This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้าลง

by VT Markets
/
Aug 19, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • การส่งคำสั่งซื้อขายช้า คือช่วงเวลาล่าช้าระหว่างการส่งคำสั่งกับการได้สถานะจริง (คำสั่งถูกจับคู่และดำเนินการ) ตามราคาที่ต้องการ
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้า ได้แก่ Latency (เวลาหน่วงของสัญญาณ), Liquidity (สภาพคล่อง) ต่ำ, ความผันผวนฉับพลัน, อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร และเลือกโบรกเกอร์หรือประเภทคำสั่งไม่เหมาะสม
  • การส่งคำสั่งช้าทำให้เกิด Slippage (ได้ราคาจริงต่างจากราคาที่คาด), Requote (โบรกเกอร์เสนอราคาใหม่เพราะราคาเปลี่ยน) และต้นทุนเทรดสูงขึ้น โดยกระทบหนักกับนักเทรดสั้นมาก (Scalper) และเดย์เทรดเดอร์
  • แก้ได้ด้วย VPS (เครื่องเซิร์ฟเวอร์เสมือนสำหรับรันแพลตฟอร์มเทรดใกล้เซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์), ลด latency, ปรับตั้งค่าแพลตฟอร์มให้เบา และเลือกโบรกเกอร์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ Order execution (การดำเนินการคำสั่ง) รวดเร็วและโปร่งใส

ในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว ช่วงเวลาระหว่างกดซื้อกับได้สถานะจริงอาจชี้ขาดว่ากำไรหรือขาดทุน ช่วงเวลานี้เรียกว่า “การดำเนินการคำสั่งซื้อขาย” หากยืดออก แม้หน่วงเล็กน้อยก็กลายเป็นเงินที่หายไปได้

Trade execution คืออะไร? คือกระบวนการทำให้คำสั่งซื้อหรือขายของคุณสำเร็จในตลาดจริง ตั้งแต่ตอนส่งคำสั่งจนถึงตอนคำสั่งถูกจับคู่และได้สถานะจริง

คำถามที่นักเทรดมักถามคือ: คำสั่งซื้อขายใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะถูกดำเนินการ? บนแพลตฟอร์มที่ดี มักอยู่ระดับมิลลิวินาที แต่พฤติกรรมและการตั้งค่าที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ช้าลงในจังหวะสำคัญ

คู่มือนี้สรุป 5 ความผิดพลาดที่ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้า พร้อมแนวทางแก้ที่ทำได้จริงเพื่อเพิ่มความเร็วในการเทรด

การส่งคำสั่งซื้อขายช้า หมายถึงอะไร?

ทุกคำสั่งมีเส้นทางพื้นฐานเหมือนกัน: คุณส่งคำสั่ง คำสั่งไปถึงโบรกเกอร์ จากนั้นถูกจับคู่กับราคาที่มีอยู่และถูกดำเนินการจนได้สถานะจริง Order execution (การดำเนินการคำสั่ง) คือการจบเส้นทางนี้ หากขั้นตอนไหนใช้เวลานานเกินไป การตั้งค่าหรือพฤติกรรมเล็ก ๆ จะเริ่มทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้า

การส่งคำสั่งซื้อขายช้า คืออะไร?

การส่งคำสั่งซื้อขายช้า คือความล่าช้าที่สังเกตได้ระหว่างส่งคำสั่งกับได้สถานะจริง แทนที่จะได้ทันที คำสั่งอาจต้องรอคิวขณะที่ราคาตลาดยังขยับต่อ ผลคือมักได้ Fill price (ราคาที่ได้จริงตอนคำสั่งสำเร็จ) แย่กว่าราคาที่เห็นบนหน้าจอ

Execution delay คืออะไร?

Execution delay (ความหน่วงในการดำเนินการคำสั่ง) คือเวลาที่วัดได้ตั้งแต่คุณคลิกจนถึงได้ราคาจริง (มักนับเป็นมิลลิวินาที) หน่วงเล็กน้อยถือว่าปกติ แต่หากหน่วงนานหรือไม่สม่ำเสมอจะเป็นปัญหา เพราะราคาสามารถเปลี่ยนก่อนคำสั่งถึงจุดจับคู่

Execution speed ต่างจาก execution delay อย่างไร?

ทั้งสองคำพูดถึงเหตุการณ์เดียวกัน แต่มองคนละด้าน:

  • Execution speed (ความเร็วในการดำเนินการ) คือคำสั่งของคุณสำเร็จเร็วแค่ไหน ยิ่งเร็ว ยิ่งดี
  • Execution delay (ความหน่วง) คือเวลา “ที่เสียไป” ระหว่างทาง ยิ่งต่ำ ยิ่งดี

แพลตฟอร์มที่เร็ว จะมี execution speed สูง และ execution delay ต่ำ ส่วนแพลตฟอร์มที่ช้าจะตรงกันข้าม

ในทางปฏิบัติ การส่งคำสั่งเร็ว vs ช้า เป็นอย่างไร?

ตัวอย่างง่าย ๆ:

สมมติ EUR/USD แสดงราคา 1.0850 ตอนคุณกดซื้อ:

  • ถ้าดำเนินการเร็ว คำสั่งจะสำเร็จที่ 1.0850 หรือคลาดเคลื่อนเล็กน้อยระดับ “เศษเสี้ยว pip” (pip คือหน่วยการเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำที่ใช้กันในฟอเร็กซ์)
  • ถ้าดำเนินการช้า หน่วง 300 มิลลิวินาทีทำให้ราคาไหลไป 1.0853 คุณจ่ายแพงขึ้น 3 pips

ใน 1 ครั้งอาจดูเล็ก แต่ถ้าเกิดซ้ำหลายร้อยครั้ง ต้นทุนจะสะสมเร็ว

หัวข้อดำเนินการเร็วดำเนินการช้า
เวลาที่คำสั่งสำเร็จมิลลิวินาทีเป็นวินาทีหรือหน่วง
ราคาที่ได้จริงใกล้เคียงราคาที่เห็นแย่กว่าราคาที่เห็น
Slippageน้อยเกิดบ่อย
เหมาะกับสไตล์เทรดแทบทุกแบบไม่เหมาะ

5 ความผิดพลาดที่ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้า

ปัญหาการส่งคำสั่งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากโชคร้าย แต่มาจากพฤติกรรมและการตั้งค่าที่ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้า คำถามคือทำไมคำสั่งของฉันถึงช้า โดยมากมักเป็น 1 ใน 5 ข้อนี้:

ความผิดพลาด 1: มองข้าม Latency

Latency (เวลาหน่วงของสัญญาณ) คือเวลาที่คำสั่งเดินทางจากแพลตฟอร์มของคุณไปเซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์และย้อนกลับ ยิ่งต้องเดินทางไกล ยิ่งใช้เวลามาก

  • เทรดจากบ้านที่อยู่ไกลเซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์ ทำให้มีระยะทางและความหน่วงเพิ่ม
  • การผ่านจุดเชื่อมต่อหลายทอด (หลาย “hop”) ทำให้ latency สูงขึ้นและได้สถานะช้าลง

Latency สูงเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้คำสั่งของรายย่อยช้าลง

ความผิดพลาด 2: เทรดในช่วงสภาพคล่องต่ำ

Liquidity (สภาพคล่อง) คือความง่ายในการซื้อขายโดยไม่ทำให้ราคาเคลื่อนไหวมาก เมื่อ market liquidity (สภาพคล่องของตลาด) บาง จะมีคำสั่งฝั่งตรงข้ามน้อยลงให้จับคู่กับคำสั่งของคุณ

  • ช่วงเงียบ เช่น ระหว่างปิดตลาดนิวยอร์กกับก่อนโตเกียวเปิด มักมีคำสั่งในกระดานน้อย
  • คู่เงินแปลก (exotic pairs) และสินทรัพย์ที่คนเทรดน้อย มักมีสภาพคล่องต่ำกว่าคู่หลัก

สภาพคล่องบางทำให้คำสั่งรอนานขึ้นกว่าจะจับคู่ได้ ส่งผลให้ Spread (ส่วนต่างราคาระหว่าง bid/ask) กว้างขึ้น และได้สถานะช้าลง

ความผิดพลาด 3: ไล่เทรดข่าวแรง

Volatility (ความผันผวน) รอบข่าวสำคัญอาจทำให้การส่งคำสั่งช้า แม้แพลตฟอร์มจะเร็ว เพราะช่วงประกาศข้อมูล ราคาวิ่งแรงและมีคำสั่งเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก

  • การตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ตัวเลขเงินเฟ้อ และรายงานการจ้างงาน มักทำให้ตลาดผันผวนแรง
  • ในไม่กี่วินาทีนั้น ราคาอัปเดตถี่ คำสั่งอาจต่อคิวหรือถูกปฏิเสธ

ส่งคำสั่งทันทีตอนข่าวออกโดยไม่มีแผน มักทำให้ได้ราคาจริงช้าและคาดเดายาก

ความผิดพลาด 4: ใช้อินเทอร์เน็ตที่อ่อนหรือไม่เสถียร

ระบบของคุณมีผลมากกว่าที่คิด อินเทอร์เน็ตช้าหรือหลุด ๆ ดับ ๆ ทำให้หน่วงก่อนคำสั่งจะไปถึงโบรกเกอร์

  • Wi‑Fi หลุดเป็นช่วง ๆ การดาวน์โหลดเบื้องหลัง และอุปกรณ์เก่า ล้วนทำให้ Ping (เวลาในการส่งสัญญาณไป-กลับ) สูงขึ้น
  • สัญญาณแย่ทำให้จากเดิมที่ควรเป็นมิลลิวินาที กลายเป็นรอหลายวินาที

อินเทอร์เน็ตแบบสาย (wired) ที่เสถียร เป็นวิธีแก้ที่ทำได้ง่าย

ความผิดพลาด 5: เลือกรูปแบบโบรกเกอร์หรือประเภทคำสั่งไม่เหมาะ

Execution model (รูปแบบการส่งคำสั่งของโบรกเกอร์) กำหนดว่าคำสั่งของคุณถูกจัดการอย่างไร:

  • Dealing desk (โบรกเกอร์ที่เป็นผู้ทำราคาเอง หรือ market maker) อาจมีขั้นตอนยืนยันก่อนให้คำสั่งสำเร็จ
  • No dealing desk เช่น ECN (เครือข่ายจับคู่คำสั่งซื้อขาย) หรือ STP (ส่งคำสั่งตรงไปยังผู้ให้สภาพคล่อง) จะส่งคำสั่งไปยังผู้ให้สภาพคล่องเพื่อจับคู่เร็วขึ้น

ประเภทคำสั่งก็สำคัญ Market order (คำสั่งซื้อ/ขายตามราคาตลาด) มักสำเร็จเร็ว โดยได้ราคาที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น ขณะที่ Limit order (คำสั่งจำกัดราคา) จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อได้ราคาที่คุณกำหนดหรือดีกว่า จึงอาจทำให้ล่าช้าหรือไม่สำเร็จ การเลือกให้ไม่เหมาะกับสถานการณ์ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้า

#ความผิดพลาดทำไมถึงช้าแก้เร็ว
1มองข้าม latencyเวลาเดินทางของข้อมูลนานขึ้นใช้ VPS หรือเลือกเซิร์ฟเวอร์ใกล้
2สภาพคล่องต่ำคำสั่งฝั่งตรงข้ามน้อยเทรดช่วงตลาดคึกคัก
3ไล่เทรดข่าวราคาและจำนวนคำสั่งพุ่งรอให้ตลาดนิ่งก่อน
4เน็ตอ่อนหน่วงก่อนส่งคำสั่งออกใช้อินเทอร์เน็ตแบบสายหรือ VPS
5โมเดล/คำสั่งไม่เหมาะมีขั้นตอนประมวลผลเพิ่มเลือก ECN หรือ STP และใช้คำสั่งให้ถูก

ผลกระทบของการส่งคำสั่งซื้อขายช้า

การส่งคำสั่งช้าไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ หากปล่อยไว้ ปัจจัยที่ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้าจะกระทบผลลัพธ์อย่างชัดเจน

การส่งคำสั่งช้าทำให้เกิด Slippage ได้อย่างไร?

Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดกับราคาที่ได้จริง เมื่อส่งคำสั่งช้า ตลาดมีเวลาขยับก่อนคำสั่งสำเร็จ ช่องว่างจึงกว้างขึ้น

ตัวอย่าง:

  • คุณซื้อทองคำโดยคาดว่าจะได้ 2,400.0
  • ความหน่วงทำให้ราคาขยับขึ้นเป็น 2,400.5 ก่อนคำสั่งสำเร็จ
  • ส่วนต่าง 0.5 คือ slippage ฝั่งเสีย และสำหรับสัญญามาตรฐาน 1 ล็อตอาจคิดเป็นต้นทุนราว 50 ดอลลาร์

การส่งคำสั่งช้าทำให้เกิด Requote ได้หรือไม่?

ได้ Requote คือกรณีที่ราคาเปลี่ยนระหว่างหน่วง แล้วโบรกเกอร์เสนอ “ราคาใหม่” แทนการทำตามราคาเดิม คุณต้องเลือกยอมรับ ปฏิเสธ หรือส่งใหม่ หากเกิด requote บ่อย มักเป็นสัญญาณว่าการดำเนินการคำสั่งช้า

ความผิดพลาดที่ทำให้ส่งคำสั่งช้า กระทบ Scalper และเดย์เทรดเดอร์อย่างไร?

สายเทรดเร็วจะได้รับผลก่อน:

  • Scalper มักหวังกำไรไม่กี่ pips ต่อครั้ง ดังนั้น slippage แค่ 1 pip ก็ลบความได้เปรียบได้
  • เดย์เทรดเดอร์ส่งคำสั่งจำนวนมาก ทำให้ความหน่วงเล็ก ๆ สะสมไปทั้งวัน

สำหรับสไตล์เหล่านี้ ความเร็วไม่ใช่ “สิ่งเสริม” แต่เป็นหัวใจของกลยุทธ์

การส่งคำสั่งช้าทำให้คุณเสียต้นทุนแค่ไหน?

ลองคำนวณ สมมติความช้าทำให้คุณเสียโดยเฉลี่ย 1 pip ต่อการเทรดใน EUR/USD โดยที่ 1 ล็อตมาตรฐานมีมูลค่าราว 10 ดอลลาร์ต่อ 1 pip

จำนวนครั้งต่อวันต้นทุนต่อวัน (1 pip, 1 lot)ต้นทุนต่อเดือน (20 วัน)
1$10$200
5$50$1,000
10$100$2,000

นี่คือต้นทุนจริงที่รั่วไหลจากกลยุทธ์ที่อาจดีอยู่แล้ว

วิธีแก้การส่งคำสั่งซื้อขายช้า

สาเหตุส่วนใหญ่แก้ได้ นี่คือวิธีทำให้ส่งคำสั่งได้เร็วขึ้นและหยุดพฤติกรรมที่ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้า

ทำอย่างไรให้การส่งคำสั่งเร็วขึ้น?

เริ่มจากสิ่งที่กระทบมากที่สุด:

  • ลดระยะทางระหว่างคุณกับเซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์
  • เทรดช่วงสภาพคล่องสูง เพื่อจับคู่คำสั่งได้เร็ว
  • หลีกเลี่ยงส่งคำสั่งในไม่กี่วินาทีแรกของข่าวสำคัญ
  • ใช้อินเทอร์เน็ตแบบสายที่เสถียร
  • เลือกโบรกเกอร์ที่มีโมเดลส่งคำสั่งเร็วและโปร่งใส

VPS ช่วยเพิ่มความเร็วได้อย่างไร?

VPS (virtual private server) คือเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่ใช้รันแพลตฟอร์มเทรดของคุณใกล้เซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์

  • ทำให้เส้นทางข้อมูลสั้นลง ลด latency อย่างมาก
  • ทำให้แพลตฟอร์มและ Expert Advisors (โปรแกรมช่วยเทรดอัตโนมัติบน MetaTrader) ทำงานต่อได้แม้เน็ตบ้านหลุด

สำหรับคนที่เทรดบ่อยบน MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 การใช้ VPS เป็นการอัปเกรดที่คุ้ม

ลด Latency ในการเทรดได้อย่างไร?

  • เลือกตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ให้ใกล้โบรกเกอร์
  • ใช้ VPS หรืออินเทอร์เน็ตแบบสายแทน Wi‑Fi
  • ปิดแอปเบื้องหลังที่กินแบนด์วิดท์
  • ทดสอบ Ping (เวลาไป-กลับของสัญญาณ) ไปยังเซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์ และพยายามให้ต่ำที่สุด

ตั้งค่าแพลตฟอร์มแบบไหนช่วยให้ส่งคำสั่งเร็วขึ้น?

บน MT4 และ MT5 มีบางอย่างที่ช่วยได้:

  • เปิด one-click trading เพื่อตัดขั้นตอนยืนยัน
  • เปิดเฉพาะกราฟและอินดิเคเตอร์ที่จำเป็น
  • ปิดฟีดข่าวและสคริปต์ที่ไม่จำเป็น (สคริปต์คือชุดคำสั่งที่รันบนแพลตฟอร์มและอาจกินทรัพยากรเครื่อง)
  • ตั้งค่า maximum deviation ให้เหมาะสม (คือยอมให้ราคาเปลี่ยนได้ภายในช่วงที่กำหนด เพื่อไม่ให้คำสั่งถูกปฏิเสธ)

ทดสอบความเร็วในการส่งคำสั่งของตัวเองอย่างไร?

  • จดราคาที่เห็นตอนคลิก
  • เทียบกับราคาที่ได้จริง
  • ติดตามส่วนต่างจากหลาย ๆ ครั้ง

หากช่องว่างเกิดซ้ำสม่ำเสมอ มักบ่งชี้ปัญหา latency หรือโบรกเกอร์ที่ควรแก้

วิธีเลือกโบรกเกอร์เพื่อการส่งคำสั่งที่รวดเร็ว

โบรกเกอร์เป็นตัวกำหนด “เพดานความเร็ว” ของคุณ ต่อให้ระบบคุณดีแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้หากแพลตฟอร์มช้า ควรมองที่ปัจจัยจริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา

ควรคาดหวังความเร็วจากโบรกเกอร์ระดับไหน?

โบรกเกอร์ที่แข่งขันได้มักทำให้คำสั่งส่วนใหญ่สำเร็จในระดับมิลลิวินาทีภายใต้สภาวะปกติ หากคำสั่งใช้เวลาหลายวินาทีเป็นประจำ ถือเป็นสัญญาณเตือน

ตรวจสอบความเร็วการส่งคำสั่งของโบรกเกอร์อย่างไร?

  • ทดสอบทั้งบัญชีเดโมและบัญชีจริง เพราะสภาพแวดล้อมอาจต่างกัน
  • ดูพฤติกรรมการได้ราคาจริงในช่วงตลาดคึกคักและช่วงข่าว
  • ถามว่าโบรกเกอร์มีสถิติการส่งคำสั่งเผยแพร่หรือไม่

Best execution คืออะไร และเกี่ยวกับความเร็วอย่างไร?

Best execution คือหน้าที่ของโบรกเกอร์ในการพยายามทำให้คำสั่งของลูกค้าได้เงื่อนไขที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้อย่างสมเหตุสมผล โดยพิจารณาราคา ความเร็ว ต้นทุน และโอกาสที่คำสั่งจะสำเร็จ โบรกเกอร์ที่ให้ความสำคัญกับ best execution มักลงทุนระบบให้คำสั่งเดินได้เร็ว

คุณสมบัติอะไรบ่งชี้ว่าโบรกเกอร์ส่งคำสั่งได้เร็ว?

มองหา:

  • โมเดล no dealing desk เช่น ECN หรือ STP
  • สภาพคล่องลึกจากผู้ให้สภาพคล่องหลายราย
  • มี VPS ฟรีหรือค่าใช้จ่ายต่ำ
  • รองรับ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5
  • เผยแพร่ข้อมูลการส่งคำสั่งอย่างโปร่งใส

VT Markets ออกแบบโดยเน้นคุณสมบัติเหล่านี้ พร้อมการดำเนินการคำสั่งที่รวดเร็วบน MT4 และ MT5

การหน่วงคำสั่งโดยตั้งใจในตลาด

ไม่ใช่ทุกความหน่วงจะเป็นความผิดพลาด บางตลาดจงใจทำให้คำสั่งช้าลงเพื่อความเป็นธรรมและความเสถียร การแยกให้ออกช่วยให้คุณอ่านผลการได้ราคาจริงได้ถูกต้อง

Exchange speed bump คืออะไร?

Speed bump คือการหน่วงเล็กน้อยที่ตลาดหลักทรัพย์/ตลาดซื้อขาย (exchange) ใส่ให้กับคำสั่งที่เข้ามา วัดเป็นมิลลิวินาที เพื่อจำกัดความได้เปรียบของบริษัทเทรดที่เร็วมาก

Circuit breakers และ trading halts คืออะไร?

  • Circuit breaker คือการหยุดซื้อขายชั่วคราวเมื่อราคาขยับแรงเกินเกณฑ์
  • Trading halt คือการสั่งหยุดซื้อขายของสินทรัพย์ตัวหนึ่งชั่วคราว รอบข่าวสำคัญหรือช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวรุนแรง

ทั้งสองเป็นกลไกความปลอดภัย ไม่ใช่ปัญหาของแพลตฟอร์ม

ทำไมบางตลาดจงใจทำให้คำสั่งช้าลง?

เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรม หน่วงที่ออกแบบไว้จะลดความได้เปรียบของผู้เล่นที่ชนะจาก “ความเร็วล้วน ๆ”

Latency floor หรือ minimum resting time คืออะไร?

Latency floor หรือ minimum resting time คือกติกาที่บังคับให้คำสั่งต้อง “ค้างอยู่” ในตลาดเป็นเวลาขั้นต่ำก่อนยกเลิกได้ เพื่อลดคำสั่งที่โผล่สั้น ๆ แล้วหาย (คำสั่งลวง) และช่วยให้ราคานิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

อะไรทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้าลง?

ปัจจัยที่ทำให้การส่งคำสั่งซื้อขายช้าที่พบบ่อย ได้แก่ latency สูง สภาพคล่องต่ำ ความผันผวนรอบข่าว อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร และรูปแบบการส่งคำสั่งของโบรกเกอร์ ซึ่งแต่ละอย่างเพิ่มเวลา ระหว่างการคลิกกับการได้สถานะจริง

เร่งความเร็วการส่งคำสั่งที่ช้าได้อย่างไร?

ทำได้โดยลดจุดหน่วงระหว่างทางของคำสั่ง ใช้ VPS ใกล้โบรกเกอร์ ใช้อินเทอร์เน็ตแบบสายที่เสถียร เทรดช่วงสภาพคล่องสูง เลี่ยงจังหวะข่าวแรง และเลือกโบรกเกอร์ที่ส่งคำสั่งเร็วและโปร่งใส

VPS ช่วยให้ส่งคำสั่งเร็วขึ้นจริงหรือไม่?

จริง เพราะ VPS รันแพลตฟอร์มใกล้เซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์ ทำให้ latency ลดลงและคำสั่งเดินทางสั้นลง อีกทั้งยังทำให้การเทรดและ Expert Advisors (โปรแกรมเทรดอัตโนมัติ) ทำงานต่อได้เมื่อเน็ตบ้านหลุด ซึ่งสำคัญมากสำหรับ scalper และ นักเทรดอัลกอริทึม (การเทรดด้วยโปรแกรม/กฎอัตโนมัติ)

Latency กระทบการส่งคำสั่งอย่างไร?

Latency คือเวลาไป-กลับของคำสั่งถึงโบรกเกอร์และกลับมา latency สูงทำให้คำสั่งช้า และเพิ่มโอกาสที่ราคาจะเปลี่ยนก่อนคำสั่งสำเร็จ จนเกิด slippage หรือ requote หาก latency ต่ำ มักได้คำสั่งเร็วและได้ราคาใกล้เคียงที่เห็นมากกว่า

การส่งคำสั่งช้าทำให้เกิด slippage อย่างไร?

เพราะตลาดสามารถเคลื่อนไหวได้ในช่วงเวลาระหว่างส่งคำสั่งกับคำสั่งสำเร็จ หากราคาเปลี่ยนระหว่างหน่วง คุณจะได้ราคาอีกระดับหนึ่งแทน โดยผลกระทบจะมากขึ้นในช่วงตลาดผันผวนหรือเคลื่อนไหวเร็ว

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code