
ประเด็นสำคัญ
- คริปโทเคอร์เรนซีพัฒนาจากเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่มมาเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” ที่ตลาดยอมรับมากขึ้น มีทั้งแพลตฟอร์มซื้อขาย (exchange: ตลาดกลางซื้อขายคริปโต), ระบบชำระเงิน และสถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
- Bitcoin และ Ethereum ยังเป็นคริปโทฯ 2 อันดับแรก ทั้งด้านมูลค่ารวมตลาด (market capitalisation: มูลค่ารวมของเหรียญทั้งหมดตามราคาตลาด), สภาพคล่อง (liquidity: ซื้อขายได้ง่ายโดยราคาไม่แกว่งแรง) และการใช้งาน
- Solana, XRP และ BNB สร้างจุดยืนจากความถนัดเฉพาะทาง ตั้งแต่การรองรับธุรกรรมจำนวนมาก (scalability: ความสามารถของเครือข่ายในการรองรับผู้ใช้/ธุรกรรมเพิ่มขึ้น), การโอนเงินข้ามประเทศ ไปจนถึงการเติบโตของระบบนิเวศของตลาดซื้อขาย
- คริปโทฯ ยังเป็นสินทรัพย์ “ผันผวนสูง” ราคาได้รับอิทธิพลจากอารมณ์ตลาด (sentiment: ความคาดหวัง/ความกลัวของนักลงทุน), กฎกำกับดูแล, ความคืบหน้าด้านเทคโนโลยี และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
- การกระจายการลงทุนและตัดสินใจจากข้อมูล (research-driven: ศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน) มักทนทานกว่าการทุ่มลงทุนในเหรียญเดียว
ปัจจุบันมีคริปโทเคอร์เรนซีหลายพันรายการ การคัดเลือกสินทรัพย์ที่ “ยืนระยะ” มีการใช้งานจริง และมีตัวตนในตลาดชัดเจนจึงไม่ง่าย
Bitcoin ยังเป็นตัวชี้นำของตลาด ส่วนเหรียญอื่นอย่าง Ethereum, Solana, XRP และ BNB ต่างมีบทบาทเฉพาะในระบบนิเวศคริปโทฯ
คู่มือนี้สรุปคริปโทฯ ที่เป็นที่รู้จัก 5 รายการในปี 2026 จุดแข็ง และความเสี่ยงที่ควรพิจารณาก่อนลงทุน
คริปโทเคอร์เรนซีคืออะไร?
คริปโทเคอร์เรนซี คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ป้องกันข้อมูลด้วยการเข้ารหัส (cryptography: การทำให้ข้อมูลอ่าน/แก้ไขได้ยากโดยไม่ได้รับอนุญาต) และบันทึกด้วย เทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain: ฐานข้อมูลแบบเครือข่ายที่บันทึกข้อมูลเป็นบล็อกต่อกัน ตรวจสอบย้อนหลังได้) ต่างจากเงินทั่วไปที่ออกโดยธนาคารกลาง คริปโทฯ ทำงานบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายศูนย์ (decentralised: ไม่มีหน่วยงานเดียวควบคุม) ที่ช่วยกันตรวจสอบและบันทึกธุรกรรม
บล็อกเชน ทำหน้าที่เหมือน “สมุดบัญชีดิจิทัลร่วมกัน” (digital ledger: สมุดบันทึกธุรกรรม) เก็บข้อมูลแบบโปร่งใสและแก้ไขได้ยากโดยไม่ต้องมีคนกลาง ทำให้ผู้ใช้โอนมูลค่าไปหากันได้ และยังมีประวัติความเป็นเจ้าของและธุรกรรมที่ตรวจสอบย้อนหลังได้
อย่างไรก็ดี ระบบกระจายศูนย์ทำให้ผู้ใช้ต้องดูแลสินทรัพย์เอง และโดยทั่วไปธุรกรรม “ย้อนกลับไม่ได้” เมื่อเครือข่ายยืนยันแล้ว
5 คริปโทเคอร์เรนซีที่น่าสนใจในปี 2026
คริปโทฯ 5 รายการด้านล่างเป็นสินทรัพย์ที่ตลาดถือครองแพร่หลายและมีความเป็นที่ยอมรับ โดยแต่ละรายการมีบทบาทต่างกันในระบบนิเวศ
1. Bitcoin (BTC)
Bitcoin คือคริปโทเคอร์เรนซีตัวแรก เปิดตัวปี 2009 เพื่อเป็นทางเลือกการโอนเงินแบบ “เพียร์ทูเพียร์” (peer-to-peer: ส่งหากันโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง) ใช้กลไกยืนยันธุรกรรมแบบ Proof-of-Work (proof-of-work: ให้คอมพิวเตอร์แก้โจทย์คณิตศาสตร์เพื่อยืนยันธุรกรรม/สร้างบล็อก) และมีจำนวนจำกัด 21 ล้านเหรียญ ทำให้ถูกมองเป็น “ทองคำดิจิทัล” มากกว่าเหรียญสำหรับจ่ายในชีวิตประจำวัน ความขาดแคลนนี้ยังดึงดูดนักลงทุนรายย่อย บริษัท และสถาบันที่มองหาแหล่งเก็บมูลค่าระยะยาว (store of value: สินทรัพย์ที่คาดว่าจะรักษามูลค่าได้)
จุดแข็งสำคัญ
- มูลค่าตลาดใหญ่ที่สุด และสภาพคล่องสูงที่สุดในกลุ่มคริปโทฯ
- จำกัดจำนวนไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ ลดความเสี่ยง “มูลค่าถูกลดทอน” ระยะยาว (dilution: จำนวนเพิ่มจนทำให้มูลค่าต่อหน่วยลดลง)
- สถาบันเข้ามามากขึ้นผ่านบริการรับฝากสินทรัพย์ (custody: ผู้ให้บริการเก็บรักษาทรัพย์สิน) และผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาด (exchange-traded products: สินทรัพย์/กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น)
ภาพรวมตลาด
| ตัวชี้วัด | ค่า |
| มูลค่าตลาด (Market Cap) | $1.283T |
| มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation: สมมติว่ามีเหรียญครบตามจำนวนสูงสุด/ที่จะออกทั้งหมด) | $1.34T |
| มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume) | $21.35B |
| สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h) | 1.66% |
| จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) | $126,198.07 |
| จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low) | $171.51 |
| วันเริ่มต้น (Start Date) | 13 July 2010 |
2. Ethereum (ETH)
Ethereum ทำให้แนวคิด “สมาร์ตคอนแทรกต์” เป็นที่นิยม (smart contract: โค้ดสัญญาที่ทำงานอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขครบ) ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปบนเครือข่ายได้โดยตรง ทำให้ Ethereum เป็น “แพลตฟอร์ม” ไม่ใช่แค่สกุลเงิน
ส่งผลให้เกิดการเงินแบบไร้คนกลาง (decentralised finance/DeFi: บริการการเงินที่ทำงานด้วยสมาร์ตคอนแทรกต์), ตลาดซื้อขาย NFT (NFT: โทเคนที่ใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของของดิจิทัลไอเท็มแบบ “ชิ้นเดียว” ไม่สามารถทดแทนกันได้) และโทเคนจำนวนมากที่สร้างบนโครงสร้างของเครือข่าย ตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ Proof-of-Stake ในปี 2022 (proof-of-stake: ใช้การวางเหรียญค้ำประกันเพื่อช่วยยืนยันธุรกรรม แทนการขุด) เครือข่ายเน้นการขยายระบบเพื่อลดค่าธรรมเนียม และยังเป็นแพลตฟอร์มหลักของนักพัฒนาบล็อกเชน
จุดแข็งสำคัญ
- ชุมชนนักพัฒนาใหญ่ที่สุด และกิจกรรมแอปแบบไร้คนกลาง (dApp: แอปที่ทำงานบนบล็อกเชน) สูง
- Proof-of-Stake ใช้พลังงานน้อยกว่าเครือข่ายที่พึ่งการขุดแบบเดิม
- อัปเกรดระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับธุรกรรมได้มากขึ้นและลดค่าธรรมเนียม
ภาพรวมตลาด
| ตัวชี้วัด | ค่า |
| มูลค่าตลาด (Market Cap) | $224.187B |
| มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation) | $224.58B |
| มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume) | $9.07B |
| สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h) | 4.04% |
| จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) | $4,953.73 |
| จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low) | $82.83 |
| วันเริ่มต้น (Start Date) | 7 August 2015 |
3. Solana (SOL)
Solana ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา “ทำรายการได้ไม่ทัน” และค่าธรรมเนียมแพงที่อาจเกิดกับ Ethereum ในช่วงคนใช้งานหนาแน่น โดยรองรับธุรกรรมได้จำนวนมากต่อวินาที (throughput: จำนวนธุรกรรมที่ระบบทำได้ต่อช่วงเวลา) และมีต้นทุนต่อรายการต่ำ จุดเด่นนี้เหมาะกับเกม, NFT และกระดานซื้อขายแบบไร้คนกลางที่ต้องการความเร็วสูง (decentralised exchange/DEX: กระดานซื้อขายที่ทำงานด้วยสมาร์ตคอนแทรกต์) อย่างไรก็ดี ประวัติเครือข่ายล่ม/หยุดให้บริการเป็นช่วง ๆ เป็นความเสี่ยงที่ต้องชั่งน้ำหนัก
จุดแข็งสำคัญ
- ทำธุรกรรมได้เร็วและค่าธรรมเนียมต่ำกว่าเครือข่ายคู่แข่งหลายราย
- การใช้งานเพิ่มขึ้นในเกม, NFT และ DEX ที่ต้องการความเร็วสูง
- เดินหน้าปรับปรุงเสถียรภาพหลังเหตุขัดข้องในอดีต
ภาพรวมตลาด
| ตัวชี้วัด | ค่า |
| มูลค่าตลาด (Market Cap) | $44.228B |
| มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation) | $48.01B |
| มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume) | $1.57B |
| สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h) | 3.54% |
| อุปทานรวม (Total Supply: จำนวนเหรียญทั้งหมดที่มีอยู่/จะมีตามระบบ) | 630.61M |
| จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) | $294.33 |
| จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low) | $0.51 |
| วันเริ่มต้น (Start Date) | 10 April 2020 |
4. XRP
XRP ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาในระบบการเงินดั้งเดิม: การโอนเงินข้ามประเทศที่ช้าและมีค่าธรรมเนียมสูง
เครือข่ายสามารถยืนยันธุรกรรมภายในไม่กี่วินาที ด้วยต้นทุนต่ำกว่าระบบธนาคารตัวแทน (correspondent banking: เครือข่ายธนาคารที่ส่งต่อคำสั่งโอนข้ามประเทศหลายทอด) โดย Ripple บริษัทที่อยู่เบื้องหลัง ใช้เวลาหลายปีสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงินที่ทดลองใช้การชำระเงินบนบล็อกเชน ในอดีตคดีความกับ ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC: หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์สหรัฐ) สร้างความไม่แน่นอน แต่ผลคดีช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน
จุดแข็งสำคัญ
- ออกแบบมาเพื่อการชำระเงินข้ามประเทศที่เร็วและต้นทุนต่ำ
- มีความร่วมมือกับสถาบันการเงินที่สนใจการชำระเงินบนบล็อกเชน
- ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์เพิ่มขึ้นหลังคดีความกับ SEC ยุติลง
ภาพรวมตลาด
| ตัวชี้วัด | ค่า |
| มูลค่าตลาด (Market Cap) | $67.92B |
| มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation) | $108.78B |
| มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume) | $816.93M |
| สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h) | 1.20% |
| อุปทานรวม (Total Supply) | 99.99B |
| จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) | $3.84 |
| จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low) | $0.12 |
| วันเริ่มต้น (Start Date) | 4 August 2013 |
5. BNB
BNB เริ่มต้นเป็นโทเคนเพื่อใช้ประโยชน์ในแพลตฟอร์ม (utility token: เหรียญที่ใช้เพื่อรับสิทธิ/ส่วนลด/การใช้งาน) โดยให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมซื้อขายบน Binance หนึ่งในตลาดซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดของโลก ต่อมาพัฒนาเป็นสินทรัพย์หลักของบล็อกเชนของตัวเองคือ BNB Chain Binance มีการ “เผาเหรียญ” เป็นระยะ (token burn: นำเหรียญออกจากระบบเพื่อลดจำนวนหมุนเวียน) เพื่อช่วยพยุงมูลค่าในระยะยาว แต่ราคายังผูกกับระบบนิเวศของ Binance ค่อนข้างมาก
จุดแข็งสำคัญ
- ได้แรงหนุนจากระบบนิเวศของ BNB Chain และแพลตฟอร์ม Binance
- เป็นเหรียญหลักของเครือข่ายที่มีแอปหลากหลาย
- มีการเผาเหรียญอย่างต่อเนื่องเพื่อลดจำนวนเหรียญในตลาด
ภาพรวมตลาด
| ตัวชี้วัด | ค่า |
| มูลค่าตลาด (Market Cap) | $75.2B |
| มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation) | $75.22B |
| มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume) | $907.62M |
| สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h) | 1.21% |
| จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) | $1,370.55 |
| จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low) | $1.46 |
| วันเริ่มต้น (Start Date) | 25 July 2017 |
คริปโทเคอร์เรนซี vs สินทรัพย์ดั้งเดิม
คริปโทฯ ต่างจากสินทรัพย์การเงินดั้งเดิมหลายด้าน ตั้งแต่เวลาซื้อขาย วิธีถูกกำกับดูแล ไปจนถึงการเก็บรักษาทรัพย์สิน ตารางนี้สรุปจุดต่างหลักที่ควรรู้ก่อนจัดสรรเงินลงทุน
| หัวข้อ | คริปโทเคอร์เรนซี | หุ้น / ETF |
| เวลาซื้อขาย | ซื้อขายได้ต่อเนื่อง 24 ชม. 7 วัน | จำกัดตามเวลาตลาดหลักทรัพย์ |
| กรอบกำกับดูแล (regulatory framework: กฎเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐ) | หลายประเทศยังอยู่ระหว่างพัฒนา | มีความชัดเจนและใช้มานาน |
| การเก็บรักษาสินทรัพย์ (custody) | ถือเองได้ หรือฝากไว้กับตลาดซื้อขาย | ถือผ่านโบรกเกอร์/ผู้รับฝากที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ |
| ความผันผวน (volatility: การขึ้นลงของราคา) | เฉลี่ยสูงกว่ามาก | มักต่ำกว่า โดยเฉพาะกองทุนที่กระจายลงทุน |
| การคุ้มครองผู้ลงทุน | จำกัดหรือไม่มีในหลายประเทศ | มักมีระบบคุ้มครองผู้ลงทุนรองรับ |
ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี
ความสนใจคริปโทฯ เพิ่มขึ้นจากนวัตกรรมบล็อกเชนและการซื้อขายได้ตลอดเวลา แต่ความนิยมหรือราคาที่ขึ้นเร็วในระยะสั้น ไม่ได้การันตีศักยภาพระยะยาว ปัจจัยต่อไปนี้ควรตรวจสอบก่อนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ
| สิ่งที่ต้องดู | หมายความว่า | สำคัญเพราะ |
| สภาพคล่องและมูลค่าซื้อขาย | ซื้อ/ขายได้ง่ายแค่ไหนโดยไม่ทำให้ราคาแกว่งแรง | มีผลต่อความเสี่ยงตอนส่งคำสั่งซื้อขาย (execution risk: ได้ราคาจริงต่างจากที่ตั้งใจ) โดยเฉพาะช่วงผันผวน |
| โครงสร้างอุปทาน (supply structure) | เหรียญหมุนเวียนแล้วเท่าไร และจะมีปล่อยเพิ่มในอนาคตเท่าไร | การปล่อยเหรียญในอนาคตเพิ่มอุปทานและกดดันราคาได้ |
| ประวัติความปลอดภัย | เคยถูกเจาะระบบ (exploit: ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี), ตลาดถูกแฮก หรือเครือข่ายล่มนานหรือไม่ | สะท้อนความทนทานเมื่อเจอสถานการณ์กดดัน |
| ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ | เคย/อาจถูกหน่วยงานรัฐดำเนินการโดยตรงหรือไม่ | คำตัดสินหรือกฎใหม่เปลี่ยนทั้งราคาและมุมมองตลาดได้มาก |
| การใช้งานจริงและการยอมรับ | มีการใช้งานและธุรกรรมหนุนมูลค่าหรือไม่ | ช่วยแยกโครงการที่ยืนระยะออกจากโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรเป็นหลัก (speculation: ซื้อเพื่อหวังราคาขึ้น) |
| กิจกรรมการพัฒนา | ระบบยังมีการดูแลและอัปเกรดต่อเนื่องหรือไม่ | การพัฒนาต่อเนื่องช่วยชี้ความอยู่รอดระยะยาว |
แนวคิดการจัดพอร์ตลงทุนคริปโทฯ
ด้วยความผันผวนสูง เหรียญข้างต้นมักเหมาะเป็น “ส่วนหนึ่งของพอร์ต” มากกว่าการทุ่มไปที่เหรียญเดียว การมีโครงสร้างพอร์ตช่วยคุมความเสี่ยงขาลง และยังได้โอกาสจากการปรับขึ้นของตลาด
ตัวอย่างโครงสร้างพอร์ต
| กลุ่มในพอร์ต | สัดส่วน | คำอธิบาย |
| แกนหลัก (Core Holdings) | 50% | Bitcoin และ Ethereum สภาพคล่องสูงและเป็นที่ยอมรับมาก |
| กลุ่มเติบโตและใช้งานจริง | 25% | เหรียญที่มีระบบนิเวศคึกคัก เช่น Solana หรือ BNB |
| กลุ่มเฉพาะทาง/ธีมการชำระเงิน | 15% | สินทรัพย์ที่เน้นกรณีใช้งานเฉพาะ เช่น XRP |
| สเตเบิลคอยน์หรือเงินสดสำรอง | 10% | กันไว้รับความผันผวนหรือรอจังหวะใหม่ |
นักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำอาจเพิ่มสัดส่วนแกนหลัก ส่วนผู้รับความเสี่ยงได้มาก อาจเพิ่มสัดส่วนกลุ่มเติบโตและกลุ่มเก็งกำไรมากขึ้น
การมีเงินสำรองช่วยให้พอร์ตมีความยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้อง “ลงเต็มพอร์ต” ตลอดเวลา
วิธีเทรด CFD คริปโทฯ กับ VT Markets
การลงทุนคริปโทฯ ทำได้หลายแบบ บางคนเลือกซื้อและถือสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง ขณะที่อีกกลุ่มใช้อนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่อิงราคาสินทรัพย์อื่น) เช่น สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD: สัญญาที่กำไร/ขาดทุนคำนวณจากส่วนต่างราคา โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริง) เพื่อเก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคา โดยไม่ต้องถือเหรียญจริง
VT Markets เปิดให้เข้าถึงตลาดคริปโทฯ บางรายการผ่าน CFD พร้อมเครื่องมือเทรดและสื่อความรู้เพื่อช่วยประเมินภาวะตลาดและคุมความเสี่ยง ขั้นตอนหลักมีดังนี้
1. ลงทะเบียนและยืนยันตัวตน
เปิดบัญชีกับ VT Markets และทำขั้นตอนยืนยันตัวตน (verification: ส่งเอกสารยืนยันตามข้อกำหนด)
2. เลือกสินทรัพย์คริปโทฯ
เลือก CFD คริปโทฯ ที่มีให้ เช่น Bitcoin และ Ethereum โดยอิงการวิเคราะห์ของคุณ ทั้งภาวะตลาด แนวโน้มราคา และความเสี่ยง
3. วางแผนขนาดการลงทุนและการคุมความเสี่ยง
กำหนดเงินที่จะใช้ต่อการเทรด และพิจารณาความผันผวน เลเวอเรจ (leverage: ใช้เงินกู้/มาร์จิ้นเพื่อขยายขนาดการลงทุน ทำให้กำไรและขาดทุนขยายตาม) และความเสี่ยงขาดทุนก่อนเปิดสถานะ
4. ติดตามปัจจัยขับเคลื่อนราคา
ราคาคริปโทฯ อาจได้รับผลจากความคืบหน้ากฎเกณฑ์ การอัปเกรดเครือข่าย อารมณ์ตลาด และเศรษฐกิจ การติดตามปัจจัยเหล่านี้ช่วยอธิบายความผันผวนของราคาได้ดีขึ้น
5. ทบทวนการเทรดสม่ำเสมอ
ประเมินสถานะที่เปิดอยู่และรายการเทรดที่ผ่านมาเป็นระยะ เพื่อปรับวิธีการเทรด ไม่ใช่ตัดสินใจจากการแกว่งของราคาระยะสั้นอย่างเดียว
มือใหม่คริปโทฯ? อ่านคู่มือ How to Trade Crypto for Beginners เพื่อทำความเข้าใจคริปโทฯ วิธีเทรดยอดนิยม และความเสี่ยงสำคัญก่อนเปิดสถานะ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและควรหลีกเลี่ยง
แม้แต่นักลงทุนที่มีประสบการณ์ก็พลาดได้ในตลาดที่ผันผวนสูง ข้อผิดพลาดต่อไปนี้พบได้บ่อยและมักทำให้ต้นทุนแพง
ซื้อเพราะราคากำลังแรงในระยะสั้น
สินทรัพย์ที่ขึ้นแรงในช่วงสั้น ไม่ได้แปลว่าจะทำผลงานดีต่อไปเสมอ การซื้อเพราะ “กระแสราคา” (momentum: ซื้อเพราะราคากำลังขึ้น) เป็นสาเหตุขาดทุนที่พบบ่อย
ละเลยความปลอดภัยพื้นฐาน
ใช้รหัสผ่านอ่อน/ซ้ำ และไม่เปิดยืนยันตัวตนสองขั้น (two-factor authentication/2FA: ยืนยันเพิ่มอีกชั้น เช่น รหัสจากแอป) ทำให้นักลงทุนจำนวนมากสูญเสียสินทรัพย์ทั้งหมด
กระจุกตัวในสินทรัพย์เดียว
ทุ่มเงินทั้งหมดไปที่เหรียญเดียว เพิ่มความเสี่ยงของพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการกระจายลงทุน
มองข้ามภาษี
การขาย แลกเปลี่ยน หรือใช้จ่ายคริปโทฯ อาจก่อให้เกิดภาระภาษีในหลายประเทศ หากไม่วางแผนล่วงหน้าอาจเกิดปัญหาตามมา