป็นขั้นตอนแบบตายตัว วิธีด้านล่างใช้เหมือนกันทั้งฟอเร็กซ์ ทอง ดัชนี หรือหุ้น CFD
1.วิธี 3 แท่งเทียน
เป็นกติกาที่เร็วและนิยมใช้เริ่มต้น
- เลือกแท่งเทียนติดกัน 3 แท่งบน กราฟแท่งเทียน (candlestick chart: กราฟที่แสดงราคาเปิด-สูงสุด-ต่ำสุด-ปิด)
- ถ้า “จุดสูงสุด” ของแท่งกลางสูงกว่าแท่งซ้ายและขวา = สวิงไฮ
- ถ้า “จุดต่ำสุด” ของแท่งกลางต่ำกว่าแท่งซ้ายและขวา = สวิงโล
- รอให้แท่งที่ 3 ปิดก่อนค่อยทำเครื่องหมาย
ตัวอย่างบน EUR/USD:
แท่งที่ 1 ทำจุดสูงสุด 1.0870 แท่งที่ 2 ทำ 1.0895 และแท่งที่ 3 ทำ 1.0882 ดังนั้นแท่งที่ 2 คือสวิงไฮที่ 1.0895 หากต้องการกราฟ “สะอาด” ให้ตั้งเงื่อนไขกว้างขึ้น เช่น ต้องมี “ยอดต่ำกว่า” 2 แท่งทั้งซ้ายและขวา เพื่อตัดสัญญาณรบกวน (noise: การแกว่งเล็ก ๆ ที่ไม่สะท้อนแนวโน้ม) หลักการนี้ใกล้เคียงกับ Fractals ของ Bill Williams (แฟร็กทัล: ตัวชี้วัดที่ทำเครื่องหมายจุดกลับตัวตามแพตเทิร์นคงที่)
2.ใช้ไส้เทียนแทนตัวเทียน
โดยทั่วไปจุดสวิงมักอ้างอิงจาก “ไส้เทียน (wick: เส้นที่บอกจุดสูงสุด/ต่ำสุดที่ราคาเคยไปถึง)” มากกว่าตัวเทียน (body: ช่วงราคาเปิดถึงปิด) ตัวเทียนบอกจุดที่ราคาปิด แต่ไส้เทียนบอกระยะที่ราคาถูกดันไปแล้วถูกปฏิเสธกลับมา จุดนี้สำคัญตอนตั้งตัดขาดทุน เพราะไส้เทียนคือ “ปลายสุดจริง” ที่คนในตลาดมองเห็น
3.เลือกไทม์เฟรมให้เหมาะ
สวิงโลบนกราฟ 5 นาที อาจไม่มีความหมายบนกราฟ 4 ชั่วโมง ควรเริ่มจากภาพใหญ่ (ไทม์เฟรมสูง) แล้วค่อยลงมาไทม์เฟรมต่ำเพื่อหาจุดเข้า
| ไทม์เฟรม | การใช้งานทั่วไป | น้ำหนักของจุดสวิง |
| M5 ถึง M15 | จูนจุดเข้า | ต่ำ ผันผวน/สัญญาณหลอกมาก |
| H1 ถึง H4 | โครงสร้างสวิงหลัก | ปานกลางถึงสูง |
| Daily | แนวโน้มหลัก | สูง |
| Weekly | จุดกลับตัวใหญ่ | สูงมาก |
เคล็ดลับ: ทำเครื่องหมายจุดสวิงบนกราฟรายวันก่อน แล้วค้างไว้ในกราฟ เซ็ตอัพในไทม์เฟรมต่ำที่สอดคล้องกับจุดเหล่านี้มักมีนัยมากกว่า
อ่านทิศทางแนวโน้มจากสวิงไฮและสวิงโลในโครงสร้างตลาด CFD
เมื่อทำเครื่องหมายจุดสวิงแล้ว การอ่านแนวโน้มทำได้ด้วยการเปรียบเทียบ “ยอด” และ “ก้น” แต่ละรอบกับรอบก่อนหน้า
ขาขึ้น ขาลง และกรอบแกว่ง
- ขาขึ้น: สวิงไฮใหม่สูงกว่าก่อนหน้า และสวิงโลใหม่สูงกว่าก่อนหน้า
- ขาลง: สวิงไฮใหม่ต่ำกว่าก่อนหน้า และสวิงโลใหม่ต่ำกว่าก่อนหน้า
- กรอบแกว่ง (range: ราคาแกว่งในกรอบ): ราคาเด้งระหว่างยอดและก้นเดิม ๆ โดยไม่ทำจุดสูงสุด/ต่ำสุดใหม่ที่มีนัย
โดยทั่วไป แนวโน้มยังถือว่ายังอยู่จนกว่าจะมีการหลุดผ่านจุดสวิงสำคัญอย่างชัดเจน
สังเกตการหลุดโครงสร้าง (Break of Structure)
การหลุดโครงสร้าง (break of structure: ลำดับยอด-ก้นที่บอกแนวโน้มถูกทำลาย) เกิดเมื่อรูปแบบเดิม “ไปต่อไม่ได้” ในขาขึ้น ราคาหยุดทำยอดสูงขึ้น และต่อมาปิดต่ำกว่าสวิงโลล่าสุด
ตัวอย่างบน ทองคำ:
ราคาขึ้นจาก 2,380 ไป 2,450 ย่อลงมา 2,415 แล้วไปติดที่ 2,442 ต่อมาราคาปิดต่ำกว่า 2,415 ถือว่าโครงสร้างขาขึ้นถูกทำลาย มุมมองเปลี่ยนเป็นกลางหรือเอนลง
วิธีเทรดสวิงไฮและสวิงโล
รู้ว่าจุดอยู่ไหนยังไม่พอ การเทรดต้องมี “กติกาเข้าซื้อ/ขาย” จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายทำกำไร เขียนให้ชัดก่อนกดคำสั่ง
เข้าเทรดตอนย่อ (Pullback Entry)
แนวทางนี้ช่วยเทรดไปตามแนวโน้ม
- ยืนยันขาขึ้นจากสวิงไฮและสวิงโลที่ยกสูงขึ้น
- รอราคาย่อกลับใกล้สวิงโลเดิม หรือโซน ฟีโบนัชชี รีเทรซเมนต์ (Fibonacci retracement: เครื่องมือวัดสัดส่วนการย่อ เช่น 50% หรือ 61.8%)
- มองหาแท่งเทียน “ปฏิเสธราคา” (rejection candle: แท่งที่มีไส้เทียนยาว แสดงแรงต้าน/รับชัด)
- เข้าเทรดหลังแท่งยืนยันปิด วางตัดขาดทุนใต้จุดต่ำสุดของการย่อ
- ใช้สวิงไฮก่อนหน้าเป็นเป้าหมายแรก
เข้าเทรดตอนเบรก (Breakout Entry)
แนวทางนี้เทรดเมื่อโครงสร้าง “ต่อขยาย” ไม่ใช่ตอนย่อ
- ทำเครื่องหมายสวิงไฮล่าสุดในขาขึ้น
- รอให้แท่งเทียน “ปิดเหนือระดับนั้น” ไม่ใช่แค่ไส้เทียนแทงผ่าน
- เข้าเทรดที่แท่งปิด หรือรอรีเทสต์ตื้น ๆ ของระดับที่เพิ่งเบรก
- วางตัดขาดทุนใต้สวิงโลที่มาก่อนการเบรก
การรอ “ปิดเหนือระดับ” ช่วยกรอง สัญญาณเบรกหลอก (false break: ราคาทะลุระดับแล้วกลับเข้ากรอบ) ได้มากกว่า การดูแค่ไส้เทียน
สร้างกลยุทธ์สวิงไฮ-สวิงโลสำหรับตลาด CFD
กลยุทธ์ สวิงไฮและสวิงโลในตลาด CFD ที่ใช้งานจริงต้องมีมากกว่าสัญญาณเข้า ควรรวมองค์ประกอบเหล่านี้:
- ตัวกรองแนวโน้ม 1 อย่าง เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 ช่วง (moving average: ค่าเฉลี่ยราคาในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อลดความผันผวน) หรือโครงสร้างรายวัน
- เครื่องมือยืนยัน 1 อย่าง เช่น RSI เด้งขึ้นจากเขตขายมากเกินไป (oversold: ราคาลงแรงจนมีโอกาสเด้ง) บริเวณสวิงโล
- กติกาตัดขาดทุนที่ผูกกับโครงสร้าง ไม่ใช่กำหนดตามจำนวน pip กลม ๆ
- กำหนด อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (risk-reward ratio: เทียบระยะขาดทุนกับกำไรเป้าหมาย) ขั้นต่ำ เช่น 1:2
- กติกาชัดเจนว่า “ไม่เทรด” เมื่อจุดสวิงซ้อนทับกันจนอ่านทิศทางไม่ได้
เคล็ดลับ: ถ้าแยกขาขึ้น/ขาลงไม่ได้ภายใน 5 วินาที มักเป็นตลาดแกว่ง ลดขนาดหรือรอ
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความต่างระหว่างสวิงเทรดและเดย์เทรด เพื่อเลือกรูปแบบให้เหมาะกับตัวเอง
คุมความเสี่ยง: กฎ 2% ในสวิงเทรดคืออะไร?
โครงสร้างบอก “ควรเทรดตรงไหน” แต่การคุมความเสี่ยงคือ “อยู่รอดได้ไหม” กฎ 2% ในสวิงเทรดคืออะไร? คือกำหนดเพดานว่าในหนึ่งดีล ห้ามเสี่ยงเกิน 2% ของเงินในพอร์ต
1. คำนวณขนาดสัญญาด้วยกฎ 2%
ตัวอย่าง:
คุณมีพอร์ต $5,000 เพดาน 2% คือ $100 ต้องการซื้อ EUR/USD ที่ 1.0850 วางตัดขาดทุนใต้สวิงโลที่ 1.0800 ระยะห่าง 50 pip (pip: หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงิน)
ในล็อตมาตรฐาน 1 pip มีมูลค่าประมาณ $10 ดังนั้น 50 pip ขาดทุน $500 ต่อ 1 ล็อต นำความเสี่ยงที่รับได้ $100 หาร $500 ได้ขนาดสัญญา 0.2 ล็อต หากเป้าหมายแรกคือสวิงไฮก่อนหน้าที่ 1.0950 เท่ากับกำไร 100 pip เทียบกับเสี่ยง 50 pip เป็นสัดส่วน 1:2
| เงินในพอร์ต | เพดานเสี่ยง 2% | ระยะตัดขาดทุน | ขนาดสัญญา |
| $1,000 | $20 | 50 pip | 0.04 ล็อต |
| $5,000 | $100 | 50 pip | 0.20 ล็อต |
| $10,000 | $200 | 50 pip | 0.40 ล็อต |
| $25,000 | $500 | 50 pip | 1.00 ล็อต |
สังเกตว่า “ระยะตัดขาดทุน” ถูกกำหนดจากกราฟ แล้วค่อยปรับ “ขนาดสัญญา” ให้เข้ากับความเสี่ยง การคำนวณขนาดก่อนแล้วค่อยบีบตัดขาดทุนให้แคบเพื่อให้พอดี เป็นสาเหตุที่ทำให้พอร์ตเสียหาย
2. การตั้งตัดขาดทุนและการกวาดสภาพคล่อง
คำสั่งตัดขาดทุนมักไปกองอยู่ในจุดที่เห็นชัด เช่น ใต้สวิงโล และเหนือสวิงไฮ ความหนาแน่นนี้อาจดึงให้ราคา “สะบัด” ทะลุระดับนั้นแล้วค่อยกลับทิศ ซึ่งมักเรียกว่า การกวาดสภาพคล่อง (liquidity sweep: การแกว่งไปกินคำสั่งที่ค้างอยู่ก่อนกลับตัว) แนวทางปรับใช้:
- เผื่อระยะเลยปลายไส้เทียน ไม่วางพอดีระดับ
- กำหนดระยะเผื่อด้วยความผันผวนล่าสุด เช่น บางส่วนของค่าเฉลี่ยช่วงแกว่งจริง ATR (Average True Range: ตัวชี้วัดความผันผวนเฉลี่ย)
- มองการสะบัดทะลุแล้วกลับเร็วเป็นข้อมูล ไม่ใช่ “โชคร้าย”
- ห้ามขยับตัดขาดทุนให้กว้างขึ้นหลังเปิดดีล
บนแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ของ VT Markets คุณสามารถตั้งระดับตัดขาดทุนและทำกำไร (take-profit: ปิดทำกำไรอัตโนมัติ) ตั้งแต่ตอนเข้าออเดอร์ เพื่อลดการตัดสินใจตามอารมณ์ระหว่างถือสถานะ
เครื่องมือที่ช่วยยืนยันจุดสวิง
การทำเครื่องหมายด้วยมือช่วยฝึกสายตา อินดิเคเตอร์ (indicator: เครื่องมือคำนวณจากราคาเพื่อช่วยอ่านกราฟ) ควรใช้เพื่อ “ตรวจสอบ” ไม่ใช่แทนการอ่านกราฟ
- ZigZag: กรองการแกว่งเล็ก ๆ และเน้นสวิงหลัก แต่จะ “วาดใหม่” เมื่อมีราคามาเพิ่ม (redraw: ตำแหน่งเส้น/จุดเปลี่ยนตามข้อมูลใหม่)
- Fractals: แสดงลูกศรบนแท่งเทียนที่เข้าแพตเทิร์นตายตัว ช่วยสแกนเร็ว
- Pivot points (พิวอตพอยต์): ระดับที่คำนวณจากราคาสูงสุด-ต่ำสุด-ปิดของรอบก่อน และบางครั้งสอดคล้องกับจุดสวิงที่ตาเห็น
เครื่องมือเหล่านี้อธิบาย “อดีต” เพื่อยืนยันโครงสร้าง ไม่ได้ทำนายการเคลื่อนไหวถัดไป
ความผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่ออ่านสวิงไฮและสวิงโลในตลาด CFD
ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่มาจากความรีบ:
- ตีความการแกว่งเล็ก ๆ ทุกจุดเป็นสวิง โดยเฉพาะไทม์เฟรมต่ำ
- ลงมือก่อนแท่งยืนยันปิด
- ไม่ดูไทม์เฟรมสูง แล้วเทรดสวนแนวโน้มหลัก
- วางตัดขาดทุนพอดีระดับชัด ๆ โดยไม่เผื่อระยะ
- เพิ่มไม้ในฝั่งขาดทุน เพราะคิดว่าสวิงโล “ต้อง” รับอยู่
เคล็ดลับ: เก็บภาพหน้าจอทุกเซ็ตอัพ พร้อมขีดก่อนและหลังทริกเกอร์ แล้วทบทวน 20 เคส คุณจะเห็นนิสัยการเทรดของตัวเองชัดกว่าใช้อินดิเคเตอร์เพิ่ม
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1: ต้องใช้กี่แท่งเทียนถึงยืนยันสวิงไฮหรือสวิงโล?
กติกาที่พบบ่อยคือ 3 แท่ง โดยจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของแท่งกลางต้องเลยแท่งข้าง ๆ หากเพิ่มเป็น 5 หรือ 7 แท่ง จะเหลือเฉพาะจุดกลับตัวที่สำคัญกว่า
Q2: จุดสวิงเหมือนพิวอตพอยต์หรือไม่?
ไม่เหมือน พิวอตพอยต์คำนวณจากสูตรโดยใช้ราคาสูงสุด-ต่ำสุด-ปิดของรอบก่อน ส่วนจุดสวิงอ่านจาก “จุดกลับตัวจริง” บนกราฟ
Q3: สวิงไฮและสวิงโลใช้ได้กับ CFD ทุกประเภทหรือไม่?
ใช้ได้ เพราะอิงจากพฤติกรรมราคา ไม่ได้ขึ้นกับสินทรัพย์เฉพาะ ใช้กติกาเดียวกันกับฟอเร็กซ์ ทอง ดัชนี และหุ้น CFD เพียงปรับไทม์เฟรมและระยะเผื่อตัดขาดทุนตามความผันผวนของแต่ละสินค้า
Q4: ควรใช้อินดิเคเตอร์หรือทำเครื่องหมายจุดสวิงด้วยมือ?
เริ่มจากทำด้วยมือก่อน เพราะช่วยฝึกการจำรูปแบบที่อินดิเคเตอร์ให้ไม่ได้ เมื่อชำนาญแล้ว ZigZag หรือ Fractals ค่อยใช้เป็นตัวช่วยตรวจสอบ
Q5: ไทม์เฟรมไหนเหมาะกับการสวิงเทรด CFD?
เทรดเดอร์จำนวนมากกำหนดทิศทางจากกราฟรายวัน และหาจังหวะเข้าจากกราฟ 4 ชั่วโมง ชุดนี้ช่วยอ่านแนวโน้มได้มั่นคง และมีรายละเอียดพอสำหรับตั้งตัดขาดทุนที่เหมาะสม
เริ่มอ่านโครงสร้างตลาดกับ VT Markets
การแยก สวิงไฮและสวิงโลในตลาด CFD จะเปลี่ยนวิธีมองกราฟ ยอดและก้นไม่ใช่สัญญาณรบกวน แต่เป็นจุดตัดสินใจ มีจุดเข้า มีตัดขาดทุน และมีเหตุผลชัดเจนว่าทำไมควร “ไม่เทรด”
ทำเครื่องหมายระดับอย่างมีวินัย รอให้แท่งเทียนปิด คำนวณขนาดสัญญาตามเพดานความเสี่ยง และทบทวนผลหลังเทรด