This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ความลึกของตลาด (Market Depth): เทรดเดอร์อ่านข้อมูลนี้อย่างไร

by VT Markets
/
Aug 19, 2026

ประเด็นสำคัญ:

  • ความลึกของตลาด (Market depth) แสดงคำสั่งซื้อและคำสั่งขายที่รออยู่ในแต่ละระดับราคา บอกได้ว่าตลาดรับปริมาณการซื้อขายได้มากแค่ไหนก่อนที่ราคาจะขยับ
  • ข้อมูลนี้ดูได้จากสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order book) หรือที่เรียกว่าความลึกของตลาด (Depth of Market: DOM) และจากกราฟความลึกของตลาด (Depth chart)
  • การอ่าน Market depth ช่วยประเมินสภาพคล่อง (Liquidity: ซื้อขายได้ง่ายแค่ไหนโดยราคาไม่แกว่งมาก) หา “ออเดอร์ก้อนใหญ่” และลดสลิปเพจ (Slippage: ได้ราคาจริงต่างจากราคาที่คาด)
  • บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 กับ VT Markets คุณดูข้อมูลตลาดระดับ 2 (Level 2: เห็นหลายระดับราคาในสมุดคำสั่ง) เพื่อวางจุดเข้า–ออกได้แม่นขึ้น

ราคาที่เห็นบนหน้าจอเกิดจากแรงซื้อและแรงขายชนกันตลอดเวลา Market depth ช่วยให้เห็น “คิวคำสั่ง” ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายแบบเรียลไทม์ ไม่ได้มีแค่ราคาจุดเดียว

สำหรับเทรดเดอร์ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง: เก็งกำไรจากส่วนต่างราคาโดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง) การอ่าน Market depth ช่วยอธิบายว่าทำไมราคาจึงขยับ บทความนี้สรุปวิธีทำงาน วิธีอ่านทีละขั้น และวิธีนำไปใช้ตัดสินใจเทรดให้คมขึ้น

Market Depth คืออะไร

Market Depth: How Do Traders Read It

พูดง่าย ๆ คือ “ปริมาณคำสั่งซื้อและขายแบบกำหนดราคา” ที่รอจับคู่ซื้อขายอยู่ตามระดับราคาต่าง ๆ รอบราคาปัจจุบัน ตลาดที่มีคำสั่งรอหนาแน่นทั้งสองฝั่งเรียกว่า “ตลาดลึก (Deep)” ส่วนตลาดที่คำสั่งรอน้อยเรียกว่า “ตลาดตื้น/บาง (Thin/Shallow)”

สิ่งที่ Market depth ตอบได้ แต่กราฟราคาอย่างเดียวตอบไม่ได้ คือ “ถ้าจะซื้อขายจำนวนมาก จะทำให้ราคาไหลไปทางเสียเปรียบมากแค่ไหน”

ประเด็นที่ควรจำ:

  • ตลาดลึก รองรับออเดอร์ใหญ่ได้ โดยราคาเคลื่อนไหวน้อย
  • ตลาดบาง เมื่อมีออเดอร์ใหญ่เข้ามา ราคามักแกว่งแรง
  • ภาพความลึกเปลี่ยนทุกวินาที เพราะมีการตั้งคำสั่ง จับคู่ และยกเลิกคำสั่งตลอดเวลา

Depth of Market (DOM) และสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order Book)

สมุดคำสั่งซื้อขาย (Order book) คือรายการคำสั่งซื้อและขายของสินทรัพย์นั้น ๆ แบบเรียลไทม์ เรียงตามราคา มุมมองนี้มักเรียกว่า Depth of Market (DOM)

Order book มี 2 ฝั่ง:

  • ฝั่ง Bid คือฝั่งผู้ซื้อ พร้อมราคาที่พร้อมจ่าย
  • ฝั่ง Ask (หรือ Offer) คือฝั่งผู้ขาย พร้อมราคาที่ต้องการขาย

Bid ที่สูงที่สุด และ Ask ที่ต่ำที่สุด จะอยู่ใกล้กันที่สุด ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า “สเปรด (Bid-Ask spread: ส่วนต่างราคาซื้อกับราคาขาย)” คำสั่งที่เรียงซ้อนอยู่เหนือ–ใต้ระดับนั้นคือ “ความลึก” หรือคิวคำสั่งที่รออยู่

กราฟความลึกของตลาด (Market Depth Chart) แสดงอะไร

กราฟนี้แปลง Order book ให้เป็นภาพ โดยแกนนอนเป็นราคา และแกนตั้งเป็น “ปริมาณคำสั่งสะสม” (Cumulative volume: รวมปริมาณคำสั่งตามระดับราคา)

โดยทั่วไปจะเห็น:

  • เส้นขั้นบันไดสีเขียวฝั่งหนึ่ง แทนคำสั่งซื้อที่รออยู่
  • เส้นขั้นบันไดสีแดงอีกฝั่ง แทนคำสั่งขายที่รออยู่
  • ช่องว่างตรงกลาง คือสเปรด

ถ้าเห็น “กำแพง” สูงชัน แปลว่ามีคำสั่งหนาแน่น ตลาดลึก แต่ถ้าเส้นเตี้ยและแบน แปลว่าตลาดบาง ราคาอาจไหลเร็ว

Market Depth ทำงานอย่างไร

Market depth เกิดจากคำสั่งแบบกำหนดราคา (Limit order: สั่งซื้อ/ขายที่ราคาที่กำหนดไว้) เป็นหลัก การเข้าใจว่าคำสั่งเหล่านี้เรียงตัวอย่างไรคือหัวใจของการอ่านภาพรวม

1. Bid, Ask และระดับราคา

Limit order คือคำสั่งซื้อหรือขายที่ “ระบุราคา” คำสั่งจะไปรวมกันตามระดับราคาที่เลือก และรวมกันเป็นความลึกที่เห็นบนหน้าจอ

ตัวอย่างสมุดคำสั่งของ EUR/USD แบบย่อ:

ฝั่งราคาขนาด (ล็อต)
Ask1.085540
Ask1.085425
Ask1.085312
Bid1.085215
Bid1.085130
Bid1.085060

จากตัวอย่างนี้:

  • Bid ที่ดีที่สุด (ดีที่สุดสำหรับผู้ขาย) คือ 1.0852 และ Ask ที่ดีที่สุด (ดีที่สุดสำหรับผู้ซื้อ) คือ 1.0853
  • สเปรดคือ 1 ปิ๊ป (Pip: หน่วยการขยับราคาขั้นต่ำของคู่เงิน โดยทั่วไป 0.0001 สำหรับคู่หลัก)
  • มีออเดอร์ซื้อ 60 ล็อตที่ 1.0850 อาจทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะสั้น (Support: ระดับราคาที่แรงซื้อพยุงไว้)

2. ข้อมูลตลาด Level 1 vs Level 2

แหล่งข้อมูลราคาแต่ละแบบให้ “ความลึก” ต่างกัน ประเภทข้อมูลจึงสำคัญ

หัวข้อLevel 1Level 2
ราคาที่แสดงแสดงเฉพาะ Bid และ Ask ที่ดีที่สุดแสดงหลายระดับราคา ทั้งฝั่ง Bid และ Ask
ความลึกที่เห็นไม่เห็นลึกกว่าราคาบนสุดเห็นความลึกของสมุดคำสั่งมากขึ้น
เหมาะกับดูราคาคร่าว ๆวิเคราะห์ความลึกของตลาด

Level 1 เห็นแค่ “ชั้นบนสุด” เพียงพอสำหรับดูราคา แต่ Level 2 จะเห็นคิวคำสั่งถัด ๆ ไป จึงเหมาะกับการวิเคราะห์ Market depth มากกว่า

3. วัดความลึกของตลาดอย่างไร

ความลึกวัดจาก “ปริมาณคำสั่ง” ในแต่ละระดับราคา และการกระจายตัวของคำสั่งจากราคาปัจจุบันว่าห่างออกไปแค่ไหน

โดยทั่วไปเทรดเดอร์จะดู:

  • ขนาดคำสั่ง ในแต่ละระดับ (แสดงเป็นล็อต/สัญญา/หน่วย โดยล็อตในฟอเร็กซ์คือขนาดมาตรฐานของการซื้อขาย)
  • จำนวนระดับราคา ที่ยังมีปริมาณนัยสำคัญ
  • ความสมดุล ระหว่างฝั่ง Bid กับฝั่ง Ask

เครื่องมือชี้วัดความลึกของตลาด (Market depth indicator: เครื่องมือบนแพลตฟอร์มที่สรุปขนาดคำสั่งในแต่ละระดับ) บนแพลตฟอร์มอย่าง MetaTrader 5 จะช่วยแสดงภาพรวม เพื่อประเมินแรงซื้อ–แรงขายได้เร็วขึ้น

วิธีอ่าน Market Depth

การอ่าน Order book ต้องฝึก แต่สามารถทำเป็นขั้นตอนซ้ำ ๆ ได้

1. อ่าน DOM Ladder และ Order Book

DOM ladder จะแสดงราคาเป็นคอลัมน์แนวตั้ง โดย Bid อยู่ใต้ราคาปัจจุบัน และ Ask อยู่เหนือราคา วิธีอ่าน:

  • เริ่มที่กึ่งกลาง หา Bid และ Ask ที่ดีที่สุด แล้วดูสเปรด
  • ไล่ดูฝั่ง Bid หากมีขนาดก้อนใหญ่ อาจสะท้อนแรงซื้อและเป็นแนวรับได้
  • ไล่ดูฝั่ง Ask หากมีขนาดก้อนใหญ่ อาจสะท้อนแรงขายและเป็นแนวต้าน (Resistance: ระดับราคาที่แรงขายกดไว้) ได้
  • สังเกตการเปลี่ยนแปลงของขนาดคำสั่ง คำสั่งโผล่มา–หายไปบอกทิศทางความรู้สึกตลาด

เคล็ดลับ: โฟกัสจุดที่ปริมาณคำสั่ง “กระจุกตัว” มากกว่าดูทุกบรรทัด เพราะระดับที่หนาสุดมักมีนัยสำคัญกว่า

2. อ่านกราฟความลึกของตลาด

กราฟให้ข้อมูลเดียวกันในรูปแบบภาพ

  • กำแพงสีเขียวสูงฝั่งซื้อ สะท้อนอุปสงค์ (Demand: ความต้องการซื้อ) แข็งแรง
  • กำแพงสีแดงสูงฝั่งขาย สะท้อนอุปทาน (Supply: ปริมาณเสนอขาย) มาก
  • ความชันใกล้ราคาปัจจุบันมาก แปลว่ามีคำสั่งรองรับ ราคาไหลยากกว่า
  • เส้นแบน แปลว่าตลาดบาง ราคาไหลเร็วได้

เทียบสองฝั่งเข้าหากัน หากกำแพงฝั่งซื้อสูงกว่าฝั่งขายมาก แรงกดดันระยะสั้นอาจเอนขึ้น และหากกลับกันก็อาจเอนลง

3. หา Buy Wall และ Sell Wall

Buy wall คือคำสั่งซื้อก้อนใหญ่ที่กระจุกในระดับราคาเดียว ส่วน Sell wall คือคำสั่งขายก้อนใหญ่ลักษณะเดียวกัน มักทำหน้าที่เป็น “กำแพง” ชั่วคราว

  • Buy wall อาจช่วยชะลอหรือหยุดการลง ทำหน้าที่คล้ายแนวรับ
  • Sell wall อาจจำกัดการขึ้น ทำหน้าที่คล้ายแนวต้าน
  • ถ้ากำแพงถูกจับคู่ซื้อขายหมด หรือถูกยกเลิก ราคาอาจวิ่งผ่านระดับนั้นเร็ว

ข้อควรระวัง: กำแพงไม่ใช่คำมั่น สามารถยกเลิกได้ทันที ควรมองเป็นสัญญาณประกอบ

Market Depth กับสภาพคล่อง

Market depth และ สภาพคล่อง (Liquidity) เกี่ยวข้องกันมาก แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

Market Depth เท่ากับสภาพคล่องหรือไม่

ไม่เท่ากัน สภาพคล่อง คือความสามารถในการซื้อขายได้เร็ว โดยราคาไม่ขยับมาก ส่วน Market depth เป็น “ส่วนหนึ่งที่วัดได้” ของสภาพคล่อง คือปริมาณคำสั่งที่รออยู่ใกล้ราคาปัจจุบัน

  • ตลาดลึก มักสภาพคล่องสูง
  • ตลาดบาง มักสภาพคล่องต่ำกว่า
  • Depth เป็นตัวชี้วัดแบบเรียลไทม์ ส่วนสภาพคล่องเป็นภาพรวมของภาวะการซื้อขาย

Market Depth vs ปริมาณซื้อขาย (Trading Volume)

ปริมาณซื้อขาย (Trading volume) คือจำนวนที่ “เกิดการซื้อขายไปแล้ว” ส่วน Market depth คือคำสั่งที่ “ยังรอ” ให้จับคู่

  • Volume คืออดีต บอกว่าเกิดการซื้อขายอะไรไปแล้ว
  • Depth คือปัจจุบัน บอกว่ามีคำสั่งรออยู่เท่าไรตอนนี้
  • ทั้งคู่สำคัญ แต่ Depth ช่วยเห็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นถัดไป

ตลาดลึก vs ตลาดบาง

ความต่างของตลาดลึกและตลาดบางมีผลต่อทุกออเดอร์

ปัจจัยตลาดลึกตลาดบาง
ปริมาณคำสั่งสูง กระจายหลายระดับราคาต่ำ มีไม่กี่ระดับ
สเปรดแคบกว้าง
ความเสี่ยงสลิปเพจต่ำสูง
ตัวอย่างEUR/USD ช่วงลอนดอนเปิดคู่เงินรองมาก ๆ ช่วงดึก

คู่เงินหลักช่วงเวลาคึกคักมักตลาดลึก แต่ในช่วงเงียบ ตลาดอาจบางลง สเปรดกว้างขึ้น และแกว่งสะบัดมากขึ้น

ทำไม Market Depth สำคัญกับเทรดเดอร์

Market depth กระทบราคาที่ได้จริง ต้นทุนการเข้าออก และจังหวะการเทรด

Market Depth กระทบราคาและสลิปเพจอย่างไร

สลิปเพจ (Slippage) คือส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดว่าจะได้กับราคาที่ได้จริง Depth เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสลิปเพจ

สมมติคุณส่งคำสั่งซื้อแบบราคาตลาด (Market order: สั่งซื้อ/ขายทันทีตามราคาที่มีในตลาด) เพื่อซื้อ EUR/USD 30 ล็อต และฝั่ง Ask มีดังนี้:

  • 1.0853 จำนวน 12 ล็อต
  • 1.0854 จำนวน 25 ล็อต

คำสั่งจะจับคู่ได้ 12 ล็อตที่ 1.0853 และอีก 18 ล็อตที่ 1.0854 ทำให้ราคาเฉลี่ยที่ได้คือ:

(12 x 1.0853 + 18 x 1.0854) / 30 = 1.08536

แย่กว่าราคา Ask ที่ดีที่สุดราว 0.6 ปิ๊ป หากเป็นตลาดลึก ส่วนต่างมักน้อยกว่า แต่ถ้าตลาดบาง อาจมากกว่านี้มาก

Market Depth เกี่ยวข้องกับสเปรดอย่างไร

สเปรดกับความลึกมักเคลื่อนไหวไปด้วยกัน สมุดคำสั่งที่ลึกมักมีสเปรดแคบ เพราะมีคำสั่งแข่งขันใกล้ราคาบนสุดจำนวนมาก

  • ความลึกหนาใกล้ราคาบนสุด ช่วยให้สเปรดแคบ
  • ความลึกบาง ทำให้สเปรดกว้างได้ง่าย
  • หากความลึกลดฮวบ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสเปรดมีโอกาสกว้างขึ้น

ใช้ Market Depth จับจังหวะเข้า–ออก

แนวทางสำหรับเทรดระหว่างวัน (Intraday: ซื้อขายภายในวัน) คืออ่านกระแสคำสั่ง (Order flow: ทิศทางและแรงของคำสั่งที่ไหลเข้า–ออกตลาด) เพื่อจับจังหวะเข้า–ออกให้ละเอียดขึ้น

วิธีใช้แบบปฏิบัติ:

  • เข้าใกล้แนวรับที่ชัด เมื่อเห็น buy wall บ่งชี้ว่ามีแรงซื้อป้องกันระดับนั้น
  • ทยอยปิดกำไร ก่อนถึง sell wall ใหญ่ที่อาจกดราคาไว้
  • ลดสถานะบางส่วนเมื่อความลึกฝั่งที่คุณได้เปรียบเริ่มบาง เพราะราคาอาจเคลื่อนเร็ว
  • เลี่ยงส่ง market order ขนาดใหญ่ในจุดที่ความลึกบาง เพื่อลดสลิปเพจ

เคล็ดลับ: ใช้ Order book ร่วมกับสัญญาณจากกราฟราคา (Price action: การเคลื่อนไหวของราคา) เพราะ Depth ช่วยยืนยันสิ่งที่กราฟกำลังบอก และทำให้เห็นแรงซื้อ–ขายแบบสด

Market Depth ในสินทรัพย์แต่ละประเภท

ความลึกมีพฤติกรรมต่างกันในแต่ละตลาด การรู้ลักษณะเฉพาะช่วยตั้งความคาดหวังให้ถูก

1. Market Depth ในฟอเร็กซ์ (Forex)

ฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงมาก ตามรายงาน BIS Triennial Central Bank Survey มูลค่าการซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั่วโลกเฉลี่ยราว 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวันในเดือนเมษายน 2025 เพิ่มขึ้น 28% จาก 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวันในเดือนเมษายน 2022

  • คู่เงินหลัก เช่น EUR/USD มักมีสมุดคำสั่งหนาแน่น
  • ความลึกมักสูงสุดช่วงเวลาที่ลอนดอนและนิวยอร์กทับซ้อนกัน
  • เทรดเดอร์ CFD ฟอเร็กซ์สามารถดู Order book บน MT4 และ MT5 ได้

หมายเหตุ: ฟอเร็กซ์เป็นตลาดไร้ศูนย์กลาง (Decentralised: ไม่มีตลาดกลางเดียว) ดังนั้น Depth ที่เห็นจะขึ้นกับผู้ให้สภาพคล่องของโบรกเกอร์ ไม่ใช่สมุดคำสั่งกลางแห่งเดียว

2. Market Depth ในหุ้น (Stocks)

หุ้นซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์ (Centralised exchange: มีศูนย์กลาง) ทำให้ Order book มีมาตรฐานมากกว่า

  • หุ้นขนาดใหญ่ (Large-cap: บริษัทใหญ่ มูลค่าตลาดสูง) มักมี Order book หนาแน่น
  • หุ้นขนาดเล็ก (Small-cap: บริษัทเล็ก) อาจบางและสเปรดกว้าง
  • ข้อมูล Level 2 ถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยผู้เทรดหุ้นและ CFD หุ้น

3. Market Depth ในคริปโท (Crypto)

ความลึกของคริปโทแตกต่างมากตามเหรียญและแพลตฟอร์มซื้อขาย

  • เหรียญหลักบนแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ อาจมี Depth สูง
  • โทเคนเล็กมักบางและผันผวน (Volatile: ราคาแกว่งแรง)
  • เทรดเดอร์คริปโทจับตา buy wall และ sell wall อย่างใกล้ชิด

คริปโทซื้อขาย 24 ชั่วโมง ความลึกจึงเปลี่ยนเร็วตามเวลาที่แต่ละภูมิภาคเริ่ม–หยุดกิจกรรม

ข้อจำกัดของ Market Depth

Market depth มีประโยชน์มาก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด การอ่านให้ดีต้องรู้สิ่งที่มันบอกไม่ได้

1. Market Depth ถูกบิดเบือนได้หรือไม่

ได้ กลยุทธ์ที่พบได้คือ “สปูฟฟิง (Spoofing: ตั้งคำสั่งก้อนใหญ่เพื่อหลอกให้คนอื่นคิดว่ามีแรงซื้อ/ขาย แต่ตั้งใจยกเลิกก่อนโดนจับคู่)”

  • Spoofing ทำให้เหมือนมีอุปสงค์หรืออุปทานมากกว่าความจริง
  • คำสั่งก้อนใหญ่สามารถหายไปทันทีเมื่อราคาเข้าใกล้
  • Spoofing ผิดกฎหมายในตลาดที่มีการกำกับดูแล แต่ยังพบได้

จึงควรมอง “กำแพง” ในสมุดคำสั่งเป็นสัญญาณประกอบ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน

2. Market Depth ไม่แสดงอะไรบ้าง

Order book แสดงเฉพาะ Limit order ที่มองเห็น จึงไม่รวมหลายอย่าง เช่น:

  • คำสั่งซ่อน/ไอซ์เบิร์ก (Hidden/Iceberg order) คือออเดอร์ใหญ่ที่แสดงให้เห็นเพียงบางส่วน
  • คำสั่งราคาตลาด (Market order) ที่เข้ามาทันทีโดยไม่แสดงล่วงหน้าในคิว
  • เหตุผล ของการตั้งคำสั่ง เช่น ข่าว หรือการทำเฮดจ์ (Hedging: ทำธุรกรรมเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนราคา)

ควรใช้ร่วมกับกราฟราคา ข่าว และการบริหารความเสี่ยง (Risk management: การกำหนดขนาดการลงทุน จุดตัดขาดทุน และการคุมความเสี่ยงรวม) ไม่ควรใช้ลำพัง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: Market depth ในการเทรดคืออะไร?

คือปริมาณคำสั่งซื้อและขายแบบกำหนดราคาที่รออยู่ตามระดับราคาต่าง ๆ รอบราคาปัจจุบัน ช่วยบอกว่าซื้อขายได้มากแค่ไหนก่อนราคาจะขยับ โดยดูผ่านสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order book) หรือ DOM

Q2: Market depth เท่ากับสภาพคล่องหรือไม่?

ไม่เท่ากัน Market depth เป็นตัวชี้วัดหนึ่งของสภาพคล่อง โดยเน้นปริมาณคำสั่งใกล้ราคาปัจจุบัน ส่วนสภาพคล่องคือความง่ายในการซื้อขายโดยราคาไม่ขยับมาก และยังขึ้นกับปริมาณการซื้อขายและความเร็วในการจับคู่คำสั่ง

Q3: ข้อมูลตลาด Level 1 กับ Level 2 ต่างกันอย่างไร?

Level 1 แสดงเฉพาะ Bid และ Ask ที่ดีที่สุด ส่วน Level 2 แสดงหลายระดับราคาทั้งสองฝั่ง ทำให้เห็น Order book ลึกขึ้น ผู้ที่ต้องการวิเคราะห์ Depth ควรใช้ Level 2

Q4: Buy wall คืออะไร?

Buy wall คือคำสั่งซื้อจำนวนมากที่กระจุกในระดับราคาเดียว อาจเป็นแนวรับระยะสั้น ช่วยชะลอการลงของราคา จนกว่าคำสั่งจะถูกจับคู่หมดหรือถูกยกเลิก

Q5: Market depth มีผลต่อสลิปเพจหรือไม่?

มีผล ตลาดลึกมักสลิปเพจน้อย เพราะออเดอร์ใหญ่ถูกกระจายไปจับคู่กับคำสั่งที่รออยู่หลายระดับ แต่ตลาดบางอาจทำให้ราคากระโดดข้ามระดับ ส่งผลให้สลิปเพจสูงขึ้น

เริ่มอ่าน Market Depth กับ VT Markets

Market depth ช่วยให้ราคาไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นภาพของแรงซื้อ–แรงขาย เมื่ออ่าน Order book เป็น เห็นกำแพง และประเมินสภาพคล่องได้ คุณจะมีข้อมูลมากกว่าการดูกราฟราคาอย่างเดียว

การฝึกที่ได้ผลคือเฝ้าดูข้อมูลจริงบนแพลตฟอร์ม โบรกเกอร์หลายสินทรัพย์ที่มีใบอนุญาตช่วยให้เข้าถึงราคา Level 2 และเครื่องมือ Market depth indicator บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ครอบคลุม ฟอเร็กซ์, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, หุ้น และอื่น ๆ

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code