This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

วิธีเทรด NAS100 แบบสปอต (Cash)

by VT Markets
/
Aug 21, 2026

NAS100 Cash คือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD: สัญญาที่ตกลงชำระ “ส่วนต่างราคา” ระหว่างตอนเปิดและปิดสถานะ โดยไม่ต้องถือหุ้นจริง) ที่อ้างอิงราคาปัจจุบัน (Spot: ราคาทันที ณ เวลานั้น) ของดัชนี Nasdaq 100 ทำให้เทรดเดอร์เก็งกำไรหุ้นเทคโนโลยีและบริษัทนอกภาคการเงินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องซื้อหุ้นจริง สามารถเปิดสถานะซื้อ (Long: คาดว่าราคาขึ้น) หรือสถานะขาย (Short: คาดว่าราคาลง) โดยราคาขึ้นอยู่กับผลงานกลุ่มเทคฯ ความคาดหวังดอกเบี้ย และบรรยากาศตลาด คู่มือนี้อธิบายการทำงานของ NAS100 Cash ความต่างจากตัวดัชนี วิธีตั้งค่าการเทรดบน MetaTrader 4/5 วิธีคำนวณขนาดสัญญาและจัดการเลเวอเรจ (Leverage: การใช้เงินวางประกันน้อยเพื่อควบคุมสถานะใหญ่ขึ้น) รวมถึงการคุมความเสี่ยงเมื่อเทรด CFD ดัชนียอดนิยมนี้

สรุปประเด็นสำคัญ:

การเทรด NAS100 Cash เป็นวิธีที่นิยมในการเข้าถึงตลาดเทคโนโลยีสหรัฐฯ คู่มือนี้แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน

เริ่มจากอธิบายว่าเครื่องมือนี้คืออะไร ชื่อหมายถึงอะไร และต่างจาก “ตัวดัชนี” อย่างไร ต่อด้วยการตั้งค่าให้ถูกต้องกับโบรกเกอร์และแพลตฟอร์ม

จากนั้นเป็นการเปิดออเดอร์ พร้อมตัวอย่างคำนวณขนาดสถานะและจุดตัดขาดทุน ปิดท้ายด้วยการบริหารความเสี่ยงและวินัยการเทรด

NAS100 Cash คือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ที่อ้างอิงมูลค่าปัจจุบันของ Nasdaq 100 เช่นเดียวกับ CFD ดัชนีอื่น ๆ คุณเปิดสถานะกับ “ทั้งตลาด” แทนการเลือกหุ้นรายตัว

คุณไม่ได้ซื้อหุ้นจริง แต่เป็นการตกลงชำระส่วนต่างราคา ระหว่างตอนเปิดและตอนปิดสถานะ

โครงสร้างนี้ทำให้ยืดหยุ่น คุณเปิดซื้อ (Long) เมื่อคาดว่าดัชนีขึ้น หรือเปิดขาย (Short) เมื่อคาดว่าดัชนีลงได้

NAS100 เป็นชื่อย่อที่โบรกเกอร์ใช้เรียกดัชนี Nasdaq 100 ในรูปแบบที่เทรดได้แบบ CFD เลข “100” หมายถึงบริษัทนอกภาคการเงินขนาดใหญ่ราว 100 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq

คำว่า “Cash” สำคัญ เพราะบอกว่า CFD นี้ใช้ราคาปัจจุบัน (Spot) ไม่ใช่สัญญาฟิวเจอร์ส (Futures: สัญญาที่กำหนดวันหมดอายุและอ้างอิงราคาส่งมอบในอนาคต) โดยในแต่ละแพลตฟอร์มอาจใช้ตัวย่อไม่เหมือนกัน เช่น

ชื่ออาจต่างกัน แต่ตลาดอ้างอิงเดียวกัน

ไม่เท่ากันทั้งหมด Nasdaq 100 คือ “ดัชนี” ซึ่งเป็นตัวเลขที่คำนวณขึ้น ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ซื้อขายได้โดยตรง

ส่วน CFD คือ “ตราสารอนุพันธ์” (Derivative: เครื่องมือที่ราคาอ้างอิงจากสินทรัพย์/ดัชนีอื่น) ที่สร้างบนตัวเลขนั้น ราคาเคลื่อนไหวใกล้เคียงดัชนี แต่เป็นคนละผลิตภัณฑ์ มีสเปรด (Spread: ส่วนต่างราคารับซื้อ-ขาย) ค่าถือข้ามคืน (Swap: ค่าปรับ/ดอกเบี้ยเมื่อถือสถานะข้ามคืน) และเวลาเทรดตามที่โบรกเกอร์กำหนด

คุณติดตาม มูลค่าดัชนี Nasdaq 100 แบบเรียลไทม์ แยกจากราคาโบรกเกอร์ได้ เพื่อใช้เทียบอ้างอิง

ทั้งสองอ้างอิงตลาดเดียวกัน แต่รายละเอียดต่างกัน

สำหรับรายย่อย ส่วนที่ไม่มีวันหมดอายุมักเริ่มต้นง่ายกว่า

ก่อนส่งคำสั่งครั้งแรกควรมี 3 อย่าง: เลือกโบรกเกอร์ให้เหมาะ เข้าใจรายละเอียดสัญญา และรู้ช่วงเวลาที่ตลาด “มีแรง” จริง

แพลตฟอร์มคือช่องทางส่งคำสั่ง หากช้า หรือระบบไม่เสถียร ต่อให้วิเคราะห์ดีก็พลาดได้

เทียบโบรกเกอร์สำหรับ NAS100 Cash ให้ดู:

VT Markets รองรับการเทรดเครื่องมือนี้บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5

เมื่อบัญชีใช้งานได้ ให้เปิด Market Watch แล้วคลิกขวาที่สัญลักษณ์ เลือก “Specification” ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะทำให้รู้ว่า 1 ล็อตมีมูลค่าเท่าไร

ตัวอย่างด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่าง ต้องยืนยันตัวเลขจริงจากโบรกเกอร์ของคุณ

เมื่ออ่านเป็น คุณจะเปลี่ยนกราฟให้เป็น “ความเสี่ยงที่วัดได้”

NAS100 Cash เทรดได้เกือบ 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ มีช่วงพักสั้น ๆ และปิดสุดสัปดาห์ แต่แต่ละช่วงมีคุณภาพต่างกัน

เวลาอาจเปลี่ยนตาม Daylight Saving และต่างกันตามโบรกเกอร์ ให้ดูตารางเวลาในแพลตฟอร์ม

เมื่อตั้งค่าพร้อม ขั้นตอนการเทรดจะเป็นลำดับเดิม: มองทิศทาง คำนวณขนาดสถานะ กำหนดจุดออกก่อนเข้า

ไม่มีคำตอบตายตัว ทิศทางมาจากข้อมูล ณ ตอนนั้น และต้องปรับเมื่อข้อมูลเปลี่ยน

ปัจจัยที่นิยมใช้ประกอบมุมมอง:

ควรกำหนด “จุดที่ทำให้ไอเดียผิด” ก่อนเข้า เมื่อราคาชนจุดนั้นให้ยอมรับและออกจากตลาด

ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย (เพื่อสาธิตเท่านั้น)

สมมติ:

สูตร: ขนาดสถานะ = เงินที่ยอมเสี่ยง ÷ (ระยะ Stop × มูลค่าต่อจุดต่อ 1 ล็อต)

ขนาดสถานะ = $50 ÷ (100 × $10) = 0.05 ล็อต

ถ้า Stop กว้างขึ้นเป็น 200 จุด แต่ยอมเสี่ยงเท่าเดิม ขนาดสถานะต้องลดเป็น 0.025 ล็อต

คำนวณก่อนทุกครั้ง จะลดการเดา

คำสั่งตัดขาดทุน (Stop-loss: คำสั่งปิดเมื่อราคาวิ่งสวนถึงจุดที่กำหนด) สำคัญ เพราะเครื่องมือนี้แกว่งได้หลายร้อยจุดในวันเดียว ควรวางในจุดที่ “ไอเดียไม่เป็นจริงแล้ว” ไม่ใช่ตามเลขกลม

แนวทางที่ใช้ได้จริง:

การคุมความเสี่ยงตัดสินว่าคุณจะอยู่ในตลาดได้นานแค่ไหน โดยโฟกัส 3 เรื่อง: เลเวอเรจ ต้นทุน และช่วงข่าว

เลเวอเรจทำให้ควบคุมสถานะใหญ่กว่าเงินวางได้ แต่ขยายกำไรและขาดทุนพอ ๆ กัน

เลเวอเรจที่ได้รับไม่ใช่ “เป้าหมาย” แต่เป็น “เพดาน” แนวทางแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น

ทุกออเดอร์มีต้นทุน และเมื่อเทรดบ่อย ต้นทุนจะสะสม

ตัวอย่างผลกระทบตามระยะถือ:

เทรดถี่ให้จับตาสเปรด ส่วนสายสวิงให้ดูสวอป

ดัชนีนี้ไวต่อเหตุการณ์ตามกำหนดการ

งบของบริษัทขนาดใหญ่ตัวเดียวอาจทำให้ดัชนีทั้งชุดขยับแรงได้

แนวทางป้องกัน:

นิสัยที่ช่วยให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ:

Q1: เทรด NAS100 Cash ได้ทั้ง MT4 และ MT5 หรือไม่?

ได้ NAS100 Cash เป็น CFD ดัชนีที่พบได้บ่อยในทั้งสองแพลตฟอร์ม MT5 มักมีกรอบเวลาและเครื่องมือวิเคราะห์มากกว่า แต่ตัวสินค้าทำงานเหมือนกัน

Q2: ต้องใช้เงินเท่าไรถึงเริ่มเทรด NAS100 Cash ได้?

ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับล็อตขั้นต่ำ มาร์จิ้น และระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้ ประเด็นสำคัญคือเงินในบัญชีต้องพอให้ “กำหนดขนาดสถานะ” ได้โดยเสี่ยงต่อครั้งเป็นสัดส่วนเล็ก ๆ

Q3: ทำไมราคาที่โบรกเกอร์ให้ต่างจาก Nasdaq 100 ในเว็บข่าวเล็กน้อย?

เป็นเรื่องปกติ ราคาโบรกเกอร์มีสเปรด ขณะที่ตัวเลขตามเว็บข่าวอาจหน่วงเวลา หรืออ้างอิงจากฟิวเจอร์สมากกว่าราคา Spot

Q4: NAS100 Cash เหมาะกับมือใหม่หรือไม่?

เหมาะได้ หากเข้าใจเลเวอเรจและคุมความเสี่ยงเข้ม เพราะผันผวนสูงกว่าคู่เงินหลักหลายคู่ จึงควรใช้ขนาดสถานะเล็กและมีวิธีเทรดที่ผ่านการทดสอบ

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code