This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

วิธีบริหารต้นทุนดอกเบี้ยข้ามคืนในการถือสถานะระยะยาว

by VT Markets
/
Aug 19, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน (Overnight financing costs) คือค่าใช้จ่ายที่ถูกคิดเมื่อคุณถือสถานะที่ใช้เลเวอเรจ (Leverage: การกู้เงิน/การทดเงินเพื่อเปิดสถานะให้ใหญ่กว่าเงินที่วาง) ข้ามเวลาตัดรอบรายวัน โดยมักเรียกอีกชื่อว่า ค่าสวอป (Swap: ดอกเบี้ยปรับรายวันเมื่อถือข้ามคืน) หรือ ค่าโรลโอเวอร์ (Rollover: ค่าต่ออายุ/เลื่อนสถานะไปวันถัดไป)
  • ค่าธรรมเนียมนี้คิดจากมูลค่าสถานะเต็ม (Notional value: มูลค่าตลาดรวมของสถานะ) ไม่ใช่จากมาร์จิน (Margin: เงินประกันที่วางเพื่อเปิดสถานะ) จึงทำให้การใช้เลเวอเรจยิ่งสูง ตัวเลขรายวันยิ่งมาก
  • ต้นทุนสะสมทุกคืน ทำให้ ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน มีผลชัดเจนต่อการเทรดระยะยาว
  • ลดต้นทุนได้ด้วยการปิดภายในวัน ใช้บัญชีแบบไม่คิดสวอป (Swap-free: ไม่คิดดอกเบี้ยค้างคืนตามเงื่อนไข) หรือวางแผนระยะเวลาถือครอง

การเทรดระยะยาวต้องอาศัยความอดทน แต่มีต้นทุนที่หลายคนมองข้าม เมื่อคุณถือสถานะที่ใช้เลเวอเรจค้างคืน ระบบจะคิดค่าใช้จ่ายรายคืน คืนเดียวอาจดูน้อย แต่ถ้าถือเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน จะสะสมและลดกำไรสุทธิ

สำหรับผู้ที่เทรดผ่านโบรกเกอร์ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เช่น VT Markets การเข้าใจพฤติกรรมของค่าใช้จ่ายนี้เป็นพื้นฐานสำคัญ คู่มือนี้อธิบายว่าคืออะไร คิดอย่างไร คิดเมื่อไร และควบคุมได้อย่างไร

ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืนคืออะไร?

ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน คือค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่าย (หรือบางกรณีอาจได้รับ) เมื่อถือสถานะที่ใช้เลเวอเรจผ่านเวลาตัดรอบรายวัน ใช้กับสินค้าที่เทรดด้วยบัญชีมาร์จิน (Margin account: บัญชีที่ใช้เงินประกันและสามารถกู้เพิ่มเพื่อเปิดสถานะใหญ่ขึ้น) เช่น CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง: เก็งกำไรราคาขึ้นลงโดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง) และฟอเร็กซ์

เพราะเลเวอเรจทำให้คุณควบคุมสถานะที่ใหญ่กว่าเงินที่ฝาก โบรกเกอร์จึงเหมือนเป็นผู้ “เติมเงินส่วนต่าง” ให้ และต้นทุนของเงินส่วนนั้นจะถูกคิดเป็นรายคืนเมื่อสถานะยังเปิดอยู่

นิยามต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน

ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน คือการปรับดอกเบี้ยรายวันบนส่วนที่เหมือน “เงินที่กู้” ของสถานะ คุณอาจเห็นในชื่อ ค่าสวอป (Swap), ค่าโรลโอเวอร์ (Rollover) หรือค่าไฟแนนซ์ (Financing charge: ดอกเบี้ยรายวัน) ซึ่งหมายถึงเรื่องเดียวกัน

เพราะสถานะที่ใช้เลเวอเรจมีเงินของโบรกเกอร์ร่วมอยู่ ควรจำไว้ว่า:

  • คิดเป็นรายคืน ไม่ได้คิดครั้งเดียวต่อการเปิดออเดอร์
  • อาจเป็นยอดหัก (คุณจ่าย) หรือยอดเพิ่ม (คุณได้รับ)
  • แยกจากสเปรด (Spread: ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) และค่าคอมมิชชัน (Commission: ค่าธรรมเนียมต่อรายการ)
  • คิดเฉพาะเมื่อสถานะยังเปิดอยู่ ณ เวลาตัดรอบรายวัน

Swap, Rollover, Financing charge: ค่าเดียว หลายชื่อ

คำเรียกต่างกันทำให้สับสนได้ ตารางนี้สรุปความหมาย

คำเรียกมักเห็นที่ไหนความหมาย
Swap fee (ค่าสวอป)MetaTrader 4 และ 5ดอกเบี้ยปรับรายวันเมื่อถือสถานะฟอเร็กซ์หรือ CFD ข้ามคืน
Rollover fee (ค่าโรลโอเวอร์)รายงาน/สเตทเมนต์โบรกเกอร์ค่าเลื่อนสถานะไปวันเทรดถัดไป
Financing charge (ค่าไฟแนนซ์)แพลตฟอร์มเว็บ/แอปคำเรียกแบบตรงไปตรงมาของดอกเบี้ยรายวันเดียวกัน

ไม่ว่าจะเรียกแบบไหน วิธีคิดเหมือนกัน

ทำไมโบรกเกอร์จึงคิดต้นทุนการถือข้ามคืน

เมื่อเปิดสถานะด้วยเลเวอเรจ เท่ากับมีส่วน “เงินที่กู้” เพื่อให้สถานะใหญ่ขึ้น เงินที่กู้ย่อมมีดอกเบี้ย โบรกเกอร์จึงเรียกเก็บต้นทุนเงินทุน (Funding cost: ต้นทุนในการหาเงินมาปล่อยให้ใช้) ซึ่งเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรม และสะท้อนทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโดยรวม

เหตุผลหลักที่โบรกเกอร์คิดค่าใช้จ่ายนี้:

  • สถานะที่ใช้เลเวอเรจใช้เงินทุนของโบรกเกอร์บางส่วน
  • ดอกเบี้ยโลกมีต้นทุนจริงที่ต้องชดเชย
  • ช่วยให้ราคาและต้นทุนสอดคล้องกับตลาดอ้างอิง
  • ลดแรงจูงใจในการถือสถานะใหญ่ ๆ ไว้นานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืนทำงานอย่างไร

เมื่อเข้าใจหลักการ คุณวางแผนได้ง่ายขึ้น โดยมี 3 แกนหลัก: อัตราดอกเบี้ยที่ใช้คิด มูลค่าสถานะที่นำมาคิด และเลเวอเรจที่ทำให้ตัวเลขขยาย

ตรรกะของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่เบื้องหลัง

ทุกสกุลเงินและตลาดมีอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ต้นทุนนี้มักสร้างจาก อัตราอ้างอิง (Benchmark rate: อัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน เช่น อัตรานโยบายของธนาคารกลาง) บวก/ลบด้วยส่วนปรับของโบรกเกอร์

ณ เดือนกรกฎาคม 2026 กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ที่ 3.50% ถึง 3.75% อัตรารีไฟแนนซ์หลักของ ECB อยู่ที่ 2.40% และอัตรานโยบายของ BOJ อยู่ที่ 1.0% ซึ่งส่งผลต่อค่าสวอปที่จ่ายหรือได้รับ

สำหรับฟอเร็กซ์ ตัวแปรสำคัญคือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Interest rate differential: ความต่างดอกเบี้ยระหว่าง 2 สกุลเงิน) หากถือสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูงกว่า ต้นทุนอาจเป็นด้านบวก (มีโอกาสได้เครดิต) แต่หากถือสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำกว่า มักเป็นค่าใช้จ่าย

ทำไมคิดจากมูลค่าสถานะเต็ม ไม่ใช่มาร์จิน

หลายคนแปลกใจเพราะต้นทุนนี้คำนวณจาก มูลค่าสถานะเต็ม (Notional value: มูลค่าตลาดรวมของสถานะ) ไม่ใช่จาก มาร์จิน (Margin: เงินประกันที่วาง)

ตัวอย่าง:

หากเปิดสถานะมูลค่า 20,000 ดอลลาร์ โดยวางมาร์จิน 400 ดอลลาร์ที่เลเวอเรจ 50:1 ต้นทุนค้างคืนจะคิดจาก 20,000 ดอลลาร์ ไม่ใช่ 400 ดอลลาร์ จึงทำให้ค่าใช้จ่ายรายวันดูสูงเมื่อเทียบกับเงินสดในบัญชี

เลเวอเรจทำให้ตัวเลขรายวัน “ขยาย” อย่างไร

เลเวอเรจ (Leverage: การทดเงิน) ทำให้เงินประกันก้อนเล็กควบคุมสถานะก้อนใหญ่ และทำให้ต้นทุนรายคืนขยายตามไปด้วย เลเวอเรจสูงขึ้น = มูลค่าสถานะเต็มสูงขึ้นสำหรับมาร์จินเท่าเดิม = ค่าไฟแนนซ์สูงขึ้น

ภาพง่าย ๆ:

  • เลเวอเรจ 10:1 มาร์จิน 1,000 ดอลลาร์ ควบคุมสถานะ 10,000 ดอลลาร์
  • เลเวอเรจ 50:1 มาร์จิน 1,000 ดอลลาร์ ควบคุมสถานะ 50,000 ดอลลาร์
  • คิดค่าไฟแนนซ์บน 50,000 ดอลลาร์ ไม่ใช่ 1,000 ดอลลาร์
  • ยิ่งเลเวอเรจสูง ต้นทุนรายคืนยิ่งมีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป

วิธีคำนวณต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน

ไม่จำเป็นต้องเก่งคณิตศาสตร์ แค่รู้สูตรก็ประเมินได้

สูตรคำนวณค่าไฟแนนซ์ข้ามคืน

การคำนวณค่าใช้จ่ายข้ามคืนขึ้นกับ 3 ตัวแปร: มูลค่าสถานะเต็ม อัตราดอกเบี้ยรายปีที่ใช้ และจำนวนวันต่อปีที่โบรกเกอร์กำหนด โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ใช้สูตรแบบย่อดังนี้:

ค่าไฟแนนซ์รายวัน = มูลค่าสถานะเต็ม × (อัตราอ้างอิง ± ส่วนปรับของโบรกเกอร์) ÷ 360

หลายแพลตฟอร์มใช้ 360 วัน (บางแห่งใช้ 365) หากไม่อยากคำนวณเอง สามารถใช้เครื่องมือคำนวณต้นทุนการถือข้ามคืนในแพลตฟอร์มได้

ตัวอย่างคำนวณ

สมมติคุณเปิดสถานะซื้อ (Long: คาดว่าราคาไปขึ้น) ใน CFD หุ้น มูลค่า 20,000 ดอลลาร์ โบรกเกอร์คิดอัตราอ้างอิง 3.75% และบวกส่วนปรับ 2.5% สำหรับฝั่ง Long รวมเป็น 6.25% ต่อปี ค่าใช้จ่ายรายวันคือ:

20,000 × 6.25% ÷ 360 = 3.47 ดอลลาร์ต่อคืน

จุดสำคัญของการถือระยะยาวคือค่า 1 คืนจะสะสมตามระยะเวลาถือ

ระยะเวลาถือจำนวนคืนค่าไฟแนนซ์รวม (ตัวอย่าง)
1 คืน1$3.47
1 สัปดาห์7$24.29
1 เดือน30$104.17
3 เดือน90$312.50

หากตั้งใจถือ 1 ไตรมาส ค่าไฟแนนซ์ตัวอย่างเกิน 300 ดอลลาร์ ยังไม่รวมสเปรดหรือคอมมิชชัน ตัวเลขเป็นตัวอย่าง แต่แนวโน้มเหมือนกัน: เวลาเพิ่ม ต้นทุนเพิ่ม

อะไรเป็นตัวกำหนดว่า “จ่าย” หรือ “ได้รับ”

คุณจะถูกหักหรือได้เครดิต ขึ้นกับทิศทางการถือและอัตราดอกเบี้ย ปัจจัยหลักคือ:

  • ทิศทางสถานะ: Long (ซื้อ) หรือ Short (ขาย: คาดว่าราคาลง)
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของ 2 ฝั่ง
  • ส่วนปรับของโบรกเกอร์ (มักทำให้ผลลัพธ์เข้าทางโบรกเกอร์)
  • ประเภทสินทรัพย์ที่เทรด

หากอัตราดอกเบี้ยเป็นใจ คุณอาจอยู่ในภาวะ คาร์รีบวก (Positive carry: ได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างดอกเบี้ย) และได้รับเครดิต แต่หากไม่เป็นใจ จะเป็น คาร์รีลบ (Negative carry: ต้องจ่ายจากส่วนต่างดอกเบี้ย)

คิดต้นทุนการถือข้ามคืนเมื่อไร

หลายคนพลาดเรื่อง “เวลา” เพราะค่าใช้จ่ายนี้ไม่ได้ไหลต่อเนื่อง แต่ถูกคิดวันละครั้งตามเวลาที่กำหนด และกติกาช่วงสุดสัปดาห์ทำให้สับสน

1) เวลาโรลโอเวอร์รายวัน

ค่าใช้จ่ายจะถูกคิด ณ จุด โรลโอเวอร์ (Rollover time: เวลาตัดรอบรายวัน) มักอยู่ที่ 17:00 น. ตามเวลานิวยอร์ก ซึ่งใกล้เวลาปิดตลาดสหรัฐ หากสถานะยังเปิดอยู่ ณ ขณะนั้น จะถูกคิดค่าไฟแนนซ์ หากปิดไปแล้ว จะไม่ถูกคิด

ข้อควรรู้:

  • ยึดตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ ไม่ใช่นาฬิกาท้องถิ่นของคุณ
  • คิดเฉพาะสถานะที่ยังเปิด ณ เวลาตัดรอบ
  • บางสินทรัพย์อาจมีเวลาตัดรอบต่างกันเล็กน้อย

2) อธิบาย “วันคิดสามเท่า” (Triple financing day)

แม้ตลาดปิดเสาร์-อาทิตย์ ดอกเบี้ยยังต้องถูกนับในระบบการชำระราคา โบรกเกอร์จึงคิด สวอปสามเท่า (Triple swap: คคิดค่าไฟแนนซ์ 3 วันในวันเดียวเพื่อครอบคลุมสุดสัปดาห์) ในวันทำการหนึ่งวัน สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่จะเป็นวันพุธ ส่วนดัชนี หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์บางตัวอาจเป็นวันศุกร์

ประเภทสินค้าวันที่มักคิดสามเท่า
คู่เงินฟอเร็กซ์วันพุธ
ดัชนีและสินค้าโภคภัณฑ์วันศุกร์ (แตกต่างตามสินค้า)
CFD หุ้นวันศุกร์ (แตกต่างตามสินค้า)

ควรตรวจสอบวันที่แน่นอนของสินทรัพย์ที่คุณเทรด เพราะอาจต่างกัน

3) เทรดในวันเดียวกับเวลาตัดรอบ

หากเปิดและปิดออเดอร์ก่อนเวลาตัดรอบรายวัน จะไม่ถูกคิดต้นทุนข้ามคืน นี่เป็นเหตุผลที่สายเดย์เทรดหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายนี้ได้

  • ปิดสถานะก่อนเวลาโรลโอเวอร์เพื่อเลี่ยงค่าใช้จ่ายคืนนั้น
  • ก่อนออกจากหน้าจอ ตรวจสอบว่าสถานะจะค้างอยู่ถึงเวลาตัดรอบหรือไม่
  • ถ้าเปิดใหม่วันถัดไป จะเริ่มนับค่าใช้จ่ายอีกครั้ง

คำแนะนำ: ใส่เวลาโรลโอเวอร์ของโบรกเกอร์ไว้ในแผนเทรด เพื่อไม่ถูกคิดโดยไม่ตั้งใจ

ต้นทุนข้ามคืนในตลาดต่าง ๆ

ตลาดที่ใช้เลเวอเรจส่วนใหญ่มีต้นทุนนี้ แต่อัตราและที่มาของอัตราจะแตกต่างกันตามประเภทสินทรัพย์

ตลาดฐานการคิดพฤติกรรมทั่วไป
ฟอเร็กซ์ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินอาจจ่ายหรือได้เครดิต
ดัชนีอัตราอ้างอิง + ส่วนปรับของโบรกเกอร์มักเป็นค่าใช้จ่ายฝั่ง Long
สินค้าโภคภัณฑ์อัตราอ้างอิง + ส่วนปรับ (บางครั้งอิงสัญญาล่วงหน้า)มักเป็นค่าใช้จ่าย
CFD หุ้นอัตราอ้างอิง + ส่วนปรับLong มักจ่าย, Short อาจได้เครดิตเล็กน้อย
CFD คริปโตอัตราต้นทุนเงินทุนของโบรกเกอร์มักสูงกว่ากลุ่มอื่น

ฟอเร็กซ์

ฟอเร็กซ์สะท้อนส่วนต่างดอกเบี้ยของ 2 สกุลเงิน หากถือสกุลเงินดอกเบี้ยสูงเทียบกับสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำ อาจได้เครดิต แต่ถ้ากลับกันมักเป็นยอดหัก

ดัชนีและสินค้าโภคภัณฑ์

CFD ดัชนีและสินค้าโภคภัณฑ์มักใช้อัตราอ้างอิงบวกส่วนปรับของโบรกเกอร์ โดยฝั่ง Long มักเป็นค่าใช้จ่าย และตัวเลขจะเปลี่ยนตามอัตราอ้างอิงและขนาดสถานะ

CFD หุ้น

CFD หุ้นใช้หลักอัตราอ้างอิงบวกส่วนปรับเช่นกัน โดยผู้ถือ Long มักจ่ายค่าไฟแนนซ์ ส่วนผู้ถือ Short อาจได้เครดิตเล็กน้อย ขึ้นกับหุ้นและระดับดอกเบี้ย

CFD คริปโต

CFD คริปโตมักมีต้นทุนข้ามคืนสูงสุด เพราะต้นทุนเงินทุนและความผันผวนของสินทรัพย์สูง ทั้งฝั่ง Long และ Short อาจถูกคิดค่าใช้จ่าย จึงควรวางแผนต้นทุนหากต้องการถือยาว

ต้นทุนข้ามคืนแบบบวก vs แบบลบ

ต้นทุนข้ามคืนไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายเสมอไป บางเงื่อนไขอาจทำให้คุณได้รับเครดิต

เมื่อเป็นค่าใช้จ่าย (คาร์รีลบ)

ส่วนใหญ่การถือสถานะที่ใช้เลเวอเรจจะเป็น คาร์รีลบ (Negative carry: ต้องจ่ายค่าไฟแนนซ์)

ตัวอย่าง:

การถือ Long EUR/USD เท่ากับถือยูโร (อัตรารีไฟแนนซ์ 2.40%) เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (3.50% ถึง 3.75%) เมื่อถือสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำกว่า ส่วนต่างทำให้คุณมักต้องจ่ายค่าไฟแนนซ์รายคืน

เมื่อได้เครดิต (คาร์รีบวก)

เมื่อถือสกุลเงินดอกเบี้ยสูงกว่า จะเป็น คาร์รีบวก (Positive carry: มีโอกาสได้เครดิต) เช่น Long USD/JPY คือถือดอลลาร์ใกล้ 3.62% เทียบกับเยน 1.0% ส่วนต่างดอกเบี้ยเอนมาทางคุณ

อย่างไรก็ดี ส่วนปรับของโบรกเกอร์ทำให้เครดิตที่ได้รับมักน้อยกว่าที่ส่วนต่างดอกเบี้ยบอก และไม่ควรมองเป็นรายได้ประจำที่แน่นอน

ทิศทางสถานะทำให้ตัวเลขเปลี่ยนอย่างไร

ทิศทางจะทำให้ “เครื่องหมาย” ของค่าใช้จ่ายกลับด้าน ตารางนี้สรุป

สถานะสิ่งที่คุณถือผลลัพธ์ที่พบบ่อย
Long สกุลเงินดอกเบี้ยสูงดอกเบี้ยฝั่งที่สูงกว่าอาจได้เครดิต (คาร์รีบวก)
Long สกุลเงินดอกเบี้ยต่ำดอกเบี้ยฝั่งที่ต่ำกว่ายอดหัก (คาร์รีลบ)
Short สกุลเงินดอกเบี้ยสูงขายฝั่งดอกเบี้ยสูงยอดหัก
Short สกุลเงินดอกเบี้ยต่ำขายฝั่งดอกเบี้ยต่ำอาจได้เครดิต

ขนาดสถานะเท่ากัน แต่อาจ “จ่าย” ในฝั่งหนึ่ง และ “ได้” ในอีกฝั่งหนึ่ง จึงต้องดูทิศทางควบคู่ไปด้วย

วิธีจัดการต้นทุนการถือข้ามคืน

การจัดการต้นทุนนี้อยู่ที่การรู้ล่วงหน้าและวางแผน หากต้องการลดหรือเลี่ยง มีทางเลือกหลัก ๆ ดังนี้

1) ปิดสถานะภายในวัน

วิธีตรงที่สุดคือไม่ถือข้ามคืน ปิดก่อนเวลาตัดรอบแล้วจะไม่ถูกคิดค่าใช้จ่าย

  • ตั้งเตือนก่อนเวลาโรลโอเวอร์ของโบรกเกอร์
  • กำหนดตั้งแต่ต้นว่าออเดอร์นี้ถือในวันเดียวหรือหลายวัน
  • ใช้คำสั่ง Stop (สต็อป: ปิดอัตโนมัติเมื่อราคาถึงจุดตัดขาดทุน) และ Limit (ลิมิต: ปิดอัตโนมัติเมื่อถึงเป้ากำไร)

2) บัญชีไม่คิดสวอป (Swap-free account)

หากต้องถือยาว บัญชีแบบ Swap-free (ไม่คิดดอกเบี้ยค้างคืนตามเงื่อนไข) จะตัดดอกเบี้ยมาตรฐานของสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ VT Markets มีตัวเลือก บัญชี swap-free สำหรับผู้ที่ต้องถือยาว หรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านความเชื่อเกี่ยวกับดอกเบี้ย ควรตรวจสอบว่าสินทรัพย์ใดเข้าร่วม และมีค่าธรรมเนียมการดูแลบัญชี (Administration fee: ค่าบริการแทนดอกเบี้ย) หรือไม่

3) ใส่ “ระยะเวลาถือ” ไว้ในแผนเทรด

หากตั้งใจถือหลายสัปดาห์ ต้นทุนรายคืนควรถูกนับตั้งแต่ก่อนเข้าออเดอร์ มองเป็นต้นทุนประจำที่คาดการณ์ได้

  • ประเมินค่าไฟแนนซ์รวมตามระยะเวลาถือที่คาดไว้ก่อนเข้าเทรด
  • เทียบต้นทุนกับเป้ากำไร
  • ใช้เครื่องมือคำนวณต้นทุนข้ามคืนเพื่ออัปเดตเมื่อขนาดสถานะเปลี่ยน
  • ทบทวนใหม่หากถือยาวกว่าที่วางแผน

คำแนะนำ: หากถือยาว เป้ากำไรที่กว้างขึ้นเล็กน้อยช่วยรองรับค่าไฟแนนซ์สะสมได้

ต้นทุนข้ามคืนกระทบต้นทุนเทรดรวมอย่างไร

หากไม่ติดตาม ต้นทุนข้ามคืนอาจทำให้การเทรดที่ควรกำไรกลายเป็นขาดทุนได้ แต่เมื่อมองชัด ๆ มันเป็นเพียงหนึ่งบรรทัดของ “ต้นทุนเทรดรวม”

ถือสั้น vs ถือยาว

เดย์เทรดมักไม่เสียค่าไฟแนนซ์ แต่ถ้าถือเป็นไตรมาส ต้นทุนอาจใกล้เคียงหรือสูงกว่าสเปรดและคอมมิชชันรวม ตัวอย่างก่อนหน้า 3.47 ดอลลาร์ต่อคืน กลายเป็นมากกว่า 300 ดอลลาร์ใน 90 คืน และถ้ามีหลายสถานะ ยอดรวมจะยิ่งมีนัยสำคัญ

ค่าไฟแนนซ์เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนเทรดรวม

ต้นทุนเทรดจริงประกอบด้วยหลายส่วน โดยหลัก ๆ คือ:

  • สเปรด (Spread: ส่วนต่างราคา Bid/Ask)
  • คอมมิชชัน (Commission: ค่าธรรมเนียมต่อการซื้อขาย)
  • ค่าไฟแนนซ์ข้ามคืนสำหรับสถานะที่ถือผ่านเวลาตัดรอบ
  • การแปลงสกุลเงิน (Currency conversion: ค่าธรรมเนียม/อัตราแปลงเมื่อสกุลเงินกำไร-ขาดทุนต่างจากสกุลเงินบัญชี) (ถ้ามี)

บนโบรกเกอร์ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 เช่น VT Markets คุณสามารถดูค่าสวอปของแต่ละสินทรัพย์ในแพลตฟอร์มได้ จึงตรวจสอบตัวเลขรายคืนก่อนตัดสินใจได้ การรวมทุกต้นทุนไว้ในแผนช่วยให้เห็นต้นทุนจริงของการถือระยะยาว

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อคติทางความคิด (Cognitive biases: ความเอนเอียงในการตัดสินใจที่ทำให้ประเมินผิดพลาด) ที่อาจทำให้เทรดเดอร์เสียเงิน

ใส่ลิงก์บทความที่นี่: How 10 Cognitive Biases in CFD Trading Costs You Money?

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืนคืออะไร?

ต้นทุนการถือสถานะข้ามคืน คือค่าใช้จ่ายที่ถูกคิดเมื่อคุณถือสถานะที่ใช้เลเวอเรจ เช่น CFD หรือฟอเร็กซ์ ผ่านเวลาตัดรอบรายวัน เพราะเลเวอเรจทำให้คุณถือสถานะใหญ่กว่าเงินที่วาง โบรกเกอร์จึงเหมือนออกเงินส่วนต่าง และคิดต้นทุนเป็นรายคืน ต้นทุนนี้มักเรียกว่าค่าสวอปหรือค่าโรลโอเวอร์

Q2: ต้นทุนการถือข้ามคืนคำนวณอย่างไร?

ค่าไฟแนนซ์คำนวณจากมูลค่าสถานะเต็ม (Notional value) ไม่ใช่มาร์จินที่วาง ตัวเลขมาจากอัตราดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้อง เช่น ส่วนต่างดอกเบี้ยของคู่เงินฟอเร็กซ์ หรืออัตราอ้างอิงบวกส่วนปรับของโบรกเกอร์ในตลาดอื่น ๆ แล้วแปลงเป็นรายวัน สถานะใหญ่ขึ้นหรืออัตราสูงขึ้น จะทำให้ค่าใช้จ่ายรายวันสูงขึ้น

Q3: ค่าไฟแนนซ์ข้ามคืนถูกคิดเมื่อไร?

จะถูกคิดวันละครั้งในเวลาตัดรอบที่กำหนด (มักอิงเวลาปิดตลาดนิวยอร์ก) หากสถานะยังเปิดอยู่ ณ เวลานั้น จะถูกคิดค่าใช้จ่าย แต่หากเปิด-ปิดภายในวันก่อนเวลาตัดรอบ จะไม่ถูกคิด

Q4: ทำไมบางวันถึงถูกคิดสามเท่า?

การคิดสามเท่าเป็นการนับดอกเบี้ยของช่วงสุดสัปดาห์ที่ตลาดปิด สำหรับคู่เงินฟอเร็กซ์ส่วนใหญ่มักเกิดในวันพุธ เพื่อสะท้อนรอบการชำระราคา (Settlement: กระบวนการส่งมอบ/ชำระบัญชีตามกติกาตลาด) ส่วนดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์บางประเภทอาจไม่ตรงกัน จึงควรตรวจสอบเป็นรายสินค้า

Q5: ลดต้นทุนการถือข้ามคืนได้อย่างไร?

วิธีที่ตรงที่สุดคือปิดสถานะก่อนเวลาตัดรอบรายวัน เพราะออเดอร์ที่ไม่ค้างคืนจะไม่ถูกคิดค่าใช้จ่าย หากต้องถือยาว อาจพิจารณาบัญชีแบบไม่คิดสวอป (ถ้ามี) หรือใส่ต้นทุนรายวันไว้ในการกำหนดขนาดสถานะและระยะเวลาถือ ตั้งแต่ต้น

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code