MUFG ระบุว่า การแข็งค่าของดอลลาร์ออสเตรเลียเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐเริ่มมีสัญญาณ “แรงหมด” และโอกาสขึ้นต่อของ AUD/USD จำกัดมากขึ้น หลังบรรยากาศรับความเสี่ยงของตลาดโลก (global risk appetite: ความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงลดลง) เริ่มเย็นลง เศรษฐกิจจีนชะลอ และนโยบายธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) มีอิทธิพลต่อค่าเงินลดลงเมื่อเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับสูงขึ้น โดยค่าเงินออสซี่ถูกมองว่าเป็นสกุลเงินกลุ่ม G10 ที่ทำผลงานดีที่สุดอันดับ 2 นับตั้งแต่ความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านเริ่มขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ “โพซิชัน” ของตลาดถูกประเมินว่าอยู่ในฝั่งซื้อสะสมมากเป็นประวัติการณ์ (record-long: นักลงทุนส่วนใหญ่ถือสถานะซื้อ/คาดว่าออสซี่จะแข็งค่า) และภาพรวมผลตอบแทนพันธบัตร (yield dynamics: การเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทน) ชี้ว่าความเสี่ยงเอนเอียงไปทางการย่อตัว
ประเด็นหลักคืออัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปิดที่ 4.12% ในวันศุกร์ หลังเพิ่มขึ้น 25 จุดเบสิส (bp: 1 จุดเบสิส = 0.01%) ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2025 ภายใต้ฉากทัศน์นี้ ความสัมพันธ์รายวัน (correlation: การเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน) ระหว่าง AUD/USD กับส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ออสเตรเลีย-สหรัฐ (AU-US 2-year spread: ส่วนต่างผลตอบแทนของสองประเทศ) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนว่าหากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ “สูงนาน” และ RBA ยังรอดูสถานการณ์ (watching brief: ยังไม่รีบปรับนโยบาย) ก็อาจกดดันคู่เงินนี้ต่อ แม้ระยะสั้นยังถูกกระทบจากความคาดหวังเรื่องข้อตกลงสันติภาพ และการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของเฟด (Fed rate pricing: ราคาตลาดที่สะท้อนว่าคิดว่าเฟดจะขึ้น/ลงดอกเบี้ยเท่าไร)
ปัจจัยพื้นฐานและความเสี่ยงจากการถือสถานะ
เราเชื่อว่า การแข็งค่าของดอลลาร์ออสเตรเลียเทียบดอลลาร์สหรัฐเริ่มหมดแรง โอกาสขึ้นต่อของ AUD/USD จำกัด และความเสี่ยงเริ่มเอนเอียงไปทางการปรับลง ปัจจัยพื้นฐานที่เคยหนุนเงินออสซี่กำลังอ่อนแรงหรือเริ่มกลับทิศ
ความต่างของแนวทางดอกเบี้ย (interest rate paths: คาดการณ์เส้นทางดอกเบี้ยในอนาคตของแต่ละประเทศ) กำลังกลายเป็นแรงกดดันหลักต่อคู่เงิน ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 2 ปีเพิ่งแตะ 4.12% สูงสุดของปี โดยเพิ่มขึ้น 25 จุดเบสิสในเดือนนี้ หลังข้อมูลเงินเฟ้อออกมาลดลงช้ากว่าที่คาด (stickier inflation: เงินเฟ้อดื้อ ไม่ยอมลดง่าย) ขณะที่ RBA ถูกมองว่าจะยังคงดอกเบี้ยไว้ก่อน ส่วนต่างผลตอบแทนที่กว้างขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐจึงมีแนวโน้มจะกดดัน AUD/USD มากขึ้น
ปัจจัยภายนอกก็เริ่มหนุนเงินออสซี่น้อยลง บรรยากาศรับความเสี่ยงของตลาดโลกกำลังเย็นลง และข้อมูลเศรษฐกิจจีนล่าสุดต่ำกว่าคาด ตัวอย่างเช่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนเมษายนขยายตัว 5.6% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่งสัญญาณว่าแรงส่งการฟื้นตัวเริ่มอ่อน ซึ่งโดยทั่วไปเป็นลบต่อเงินออสซี่ (เพราะออสเตรเลียพึ่งพาการค้ากับจีนสูง)
ด้านการถือสถานะ ตลาดเริ่ม “แออัด” ข้อมูลการเก็งกำไร (speculative positioning: สถานะซื้อขายเพื่อหวังกำไรระยะสั้น) ชี้ว่าสัญญาซื้อสุทธิ (net long: ถือฝั่งซื้อหลังหักฝั่งขาย) ของ AUD อยู่ในระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 2 ปี เมื่อคนส่วนใหญ่อยู่ฝั่งเดียวกัน ค่าเงินยิ่งเสี่ยงถูกขายแรงหากความเชื่อมั่นเปลี่ยน
มุมมองตลาดและกลยุทธ์การเทรดที่เป็นไปได้
เราคาดว่าตลาดจะจับตาข้อมูลที่บ่งชี้ว่า RBA ยังมีเวลาในการประเมินนโยบาย (ไม่จำเป็นต้องรีบปรับดอกเบี้ย) สัญญาณเศรษฐกิจออสเตรเลียอ่อนลงจะย้ำมุมมองว่า RBA จะ “ตามหลัง” เฟดในด้านท่าทีดอกเบี้ย ความต่างนี้เป็นแกนหลักของมุมมองเราว่าคู่เงินจะไปต่อได้ยาก
ภายใต้ปัจจัยดังกล่าว เรามองว่านักลงทุนควรพิจารณากลยุทธ์ที่ป้องกันความเสี่ยงหรือได้ประโยชน์หาก AUD/USD ปรับลงในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า การซื้อพุตออปชัน (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายที่ราคากำหนด เพื่อทำกำไรเมื่อราคาลงหรือใช้คุ้มกันพอร์ต) เป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา อีกทางคือทำสเปรดพุตขาลง (bear put spread: ซื้อพุตที่ราคาใช้สิทธิหนึ่งและขายพุตที่ราคาใช้สิทธิที่ต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุน โดยจำกัดทั้งกำไรและขาดทุน)
หากมีพัฒนาการบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ข้อตกลงสันติภาพ อาจทำให้ราคาดีดขึ้นช่วงสั้น แต่เรามองว่าเป็นจังหวะขาย ปัจจัยพื้นฐานอย่างการเติบโตโลกที่ชะลอและทิศทางนโยบายธนาคารกลางที่ต่างกันมีแนวโน้มกลับมากำหนดทิศทางอีกครั้ง การปรับขึ้นจะเป็นระดับที่เหมาะกว่าในการเปิดสถานะฝั่งมองลง (bearish positions: มองว่าราคามีโอกาสลง)