This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

วิธีอ่านกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี

by VT Markets
/
Aug 19, 2026

กราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (10-Year Treasury yield) แสดง “ผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ” เพื่อให้กู้เงินแก่รัฐบาลสหรัฐเป็นเวลา 10 ปี ต่างจากกราฟราคาหุ้น เพราะกราฟนี้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของ “อัตราผลตอบแทน (yield: ผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปี)” ไม่ใช่ “ราคาพันธบัตร” โดยทั่วไป เมื่ออัตราผลตอบแทนสูงขึ้นมักหมายถึงความต้องการซื้อพันธบัตรลดลง (ราคาพันธบัตรลง) และเมื่ออัตราผลตอบแทนลดลงมักสะท้อนความต้องการพันธบัตรเพิ่มขึ้น (ราคาพันธบัตรขึ้น) คู่มือนี้อธิบายวิธีอ่านกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างราคาพันธบัตรกับอัตราผลตอบแทน การดูแนวโน้มในหลายกรอบเวลา ปัจจัยที่ทำให้อัตราผลตอบแทนแกว่ง และการนำข้อมูลไปใช้วางแผนเทรดในตลาดค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้น ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5

ประเด็นสำคัญ:

  • กราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ติดตาม “ผลตอบแทน” ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (treasury note: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) ไม่ใช่ “ราคา”
  • ราคาพันธบัตร กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร เคลื่อนไหวสวนทางกัน ดังนั้นกราฟอัตราผลตอบแทนที่ปรับขึ้นมักหมายถึงความต้องการซื้อพันธบัตรลดลง
  • อัตราผลตอบแทนตัวนี้มักถูกมองเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของตลาด (benchmark interest rate: อัตรามาตรฐานที่สินทรัพย์อื่นใช้เทียบ) มีผลต่อดอกเบี้ยจำนอง (mortgage rates: ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน) ค่าเงิน และการประเมินมูลค่าหุ้น
  • การอ่านกราฟให้ดีต้องดูแนวโน้ม กรอบเวลา และบริบท ไม่ใช่ตัดสินจากแท่งเทียนของวันเดียว

มีไม่กี่กราฟที่ส่งผลต่อตลาดโลกกว้างเท่ากับกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี เพราะเชื่อมโยงตั้งแต่ราคาสินเชื่อบ้านไปจนถึงความ “แพง/ถูก” ของหุ้นเทคโนโลยี แต่หลายคนมองเห็นเส้นกราฟขยับแล้วก็ผ่านไป

คู่มือนี้อธิบายวิธีอ่านกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีให้ถูกต้อง ว่าปัจจัยใดเป็นตัวขับเคลื่อน และจะนำไปใช้ตัดสินใจเทรดอย่างมีวินัยและควบคุมความเสี่ยงบนแพลตฟอร์มMetaTrader 4หรือMetaTrader 5ได้อย่างไร

กราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี แสดงอะไร

ก่อนตีความการเคลื่อนไหว ต้องรู้ก่อนว่า “กราฟกำลังพล็อตอะไร” ส่วนนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างราคาและอัตราผลตอบแทน จากนั้นอธิบายแกนกราฟเพื่อให้การเคลื่อนไหวไม่ดูเป็นนามธรรม

ความต่างระหว่างอัตราผลตอบแทน (Yield) กับราคา (Price)

พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี คือการให้กู้เงินแก่รัฐบาลสหรัฐ ตราสารประเภทนี้ยังถูกนำไปอ้างอิงในบอนด์ CFD (CFD: สัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นการเก็งกำไรจากราคาโดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง)ที่นักเทรดติดตาม คุณให้กู้เงินจำนวนหนึ่ง ได้รับดอกเบี้ยคงที่ปีละ 2 ครั้ง และได้เงินต้นคืนเมื่อครบกำหนด ดอกเบี้ยคงที่นี้เรียกว่าคูปอง (coupon: ดอกเบี้ยตามหน้าตั๋วที่จ่ายคงที่)

ส่วนอัตราผลตอบแทน (yield) คือผลตอบแทนที่คุณ “ได้จริง” ตามราคาที่คุณซื้อ ไม่ใช่มูลค่าหน้าตั๋ว (face value: มูลค่าตามหน้าตราสาร) เพราะคูปองคงที่ เมื่อราคาพันธบัตรเปลี่ยน อัตราผลตอบแทนจึงต้องเปลี่ยนตาม

ตัวอย่างคำนวณแบบง่าย:

  • พันธบัตรมูลค่าหน้าตั๋ว 1,000 ดอลลาร์ คูปอง 4% จ่ายดอกเบี้ยปีละ 40 ดอลลาร์
  • ซื้อที่ 1,000 ดอลลาร์ อัตราผลตอบแทน = 40 ÷ 1,000 = 4.00%
  • ถ้าความต้องการลดลง ราคาลงไป 950 ดอลลาร์ อัตราผลตอบแทน = 40 ÷ 950 = 4.21%
  • ถ้าความต้องการเพิ่มขึ้น ราคาขึ้นไป 1,050 ดอลลาร์ อัตราผลตอบแทน = 40 ÷ 1,050 = 3.81%

หลักการนี้อยู่เบื้องหลังสูตรคำนวณอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield formula: วิธีคำนวณผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์)ที่ใช้กันในตลาดตราสารหนี้ (fixed income: ตลาดที่ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเป็นหลัก) ความสัมพันธ์แบบสวนทางนี้สำคัญที่สุด: เส้นกราฟขึ้น = คนขายพันธบัตรมากขึ้น (ความต้องการลดลง); เส้นกราฟลง = คนซื้อพันธบัตรมากขึ้น (ความต้องการเพิ่มขึ้น)

อ่านแกนกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีอย่างไร

How to Read the 10-Year Treasury Yield Chart

ที่มา: TradingView

เมื่อเปิดกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี แกนตั้งจะแสดงอัตราผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ แกนนอนคือเวลา ส่วนเส้น/แท่งเทียน/แท่งราคา แสดงอัตราผลตอบแทน ณ ราคาปิดของแต่ละช่วงเวลา

จุดที่มือใหม่พลาดบ่อย:

  • การเปลี่ยนแปลงมักพูดเป็นเบซิสพอยต์ (basis points/bps: หน่วยย่อยของเปอร์เซ็นต์ โดย 1 bps = 0.01%) เช่น 4.00% ไป 4.25% เท่ากับขึ้น 25 bps
  • แม้เปอร์เซ็นต์ขยับเล็กน้อย แต่ในเชิงตลาดถือว่าใหญ่ เช่น 25 bps อาจทำให้สินทรัพย์หลายประเภทถูก “ปรับราคาใหม่ (reprice: ตลาดประเมินมูลค่าใหม่ตามต้นทุนเงินที่เปลี่ยน)”

อ่านแนวโน้มและกรอบเวลาบนกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี

การดูแค่ครั้งเดียวแทบไม่พอ ต้องอาศัยบริบทจึงจะใช้งานได้ เริ่มจากดูภาพระยะยาว แล้วค่อยเลือกกรอบเวลาที่เหมาะกับสไตล์เทรด

ใช้ประวัติกราฟอัตราผลตอบแทน 10 ปีเพื่อสร้างบริบท

การดูประวัติกราฟอัตราผลตอบแทน 10 ปีช่วยสร้างมุมมองได้เร็ว เพราะในระยะยาวอัตราผลตอบแทนเคยขึ้นลงแรงตามช่วงเงินเฟ้อสูง การปรับลดลงเป็นโครงสร้างยาว และช่วงดอกเบี้ยต่ำมาก ช่วงกว้างนี้ช่วยบอกว่าระดับปัจจุบัน “ผิดปกติ” หรือ “ปกติ”

เวลาดูภาพระยะยาว ให้ถาม 3 ข้อ:

  • ระดับปัจจุบันอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับกรอบหลายสิบปี?
  • อัตราผลตอบแทนกำลังมีแนวโน้ม (trend: เคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวต่อเนื่อง) หรือแกว่งในกรอบ (range: ขึ้นลงในช่วงเดิม) มาหลายเดือน?
  • ในอดีตมีช่วงไหนที่เงื่อนไขเศรษฐกิจคล้ายกัน?

บริบทช่วยไม่ให้ตัดสินว่า “สูง/ต่ำ” จากแค่ 6 เดือนล่าสุด

เลือกกรอบเวลาที่เหมาะบนแพลตฟอร์มกราฟ

กรอบเวลาต่างกันตอบคำถามต่างกัน ควรเลือกให้ตรงเป้าหมาย

กรอบเวลาบอกอะไรเหมาะกับ
ระหว่างวัน (H1, H4)ปฏิกิริยาต่อข้อมูลเศรษฐกิจและคำพูดธนาคารกลางเทรดเดอร์ระยะสั้น
รายวันการเปลี่ยนโมเมนตัม และ แนวรับ-แนวต้าน (support/resistance: ระดับราคาที่มักหยุดลง/หยุดขึ้น) ระยะสั้นสวิงเทรดเดอร์
รายสัปดาห์แนวโน้มหลักและโครงสร้างระยะกลางเทรดเดอร์ถือสถานะ
รายเดือนภาพโครงสร้างระยะยาว ใช้ดูประวัติกราฟวิเคราะห์ภาพใหญ่และระยะยาว

ทิป: ดูทิศทางจากกราฟรายสัปดาห์ก่อน แล้วค่อยลงมารายวันเพื่อหาจังหวะ หากทำกลับกันมักกลายเป็นเทรดสวนแนวโน้มหลัก

อะไรทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีขึ้นหรือลง

เส้นกราฟเคลื่อนเพราะ “ความคาดหวัง” ของตลาดเปลี่ยน เข้าใจตัวขับเคลื่อนจึงสำคัญกว่าการดูกราฟอย่างเดียว

ทำไมอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีถึงปรับขึ้น

คำถามยอดฮิตคือทำไมอัตราผลตอบแทน 10 ปีขึ้น ซึ่งมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

อัตราผลตอบแทนมักเพิ่มขึ้นเมื่อ:

  • คาดการณ์เงินเฟ้อ (inflation expectations: การคาดว่าราคาสินค้าจะขึ้นในอนาคต) สูงขึ้น นักลงทุนจึงต้องการผลตอบแทนมากขึ้นเพื่อชดเชยกำลังซื้อที่ลดลง ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับเงินเฟ้อก็มาจากเหตุผลเดียวกัน
  • ข้อมูลเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาด ทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง
  • ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ผู้กำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ) ส่งสัญญาณใช้นโยบายตึงตัวมากขึ้น หรือ ตลาดลดการคาดหวังการลดดอกเบี้ย
  • รัฐบาลกู้เงินมากขึ้น ทำให้มีพันธบัตรออกมามากขึ้น (อุปทานเพิ่ม) ต้องหาผู้ซื้อเพิ่ม
  • ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven demand: เมื่อตลาดกลัวจะเข้าซื้อสินทรัพย์ที่มองว่าปลอดภัย) ลดลง เพราะนักลงทุนกลับไปรับความเสี่ยงในหุ้นและสินทรัพย์เติบโต

ส่วนอัตราผลตอบแทนที่ลดลงมักสะท้อนภาพตรงข้าม เช่น เงินเฟ้อต่ำลง เศรษฐกิจอ่อนแรง หรือเงินไหลเข้าหาความปลอดภัย ทำให้ราคาพันธบัตรขึ้นและอัตราผลตอบแทนลง

เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีปรับขึ้น จะเกิดอะไร

คำถามสำคัญคือเมื่ออัตราผลตอบแทน 10 ปีขึ้น ตลาดอื่น ๆ จะได้รับผลอย่างไร เพราะพันธบัตร 10 ปีมักถูกใช้เป็นตัวแทนของอัตราผลตอบแทนที่ถือว่า “ปลอดความเสี่ยง” (risk-free rate: อัตราผลตอบแทนจากการถือสินทรัพย์ที่ตลาดมองว่าปลอดภัยมาก เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) การขยับของมันจึงกระทบไปยังสินทรัพย์อื่น

ตารางนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ “พบได้บ่อย” ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่การันตี

ทิศทางอัตราผลตอบแทนสิ่งที่ตลาดมักตีความสินทรัพย์ที่มักได้รับผล
ขึ้นแรงต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น สภาพการเงินตึงตัวหุ้นเติบโต (growth equities: หุ้นที่มูลค่าขึ้นกับกำไรในอนาคตมาก), ทองคำ, ค่าเงินตลาดเกิดใหม่
ค่อย ๆ ขึ้นคาดเศรษฐกิจดีขึ้นหุ้นกลุ่มการเงิน, ดอลลาร์สหรัฐ
ลงแรงตลาดกลัวความเสี่ยง หรือมุมมองเศรษฐกิจแย่ลงสินทรัพย์เชิงรับ, ทองคำ, เยน
ค่อย ๆ ลงเงินเฟ้อเย็นลง คาดนโยบายผ่อนคลายดัชนีหุ้น, สินทรัพย์อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยระยะยาว (longer-duration assets: สินทรัพย์ที่ราคามักไวต่อการเปลี่ยนดอกเบี้ย)

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ:

สมมติอัตราผลตอบแทนขึ้นจาก 4.00% เป็น 4.40% ใน 3 สัปดาห์ เท่ากับขึ้น 40 bps เทรดเดอร์อาจคาดว่าหุ้นที่ไวต่อดอกเบี้ยจะถูกกดดัน และดอลลาร์อาจแข็งขึ้น

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US dollar index/DXY: ดัชนีวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก)มักปรับขึ้นในช่วงตลาดไม่แน่นอน อย่างไรก็ดี กราฟนี้ไม่ใช่ “สัญญาณเข้าซื้อขาย” โดยตรง แต่เป็นตัวช่วยกำหนดสภาพแวดล้อมของการเทรด

ทิป: ใช้กราฟอัตราผลตอบแทนเป็นตัวกรองสภาพตลาด (conditions filter: เช็กว่าบริบทเหมาะกับกลยุทธ์หรือไม่) ก่อนเปิดสถานะ เหมือนที่คุณเช็กปฏิทินเศรษฐกิจ

ตั้งค่ากราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีบน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5

การอ่านจะมีประโยชน์เมื่อคุณเปิดกราฟไว้ใช้งานจริง สัญลักษณ์ (symbol: ชื่อย่อของสินทรัพย์ในแพลตฟอร์ม) อาจต่างกันตามโบรกเกอร์ ให้เริ่มจากหน้าต่าง Market Watch ส่วนนี้แนะนำการจัดหน้าจอและวิธีทำให้การวิเคราะห์เรียบง่าย

จัดหน้าจอหลายกราฟในหน้าเดียว

แทนการสลับแท็บบ่อย ๆ ให้จัดหน้าจอให้เห็นอัตราผลตอบแทนพร้อมสินทรัพย์ที่มักได้รับผล

ขั้นตอนทำได้จริง:

  1. เปิด Market Watch แล้วดูว่าโบรกเกอร์มีสัญลักษณ์เกี่ยวกับพันธบัตรหรืออัตราผลตอบแทนอะไรให้เทรด/ติดตาม
  2. ถ้าไม่มีสัญลักษณ์อัตราผลตอบแทนโดยตรง ให้ติดตามตัวแทนที่คนดูเยอะ เช่น DXY หรือทองคำ และเปิดกราฟอัตราผลตอบแทนจากภายนอก เช่นกราฟ US10Y แบบเรียลไทม์บน TradingView
  3. จัด 4 กราฟแบบแบ่งหน้าจอ: กราฟอัตราผลตอบแทนอ้างอิง, คู่เงินที่เทรดหลัก, ดัชนีหุ้น, และทองคำ
  4. บันทึกเลย์เอาต์เป็นโปรไฟล์ในMetaTrader 5 เพื่อเรียกกลับได้ทันที (รองรับทั้ง MT4/MT5)
  5. ตั้งแจ้งเตือนราคาที่ระดับสำคัญ แทนการเฝ้าหน้าจอตลอดวัน

ทิปอ่านกราฟให้ชัดขึ้น

กราฟรกทำให้ตัดสินใจพลาด เครื่องมือที่เลือกน้อยแต่ตรงจุดดีกว่าใส่อินดิเคเตอร์เต็มจอ

  • ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving averages: เส้นค่าเฉลี่ยของราคา/อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง เพื่อบอกทิศทาง)แค่ 2 เส้น เส้นเร็วและเส้นช้า เพื่อดูแนวโน้ม
  • ทำเครื่องหมายจุดสูง/ต่ำก่อนหน้าเป็นเส้นแนวนอน เพื่อเป็นระดับอ้างอิงเวลาวิเคราะห์การเบรกกรอบ (breakout: ทะลุแนวรับ/แนวต้านสำคัญ)
  • ใช้กราฟรายสัปดาห์วาดระดับ แล้วเปิดให้เห็นบนกรอบเวลาที่เล็กกว่า
  • จดวันประชุมนโยบายสำคัญลงบนกราฟ เพื่อดูการตอบสนองของอัตราผลตอบแทนในแต่ละครั้ง
  • ทบทวนกราฟที่ใส่โน้ตไว้ทุกสัปดาห์ จะเห็นรูปแบบชัดขึ้น

แปลงสัญญาณจากกราฟอัตราผลตอบแทน 10 ปีเป็นการเทรดที่คุมความเสี่ยง

วิเคราะห์แต่ไม่คุมความเสี่ยงคือการเดา ส่วนนี้ยกตัวอย่างการคำนวณขนาดการเปิดสถานะ และกติกาคุมความเสี่ยงที่ช่วยให้พอร์ตอยู่รอดเมื่อเจอช่วงขาดทุนต่อเนื่อง

ตัวอย่างคำนวณขนาดการเปิดสถานะ (Position Sizing)

สมมติพอร์ต 5,000 ดอลลาร์ จำกัดความเสี่ยงต่อครั้ง 1%

  • ความเสี่ยงสูงสุดต่อครั้ง: 5,000 × 1% = 50 ดอลลาร์
  • ระยะจุดตัดขาดทุน (stop distance: ระยะจากจุดเข้าไปถึงจุดตัดขาดทุน) = 50 pips (pip: หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงิน)
  • มูลค่า pip ของ 1 ล็อตมาตรฐานในคู่เงินหลัก: ราว 10 ดอลลาร์
  • ขนาดสถานะ: 50 ÷ (50 × 10) = 0.10 ล็อต

หากต้องขยาย stop เป็น 100 pips เพราะกราฟอัตราผลตอบแทนบ่งชี้ว่าสัปดาห์นี้ผันผวน (volatile: แกว่งแรง) ให้ปรับเป็น 50 ÷ (100 × 10) = 0.05 ล็อต ความเสี่ยงเท่าเดิม เปลี่ยนแค่ขนาดสถานะ

กติกาคุมความเสี่ยงที่ควรยึด

ใช้ได้กับการเทรดค่าเงิน ดัชนี หรือสินค้าโภคภัณฑ์ที่ได้รับอิทธิพลจากอัตราผลตอบแทน

  • ตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss: ปิดสถานะอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด)ก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง
  • จำกัดความเสี่ยงรวมของสถานะที่เปิดอยู่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ต่อรายการ
  • ลดขนาดช่วงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและการตัดสินใจของธนาคารกลาง
  • หลีกเลี่ยงการเปิดหลายสถานะที่เคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน (correlated positions: สินทรัพย์ที่มักขึ้นลงพร้อมกัน) เพราะทั้งหมดอาจแพ้จากการขยับของอัตราผลตอบแทนครั้งเดียว
  • บันทึกระดับและแนวโน้มอัตราผลตอบแทน ณ ตอนเปิดเทรดในบันทึกการเทรด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาอ่านกราฟอัตราผลตอบแทน 10 ปี

ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากให้ความหมายกับความผันผวนระยะสั้นมากเกินไป ระวังพฤติกรรมเหล่านี้:

  • รีบตอบสนองกับการขยับของวันเดียวโดยไม่เช็กแนวโน้มรายสัปดาห์
  • สับสนทิศทางอัตราผลตอบแทนกับทิศทางราคาพันธบัตร
  • ไม่ดูประวัติระยะยาว แล้วคิดว่ากรอบล่าสุดจะอยู่ตลอด
  • คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์จะคงที่เสมอ ทั้งที่เปลี่ยนตามภาพเศรษฐกิจ
  • เทรดตามเรื่องเล่าโดยไม่มีจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายกำไรชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

Q1: กราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีวัดอะไร?

กราฟนี้แสดงผลตอบแทนต่อปีของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีในแต่ละช่วงเวลา เป็นเปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าตลาดยอมรับผลตอบแทนเท่าไรเพื่อให้รัฐบาลสหรัฐกู้เงิน 10 ปี

Q2: ทำไมราคาพันธบัตรถึงลงเมื่ออัตราผลตอบแทนขึ้น?

เพราะคูปองจ่ายคงที่ เมื่อราคาตลาดของพันธบัตรลดลง เงินคูปองก้อนเดิมจะคิดเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับราคาซื้อ ทำให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น

Q3: อัตราผลตอบแทนสูงดีหรือไม่ดีสำหรับเทรดเดอร์?

ไม่ดีหรือไม่ดีในตัวเอง อัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนคาดการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น หรือแรงกดดันเงินเฟ้อที่น่ากังวล สิ่งสำคัญคือบริบท ทิศทาง และความเร็วของการเคลื่อนไหว มากกว่าระดับตัวเลข

Q4: อัตราผลตอบแทนเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?

เปลี่ยนตลอดช่วงเวลาซื้อขาย เพราะพันธบัตรถูกซื้อขายในตลาดรอง (secondary market: ตลาดที่นักลงทุนซื้อขายกันเองหลังออกขายครั้งแรก) และนักลงทุนตอบสนองต่อข้อมูล ข่าวนโยบาย และความรู้สึกของตลาด (market sentiment: บรรยากาศโดยรวมของการกลัว/กล้าของนักลงทุน)

Q5: ใช้กราฟอัตราผลตอบแทนร่วมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ไหม?

ได้ หลายคนใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (technical analysis: การอ่านกราฟราคา/แนวโน้มเพื่อคาดการเคลื่อนไหว) เช่น เส้นแนวโน้ม (trendlines: เส้นลากเพื่อบอกทิศทาง), เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และแนวรับ-แนวต้าน กับกราฟอัตราผลตอบแทน แล้วใช้ผลสรุปเป็นตัวกรองภาพใหญ่สำหรับสินทรัพย์อื่น

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code