This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

น้ำมันดิบเบรนท์ vs ดับเบิลยูทีไอ (WTI): ควรเทรดตัวไหน?

by VT Markets
/
Aug 19, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • Brent และ WTI คือ “ราคาอ้างอิงน้ำมันดิบ” (benchmark: ราคามาตรฐานที่ตลาดใช้เทียบอ้างอิง) ที่สำคัญที่สุดของโลก โดย Brent เป็นราคามาตรฐานสากลสำหรับน้ำมันที่ขนส่งทางทะเล ส่วน WTI เป็นราคามาตรฐานของสหรัฐฯ กำหนดราคาที่จุดส่งมอบในเมืองคุชชิง รัฐโอคลาโฮมา
  • ความต่างระหว่าง Brent กับ WTI มาจาก “คุณภาพ-ทำเล-ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา” WTI เบากว่าและกำมะถันต่ำกว่าเล็กน้อย (กลั่นง่ายกว่า) ขณะที่ Brent มีอิทธิพลต่อราคาตลาดโลกกว้างกว่า
  • โดยทั่วไป Brent มักแพงกว่าเล็กน้อย แต่ส่วนต่างราคา Brent-WTI (spread: ช่องว่างระหว่างราคา) เปลี่ยนตามอุปสงค์-อุปทาน และเคยแคบลงต่ำกว่า 3 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงกลางปี 2026
  • ไม่มีตัวไหน “ดีกว่า” แบบตายตัว การเลือกขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ ข่าวที่ติดตาม และภูมิภาคที่คุณเทรด

นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่มักเข้าถึงทั้งสองผ่านการเทรด “CFD น้ำมันดิบ” (Contract for Difference: สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา คือเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาโดยไม่ต้องถือครองน้ำมันจริง) บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 โดยทำได้ทั้งฝั่งซื้อ (long: คาดว่าราคาขึ้น) และฝั่งขาย (short: คาดว่าราคาลง)

น้ำมันดิบเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดของโลก แต่หลายคนเพิ่งรู้ว่า “ราคาน้ำมัน” ไม่ได้มีราคาเดียว ตลาดมีราคามาตรฐานหลัก 2 ตัว และไม่ได้เคลื่อนไหวไปทางเดียวกันเสมอ การเข้าใจความสัมพันธ์ Brent vs WTI คือก้าวแรกของการเทรดน้ำมันอย่างมั่นใจ

บทความนี้สรุปความต่างของ WTI กับ Brent ทำไมราคาจึงแยกทางกัน และแนวทางเทรดผ่าน CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) โดยเน้นใช้งานจริง พร้อมตัวอย่างคำนวณและข้อแนะนำที่นำไปใช้ได้

Brent และ WTI คืออะไร?

ทั้งสองเป็น “เกรด” (grade: ประเภทตามคุณสมบัติทางกายภาพ/เคมี) ของน้ำมันดิบชนิดเบาและกำมะถันต่ำ และทำหน้าที่เป็น “ราคาอ้างอิง” ให้สัญญาน้ำมันอื่น ๆ จำนวนมากใช้เทียบราคาซื้อขายหรือชำระราคา จึงถูกเรียกว่า “benchmark” และเป็นแกนของการเปรียบเทียบ Brent vs WTI

Brent คืออะไร?

Brent คือราคามาตรฐานสากล เป็นน้ำมันผสมจากหลายแหล่งในทะเลเหนือ ระหว่างสหราชอาณาจักรและนอร์เวย์ เนื่องจากผลิตนอกชายฝั่ง จึงขนขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันและส่งออกได้ทั่วโลก ทำให้ Brent กลายเป็นราคามาตรฐานระดับโลก ปัจจุบัน Brent เป็นราคาอ้างอิงของน้ำมันดิบที่ซื้อขายราว 2 ใน 3 ของโลก

Brent จัดเป็นน้ำมัน “เบา” และ “หวาน” (sweet: กำมะถันต่ำ) มีค่า API gravity ประมาณ 38.3 องศา และกำมะถันราว 0.37% ซึ่งหมายถึงกลั่นเป็นเชื้อเพลิง เช่น เบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยาน ได้ค่อนข้างง่าย

WTI คืออะไร?

WTI ย่อจาก West Texas Intermediate เป็นราคามาตรฐานหลักของน้ำมันในอเมริกาเหนือ ผลิตจากแหล่งในสหรัฐฯ โดยเฉพาะเท็กซัส นอร์ทดาโคตา และลุยเซียนา จากนั้นลำเลียงผ่านท่อไปยังศูนย์เก็บน้ำมันที่คุชชิง รัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดอ้างอิงราคาของ WTI

WTI เบากว่าและกำมะถันต่ำกว่า Brent เล็กน้อย ค่า API gravity ราว 39.6 องศา และกำมะถันประมาณ 0.24% ตามตัวเลขถือว่าคุณภาพดีกว่าเล็กน้อยสำหรับการกลั่น แต่ราคาไม่ได้ตัดสินด้วยคุณภาพเพียงอย่างเดียว

ทำไมตลาดน้ำมันต้องมีราคาอ้างอิง (Benchmark)

โลกมีน้ำมันดิบหลายสิบเกรด แต่ละเกรดมีคุณสมบัติและแหล่งผลิตต่างกัน หากตั้งราคาแยกทุกชนิดจะยุ่งยาก “Benchmark” จึงช่วยให้ตลาดมีจุดอ้างอิง โดยน้ำมันเกรดอื่นมักตั้งราคาเป็น “บวก/ลบ” จาก Brent หรือ WTI

Benchmark สำคัญต่อผู้เทรด เพราะช่วยให้:

  • มีราคาอ้างอิงกลางที่ตลาดยอมรับและตรวจสอบได้
  • เป็นฐานของสัญญาฟิวเจอร์สและ CFD ที่นักลงทุนรายย่อยใช้เทรด
  • สายการบิน ผู้ผลิต และนักลงทุน ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร (hedge/speculate: ลดความเสี่ยง/คาดทิศทางราคาเพื่อทำกำไร)
  • สะท้อนภาวะอุปสงค์-อุปทานของภูมิภาคต่าง ๆ

สรุปคือ Brent vs WTI ทำให้ตลาดเห็นภาพน้ำมันชนิดเดียวกันผ่าน “สองมุมมอง” คือ มุมมองโลก และมุมมองสหรัฐฯ

Brent vs WTI: ความแตกต่างหลัก

โดยรวม Brent และ WTI คล้ายกันมาก ทั้งคู่เป็นน้ำมันดิบเบา กำมะถันต่ำ และกลั่นเป็นเชื้อเพลิงได้ดี แต่ความต่างเล็ก ๆ เหล่านี้ส่งผลต่อราคาและพฤติกรรมตลาด ตารางนี้สรุปไว้ในที่เดียว

หัวข้อBrentWTI
บทบาทราคามาตรฐานสากลราคามาตรฐานสหรัฐฯ
แหล่งผลิตทะเลเหนือ (สหราชอาณาจักร/นอร์เวย์)สหรัฐฯ (เท็กซัส, นอร์ทดาโคตา, ลุยเซียนา)
API gravity~38.3° (ค่อนข้างเบา)~39.6° (เบากว่า)
ปริมาณกำมะถัน~0.37% (หวาน: กำมะถันต่ำ)~0.24% (หวานกว่า)
จุดส่งมอบขนส่งทางทะเล, Sullom Voe (เชตแลนด์)บนบก, คุชชิง รัฐโอคลาโฮมา
ตลาดหลักที่ซื้อขายICE Futures EuropeNYMEX (ในเครือ CME Group)
ตัวย่อสัญญาฟิวเจอร์สB (และ BZ บน CME)CL
อิทธิพลต่อราคาตลาดโลกอ้างอิงราว 2 ใน 3 ของน้ำมันที่ซื้อขายเน้นอเมริกาเหนือเป็นหลัก

แหล่งข้อมูล: สเปกสัญญา ICE Brent Crude futures และ สเปกสัญญา CME/NYMEX WTI futures (ตลาดซื้อขาย ตัวย่อ และจุดส่งมอบ); US EIA สำหรับค่า API gravity และกำมะถัน

หมายเหตุ: ค่า API gravity และกำมะถันเป็นค่าทั่วไปของ benchmark ไม่ใช่ค่าที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ และอาจเปลี่ยนได้ตามสัดส่วนแหล่งน้ำมันที่ผสม

คุณภาพน้ำมัน (API Gravity และกำมะถัน)

คุณภาพหลัก ๆ ดู 2 ตัว: API gravity และปริมาณกำมะถัน API gravity คือค่าที่บอกความหนาแน่น—ค่ายิ่งสูง แปลว่าน้ำมันยิ่งเบา กลั่นเป็นเชื้อเพลิงมูลค่าสูงได้ง่าย ส่วนกำมะถันเป็นตัวบอกความ “หวาน/เปรี้ยว” (sweet/sour: กำมะถันต่ำ/สูง) หากกำมะถันต่ำกว่า 0.5% มักถือว่าเป็นน้ำมันหวาน

WTI ดีกว่าเล็กน้อยในทั้งสองด้าน:

  • WTI: API ราว 39.6° และกำมะถัน 0.24%
  • Brent: API ราว 38.3° และกำมะถัน 0.37%

ช่องว่างคุณภาพไม่มาก ทั้งคู่เป็นเกรดที่กลั่นง่าย จึงทำให้ส่วนต่างราคามักไม่ห่างกันมาก

แหล่งผลิตและจุดส่งมอบ

ความต่างสำคัญคือ “ทำเล” Brent ผลิตนอกชายฝั่งและขนส่งทางทะเลได้ทันที จึงส่งไปทั่วโลกได้ง่าย ขณะที่ WTI อยู่บนบก ต้องพึ่งท่อส่งไปคุชชิงก่อน แล้วจึงส่งต่อไปโรงกลั่นชายฝั่งหรือท่าเรือส่งออก ทำเล—มากกว่าสูตรเคมี—คือเหตุผลหลักที่ทำให้ราคา Brent vs WTI แตกต่าง

ผลต่อพฤติกรรมราคา เช่น:

  • Brent ไวต่อเหตุการณ์โลก ค่าขนส่ง และอุปสงค์ระหว่างประเทศ
  • WTI ไวต่อความสามารถท่อส่ง ระดับสต็อก และอุปทานในสหรัฐฯ
  • หากน้ำมันล้นคุชชิง WTI อาจอ่อนตัวแรงเมื่อเทียบกับ Brent

ราคาและส่วนต่าง Brent-WTI (Spread)

ส่วนต่างราคาระหว่างสอง benchmark เรียกว่า Brent-WTI spread เป็นตัวเลขที่ตลาดจับตาอย่างมาก ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Brent มักสูงกว่า WTI ไม่กี่ดอลลาร์ แต่ spread ไม่ได้คงที่ ขยับตามอุปทาน ระบบขนส่ง และอุปสงค์

ช่วงกลางปี 2026 ส่วนต่างแคบลงเหลือ ต่ำกว่า 3 ดอลลาร์/บาร์เรล และช่วงปลายเดือนมิถุนายนเคยลงมาเกือบศูนย์ ขณะที่ในช่วงตลาดตึงตัวเคยกว้างกว่านี้มาก เช่น เหตุสะดุดของช่องแคบฮอร์มุซต้นปี 2026 ซึ่งเฉลี่ยราว 11 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม และพุ่งใกล้ 25 ดอลลาร์ในวันที่ 31 มีนาคม

โดยภาพรวม spread คือ “ตัวเลขเดียว” ที่สรุปความสัมพันธ์ Brent vs WTI ได้ชัดที่สุด ต่อไปคือปัจจัยที่ทำให้มันแกว่ง

สภาพคล่อง ตลาดซื้อขาย และช่วงเวลาเทรด

ทั้งสองมีสภาพคล่องสูง (liquidity: ซื้อขายได้ง่าย มีผู้เล่นมาก) ซึ่งมักช่วยให้ค่าสเปรดซื้อขายแคบและส่งคำสั่งได้ลื่นกว่า แต่ซื้อขายบนคนละตลาด

  • Brent ซื้อขายหลักที่ ICE Futures Europe (ตัวย่อ B) และมีสัญญาขนาดเล็กบน CME (BZ)
  • WTI ซื้อขายที่ NYMEX ในเครือ CME Group (ตัวย่อ CL)
  • ทั้งคู่เทรดเกือบตลอดวัน ตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ถึงบ่ายวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐฯ โดยมีพักสั้นรายวัน

Brent มักมีสภาพคล่องลึกในหลายช่วงเวลาเพราะอิงตลาดโลก ส่วน WTI มักหนาแน่นสุดในช่วงตลาดสหรัฐฯ

ทำไมราคา Brent กับ WTI ถึงต่างกัน?

แม้ WTI จะคุณภาพดีกว่าเล็กน้อย แต่หลายช่วงกลับถูกกว่า Brent เหตุผลหลักคือภูมิศาสตร์และระบบขนส่ง ไม่ใช่คุณสมบัติของน้ำมัน

อะไรขับเคลื่อน Brent-WTI Spread

ปัจจัยที่ทำให้ spread กว้าง/แคบ เช่น:

  • ทำเลและการขนส่ง: Brent ส่งออกทางทะเลง่าย ส่วน WTI อยู่ในแผ่นดินที่คุชชิง
  • อุปทานสหรัฐฯ: ผลผลิตเชล (shale: น้ำมันจากชั้นหินดินดาน) สูงอาจทำให้คุชชิงล้น กดดัน WTI
  • อุปสงค์โลกและภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดในพื้นที่สำคัญมักดัน Brent ก่อน
  • สต็อกและท่อส่ง: คอขวดที่คุชชิงกด WTI ลงได้
  • ดอลลาร์สหรัฐและค่าระวางเรือ: ส่งผลต่อราคาเปรียบเทียบของทั้งสอง

ทำไม Brent มักแพงกว่า (Premium)

Brent มักแพงกว่าเพราะขายเข้าตลาดโลกได้ง่าย ผู้ซื้อในยุโรป แอฟริกา หรือเอเชีย รับมอบได้ด้วยเรือบรรทุกน้ำมัน ขณะที่ WTI ต้องแบกต้นทุนและข้อจำกัดในการขนจากในแผ่นดินไปชายฝั่งก่อน

ในอดีต ก่อนปี 2011 WTI มักแพงกว่า Brent เล็กน้อยเฉลี่ยราว 1–2 ดอลลาร์ แต่ตั้งแต่ต้นปี 2011 ผลผลิตเชลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมาก ทำให้น้ำมันไหลไปคุชชิงจนล้นเร็วกว่าที่ท่อส่งและข้อจำกัดการส่งออกจะระบายออกได้ ขณะที่ Brent ได้แรงหนุนจากปัญหาอุปทานลิเบีย

WTI อ่อนค่าลงมาก เมื่อเทียบกับ Brent และที่จุดสูงสุดในเดือนกันยายน 2011 Brent เคยสูงกว่า WTI เกือบ 30 ดอลลาร์ และช่องว่างรายเดือนเคยทำสถิติราว 27–28 ดอลลาร์ ตั้งแต่ราวปี 2015 หลังมีท่อส่งใหม่และสหรัฐฯ ยกเลิกข้อห้ามส่งออก ส่วนต่างที่ Brent แพงกว่าราว 2–8 ดอลลาร์/บาร์เรล พบได้บ่อยขึ้น

เมื่อส่วนต่างแคบลงหรือกลับทิศ

Brent ไม่ได้แพงกว่าเสมอ spread อาจแคบลงหรือกลับทิศเมื่อ:

  • การส่งออกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และสต็อกคุชชิงลดลง
  • อุปสงค์ยุโรปหรือโลกอ่อนกว่าสหรัฐฯ
  • ท่อส่งใหม่ช่วยระบายจากคุชชิงไปอ่าวเม็กซิโก
  • เกิดเหตุที่กระทบอุปทานสหรัฐฯ โดยตรง ดัน WTI ขึ้น

คำแนะนำ: อย่าคิดว่า spread จะอยู่ระดับเดิม มองเป็นตัวแปรที่เปลี่ยนตลอด หากเดิมพันว่าพรีเมียม “ต้องคงที่” อาจพลาดได้เร็ว

เทรด Brent หรือ WTI ดีกว่า?

ไม่มีคำตอบเดียว ทั้งสองเหมาะกับคนละสไตล์ การเลือกควรเริ่มจากกลยุทธ์ของคุณ

ความผันผวนและสภาพคล่อง

ทั้งคู่สภาพคล่องสูง จึงเข้าออกตลาดได้ง่าย ความต่างอยู่ที่ “ปัจจัยที่กระทบแรงกว่า”

  • WTI อาจแกว่งแรงจากข่าวเฉพาะสหรัฐฯ เช่น รายงานสต็อกรายสัปดาห์
  • Brent มักตอบสนองต่อช็อกอุปทานโลกและภูมิรัฐศาสตร์ก่อน
  • สภาพคล่องมักหนาแน่นสุดในช่วงเวลาซื้อขายหลักของภูมิภาคนั้น

อะไรทำให้แต่ละ benchmark เคลื่อนไหว

รู้ตัวขับเคลื่อนหลักจะช่วยเลือก benchmark ให้เข้ากับข่าวที่คุณติดตาม

ปัจจัยตลาดกระทบมากกว่า
สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ (ข้อมูล EIA)WTI
การตัดสินใจผลิตของ OPEC+ทั้งคู่ (Brent มักขยับก่อน)
ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางBrent
สต็อกคุชชิง/ท่อส่งสหรัฐฯWTI
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐทั้งคู่
คาดการณ์อุปสงค์โลกทั้งคู่ (Brent มักขยับก่อน)

เลือกให้เข้ากับกลยุทธ์และภูมิภาค

แนวทางง่าย ๆ:

  • ถ้าติดตามข้อมูลสหรัฐฯ และเทรดช่วงเวลาสหรัฐฯ WTI อาจเหมาะกว่า
  • ถ้าติดตามภาพเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ Brent อาจเหมาะกว่า
  • หากชอบเทรดแบบ “เก็งส่วนต่าง” (relative-value: ทำกำไรจากความต่างของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง) สามารถเทรด Brent-WTI spread ได้
  • หลายคนดูทั้งสองพร้อมกัน และดูช่องว่างราคา เพื่อเห็นภาพครบกว่า

การยืดหยุ่นสำคัญกว่าเลือกข้าง ตลาดให้สัญญาณแบบไหนก็ตามแบบนั้น

วิธีเทรด Brent และ WTI

คุณไม่ต้องซื้อน้ำมันจริง นักลงทุนนิยมเทรดผ่าน CFD น้ำมันดิบ ซึ่งเป็นสัญญาที่เก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคาโดยไม่ต้องครอบครองหรือเก็บน้ำมัน

การเทรดน้ำมันดิบด้วย CFD

CFD คือการคิดกำไร/ขาดทุนจาก “ส่วนต่างราคา” ระหว่างตอนเปิดสถานะและปิดสถานะ คุณเปิดฝั่งซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น หรือเปิดฝั่งขายเมื่อคาดว่าราคาจะลง

ที่ VT Markets สามารถเทรด Brent และ WTI แบบ CFD บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 (แพลตฟอร์มเทรดยอดนิยม)

ตัวอย่างคำนวณแบบง่าย (ขนาดสัญญาแตกต่างตามโบรกเกอร์ ควรตรวจสอบก่อน)

  • สมมติ 1 ล็อต WTI CFD = 100 บาร์เรล
  • คุณซื้อที่ 70.00 ดอลลาร์ และราคาขึ้นเป็น 71.00 ดอลลาร์
  • เท่ากับขึ้น 1.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บน 100 บาร์เรล
  • กำไร = 100 × 1.00 = 100 ดอลลาร์ (ก่อนหักต้นทุน)

หากราคาลง 1.00 ดอลลาร์ จะขาดทุน 100 ดอลลาร์ จึงควรกำหนดขนาดการลงทุน (position sizing: เลือกขนาดสัญญาให้เหมาะความเสี่ยง) และตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss: คำสั่งปิดอัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งสวน) ให้ชัด

วิธีเทรด Brent-WTI Spread

ผู้เทรดที่ชำนาญบางส่วนเน้นเทรด “ช่องว่างราคา” แทนการเดาทิศทางน้ำมันทั้งตลาด

  • เปิดซื้อ benchmark หนึ่ง และเปิดขายอีก benchmark หนึ่ง
  • เช่น ซื้อ Brent และขาย WTI หากคาดว่า spread จะกว้างขึ้น
  • กำไรเกิดเมื่อช่องว่างขยับตามคาด ไม่ว่าน้ำมันโดยรวมจะขึ้นหรือลง

ตัวอย่าง:

  • คาดว่า Brent จะพรีเมียมจาก 2 เป็น 4 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ซื้อ Brent และขาย WTI อย่างละ 1 ล็อต (100 บาร์เรล)
  • ถ้า spread กว้างขึ้น 2 ดอลลาร์ กำไรประมาณ 100 × 2 = 200 ดอลลาร์ (ก่อนหักต้นทุน)

การเทรดสเปรดอาจผันผวนน้อยกว่าในบางจังหวะ แต่ยังมีความเสี่ยง เช่น ต้องใช้มาร์จิน (margin: เงินค้ำประกันสำหรับการเปิดสถานะ) ทั้งสองฝั่ง และสเปรดอาจวิ่งสวนทางได้

ปัจจัยสำคัญที่ควรติดตาม (สต็อก, OPEC+, ดอลลาร์, ข้อมูลอุปสงค์)

ไม่ว่าเทรดตัวไหน ปัจจัยหลักที่ควรดู ได้แก่:

  • สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ: รายงานรายสัปดาห์ของ EIA อาจทำให้ WTI ขยับเร็ว
  • การผลิตของ OPEC+: การลด/เพิ่มกำลังผลิตกระทบอุปทานโลก และ Brent มักตอบสนองก่อน
  • ดอลลาร์สหรัฐ: น้ำมันตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ดอลลาร์แข็งอาจกดดันราคาได้
  • ข้อมูลอุปสงค์โลก: ตัวเลขเศรษฐกิจและคาดการณ์อุปสงค์มีผลต่อแนวโน้มระยะยาว

คำแนะนำ: ใช้ ปฏิทินเศรษฐกิจ จดวันประกาศสต็อก EIA หรือกำหนดการประชุม OPEC+ จะช่วยบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ผันผวนสูง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: ทำไมต้องเลือกว่าจะเทรด benchmark ไหน?

เพราะแต่ละ benchmark ไวต่อปัจจัยคนละชุด WTI มักตอบสนองต่ออุปทานและสต็อกสหรัฐฯ มากกว่า ขณะที่ Brent สะท้อนอุปสงค์โลกและเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ หากเทรด Brent แต่ไปให้น้ำหนักข่าวสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว (หรือสลับกัน) อาจใช้ข้อมูลที่ไม่ขับเคลื่อนตลาดที่คุณเทรด

Q2: Brent แพงกว่า WTI เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอ แม้ Brent มักพรีเมียมกว่า แต่สามารถแคบลงหรือกลับทิศได้ ปัจจัยเช่น อุปทาน สต็อกคุชชิง ค่าขนส่ง และอุปสงค์รายภูมิภาค ล้วนเปลี่ยนไปตามเวลา

Q3: รายละเอียดสัญญาที่คนมักมองข้ามคืออะไร?

มักมองข้ามว่า Brent กับ WTI ซื้อขายคนละตลาด วันหมดอายุ และวิธีชำระราคาต่างกัน WTI ในอดีตเกี่ยวข้องกับการส่งมอบของจริงที่คุชชิง (physical delivery: มีการส่งมอบสินค้า) ขณะที่ Brent มักชำระเป็นเงินสด (cash settlement: ปิดบัญชีด้วยเงิน ไม่ส่งมอบของ) หากไม่รู้สเปก อาจเจอผลกระทบใกล้วันหมดอายุสัญญา

Q4: เวลาเทรดและดอลลาร์สหรัฐมีผลอย่างไร?

นอกช่วงเวลาซื้อขายหลัก สภาพคล่องอาจบาง ทำให้สเปรดกว้างและเกิดสลิปเพจ (slippage: ได้ราคาจริงต่างจากราคาที่กดส่งคำสั่ง) มากขึ้น อีกทั้งน้ำมันตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ดอลลาร์แข็งอาจกดทั้งสอง benchmark ได้แม้อุปสงค์-อุปทานไม่เปลี่ยนมาก

เทรดน้ำมันดิบกับ VT Markets

เมื่อเข้าใจความสัมพันธ์ Brent vs WTI แล้ว ขั้นต่อไปคือเลือก benchmark ให้เข้ากับปัจจัยที่ติดตาม และบริหารความเสี่ยงทุกครั้งที่เทรด

ด้วย CFD น้ำมันดิบ คุณสามารถเทรด Brent, WTI หรือเทรดส่วนต่างระหว่างสองตัวได้จากบัญชีเดียว เปิดซื้อหรือขายได้ และทดลองผ่าน บัญชีเดโม (demo: บัญชีทดลองด้วยเงินจำลอง) ก่อนใช้เงินจริง

With VT Markets, you can trade both benchmarks as CFDs on MetaTrader 4 and MetaTrader 5, with competitive spreads and fast execution. It is a straightforward way to put your view on the Brent vs WTI crude market into action.

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code