
ประเด็นสำคัญ
- เงินเยนอ่อนค่าทะลุ 163 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ แตะระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ปลายปี 1986
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields: ผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร), ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ากว้างขวาง กดดันค่าเงินเยน
- ทางการญี่ปุ่นย้ำพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หากจำเป็น
- ความเสี่ยงที่รัฐจะ “แทรกแซงค่าเงิน” (intervention: รัฐเข้าซื้อ/ขายเงินตราเพื่อชะลอการเคลื่อนไหวค่าเงิน) อาจเพิ่มความผันผวนระยะสั้นใน USDJPY และคู่เงินเยนอื่น ๆ
- นักเทรดจับตาผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ราคาน้ำมัน สัญญาณนโยบายญี่ปุ่น และความเร็วของการอ่อนค่าของเยน
เงินเยนยังถูกกดดันในวันพุธ หลัง USDJPY ขยับขึ้นเหนือ 163
คู่เงินเคลื่อนไหวแถว 163.24 ก่อนแกว่งแคบราว 163.20 ส่งผลให้เยนอ่อนค่าสุดเมื่อเทียบดอลลาร์ตั้งแต่ปลายปี 1986 และทำให้ความเสี่ยงการแทรกแซงค่าเงินกลับมาอยู่ในความสนใจ
แรงขยับรอบนี้เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้มีเหตุเดียวชัดเจน โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่สูงขึ้นหนุนดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นกดดันญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางยังหนุนแรงซื้อดอลลาร์ และดันราคาน้ำมันขึ้น ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเยน
ทำไมนักเทรดจับตาเงินเยน
เยนกำลังซื้อขายใกล้ระดับสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดย USDJPY มักเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย ต้นทุนพลังงาน และความเสี่ยงด้านนโยบายภาครัฐ
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับขึ้นตลอดทุกช่วงอายุ (across the curve: หมายถึงพันธบัตรหลายช่วงอายุ เช่น 2 ปี 5 ปี 10 ปี) โดยพันธบัตรอายุ 10 ปีซึ่งเป็นตัวอ้างอิง ขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ผลตอบแทนสหรัฐที่สูงขึ้นทำให้ “ส่วนต่างผลตอบแทน” ระหว่างสินทรัพย์สกุลดอลลาร์กับสินทรัพย์เยนเพิ่มขึ้น จึงหนุนกลยุทธ์คาร์รีเทรด (carry trade: กู้/ขายสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำอย่างเยน เพื่อไปถือสินทรัพย์สกุลเงินดอกเบี้ยสูงกว่า)
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังปรับนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศช่วยพยุงเยนได้จำกัด
ประเด็นด้านการคลังยังถ่วงบรรยากาศตลาด โดยนักลงทุนประเมินว่าการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ต้องกู้มากขึ้น และทำให้แนวโน้มนโยบายของญี่ปุ่นซับซ้อนขึ้น
ความเสี่ยงการแทรกแซงกลับมาอยู่ในโฟกัส
ทางการญี่ปุ่นเพิ่มระดับการเตือน เมื่อเยนอ่อนค่าลึกเกิน 163
รมว.คลัง ซัตสึกิ คาตายามะ ระบุว่ารัฐบาลพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หากจำเป็น โดย ไม่ได้ระบุระดับค่าเงินที่ชัดเจน ที่จะเป็นจุดเริ่มแทรกแซง
จุดนี้สำคัญต่อการเทรด เพราะเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นมักให้ความสำคัญกับ “ความเร็ว” และ “ความปั่นป่วน” ของการเคลื่อนไหวค่าเงิน มากกว่าการปกป้องระดับราคาที่ประกาศต่อสาธารณะ
ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงตลาดเงินกรณี USDJPY ทะลุ 160 แต่ผลกระทบอยู่ได้ไม่นาน และคู่เงินกลับขึ้นมาอีก
ราคาน้ำมันสูงขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อเยน
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นอีกความท้าทายของญี่ปุ่น ซึ่งต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจำนวนมาก
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนนำเข้าของญี่ปุ่นเพิ่ม และอาจทำให้ “ขาดดุลการค้า” (trade deficit: มูลค่านำเข้ามากกว่าส่งออก) กว้างขึ้น อีกทั้งการซื้อพลังงานมักคิดราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อเยนอ่อนค่าจะยิ่งทำให้การนำเข้าแพงขึ้น
ดังนั้น การขึ้นของราคาน้ำมันรอบล่าสุดจึงเป็นอีกจุดกดดันค่าเงิน โดยเฉพาะเมื่อความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ตลาดกังวลเรื่องอุปทานพลังงานโลก
ขาดดุลการค้า เพิ่มความกังวลต่อค่าเงิน
ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนมิถุนายน หลังการนำเข้าเพิ่มเร็วกว่าส่งออก
การส่งออกเพิ่มขึ้น 19.3% เทียบรายปี ขณะที่การนำเข้าเพิ่ม 25.4% ทำให้ขาดดุล 406.9 พันล้านเยน
การนำเข้าที่เพิ่มแรงสะท้อนผลของต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และเป็นข้อมูลสำคัญที่ตลาดใช้ประเมินแนวโน้มเงินเยน
ระดับราคาที่ตลาดจับตา
| ระดับราคา | สิ่งที่ตลาดจับตา |
| 163.5 | แนวต้านเชิงจิตวิทยาถัดไป หากแรงขึ้นยังต่อเนื่อง |
| 163.25 | จุดอ้างอิง “ทะลุกรอบ” (breakout: ราคาทะลุแนวต้าน/แนวรับสำคัญ) เหนือจุดสูงล่าสุด |
| 163.15 | โซนซื้อขายปัจจุบันหลังราคาปรับขึ้น |
| 163 | แนวรับระยะใกล้ และระดับเชิงจิตวิทยา |
| 162.5 | โซนที่เคยทะลุขึ้น และเป็นแนวรับระยะสั้น |
| 162 | แนวรับล่าง หาก USDJPY ย่อตัว |
| 161.7 | แนวรับลึกใกล้ช่วงที่ราคาเคยแกว่งแคบ |
USDJPY ยังอยู่ใกล้กรอบบนของช่วงล่าสุด โดย 163.25 เป็นจุดอ้างอิงสำคัญของการทะลุขึ้น
หากยืนเหนือระดับนี้ได้ต่อเนื่อง อาจคงภาพแนวโน้มขาขึ้น (bullish: มุมมองว่าราคามีโอกาสขึ้น) และทำให้ 163.50 กลับมาเป็นเป้าหมาย
ฝั่งลง แนวรับแรกที่ต้องจับตาคือ 163.00 ตามด้วย 162.50 หากหลุดลงมา อาจเปิดทางให้เห็น 162.00 และ 161.70 เป็นจุดอ้างอิงถัดไป
ฉากทัศน์ขาขึ้นและขาลง

| รูปแบบ | เงื่อนไขเริ่มต้น | ปฏิกิริยาตลาดที่อาจเกิด |
| ขาขึ้นต่อเนื่อง (Bullish Continuation) | ทะลุเหนือ 163.25 | USDJPY อาจไปหา 163.50 |
| แกว่งแคบในกรอบ (Range Consolidation: ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบ) | อยู่ระหว่าง 163.00–163.25 | ราคาอาจพักตัวใกล้จุดสูงล่าสุด |
| ขาลงย่อตัว (Bearish Pullback: ราคาอ่อนลงระยะสั้น) | หลุดต่ำกว่า 163.00 | USDJPY อาจลงไปทดสอบ 162.50 |
| ปรับฐานลึก (Deeper Correction: ลงแรงกว่าการย่อปกติ) | หลุดต่ำกว่า 162.50 | ตลาดอาจหันไปจับตา 162.00 |
| แนวโน้มอ่อนแรง (Trend Weakening) | หลุดต่ำกว่า 162.00 ต่อเนื่อง | คู่เงินอาจลงต่อสู่ 161.50 |
ฉากทัศน์ขาขึ้นขึ้นอยู่กับการที่ USDJPY ทะลุ 163.25 และยังมีแรงไปต่อ หากยืนยันการยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจหนุนแนวโน้มขึ้นและทำให้ 163.50 เด่นขึ้น
ฉากทัศน์กลางคือราคาแกว่งสะสมพลังระหว่าง 163.00–163.25 ซึ่งอาจสะท้อนว่าตลาดรอสัญญาณชัดจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ราคาน้ำมัน หรือความคืบหน้านโยบายญี่ปุ่น
ฉากทัศน์ขาลงชัดขึ้นหาก USDJPY หลุด 163.00 หากหลุดยืนยัน อาจเพิ่มแรงขายและเปิดทางไปที่ 162.50 และถ้าแนวรับนี้เอาไม่อยู่ อาจลงต่อไป 162.00 และ 161.50
ข้อจำกัดความรับผิด
ระดับราคาและฉากทัศน์ตลาดข้างต้นเป็นมุมมองของผู้เขียน ณ เวลาที่เผยแพร่ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก VT Markets ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
เหตุผลที่เทรด USDJPY แบบ CFD
สัญญา CFD (Contract for Difference: สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา คือเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาโดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง) ใน USDJPY ช่วยให้เทรดเดอร์เก็งทิศทางขึ้นหรือลงได้ โดยไม่ต้องแลกเงินจริงระหว่างดอลลาร์กับเยน
ความยืดหยุ่นนี้มีประโยชน์เมื่อคู่เงินตอบสนองเร็วต่อข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ ความคาดหวังต่อเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) สัญญาณนโยบายญี่ปุ่น ความเสี่ยงการแทรกแซง หรือการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงาน
หาก USDJPY ทะลุแนวต้าน เทรดเดอร์อาจติดตามโอกาสที่ราคาจะขึ้นต่อ แต่หากเยนแข็งค่าหรือความเสี่ยงแทรกแซงเพิ่มขึ้น ก็อาจประเมินโอกาสฝั่งลง
เทรดเดอร์สามารถติดตามการเคลื่อนไหวราคาแบบเรียลไทม์ (real time: ข้อมูลทันที) และเปรียบเทียบกับตลาด CFD อื่น ๆ ได้ภายใต้บัญชีเดียว
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
ทิศทางถัดไปของเงินเยนอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักหลายด้าน
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังเป็นตัวแปรสำคัญ หากยังปรับขึ้นต่ออาจหนุน USDJPY แต่หากผลตอบแทนลดลง อาจทำให้การถือดอลลาร์เพื่อกินส่วนต่างผลตอบแทนดูน่าสนใจน้อยลง
ราคาน้ำมันก็สำคัญ หากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น อาจเพิ่มภาระนำเข้าของญี่ปุ่นและกดดันเยนต่อ
ถ้อยแถลงจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่ด้านค่าเงิน อาจทำให้ตลาดตอบสนองทันที โดยเฉพาะหากถ้อยคำเข้มขึ้น
ตลาดยังจับตาว่า USDJPY จะเข้าใกล้ระดับที่ทำให้ทางการส่งสัญญาณเตือนแรงขึ้นหรือไม่
เชิงเทคนิค (technical: การดูกราฟและพฤติกรรมราคา) ระดับ 163.25 เป็นจุดทะลุที่ต้องจับตา หากยืนเหนือได้อาจเห็น 163.50 แต่หากหลุด 163.00 อาจเปิดทางไป 162.50
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเงินเยนอ่อนค่าทะลุ 163?
เยนอ่อนค่าจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และความต้องการดอลลาร์ในวงกว้าง ทำให้สินทรัพย์สหรัฐดูให้ผลตอบแทนเด่นกว่า อีกทั้งญี่ปุ่นพึ่งพานำเข้าพลังงานสูง และดำเนินนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงเพิ่มแรงกดดันต่อเยน
ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินหรือไม่?
ทางการญี่ปุ่นระบุพร้อมดำเนินการหากจำเป็น แต่ยังไม่ประกาศระดับค่าเงินที่เป็นจุดเริ่มแทรกแซง โดยความเร็วและความปั่นป่วนของการเคลื่อนไหวอาจสำคัญพอ ๆ กับระดับราคา
ถ้ามีการแทรกแซง จะเกิดอะไรกับ USDJPY?
หากรัฐเข้าซื้อเงินเยนอย่างเป็นทางการ USDJPY อาจร่วงเร็ว ช่วงแรกมักเจอการแกว่งแรงและความผันผวนเพิ่มขึ้น (volatility: ระดับการแกว่งของราคา) ส่วนผลระยะยาวขึ้นกับผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ นโยบายธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ: ธนาคารกลางญี่ปุ่น) และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ทำไมราคาน้ำมันขึ้นถึงเป็นลบต่อเงินเยน?
ญี่ปุ่นนำเข้าพลังงานจำนวนมาก ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนนำเข้าเพิ่ม และอาจทำให้ขาดดุลการค้ากว้างขึ้น อีกทั้งน้ำมันมักคิดราคาเป็นดอลลาร์ เมื่อเยนอ่อนค่าจะทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้น
คู่เงินที่มี JPY จะเคลื่อนไหวไปทางเดียวกันทั้งหมดหรือไม่?
ไม่จำเป็น แม้เยนอ่อนในภาพรวมอาจหนุน EURJPY, GBPJPY และ AUDJPY แต่แต่ละคู่ยังขึ้นกับปัจจัยของเศรษฐกิจฝั่งนั้น ๆ ด้วย การแทรกแซงอาจทำให้เยนผันผวนในวงกว้าง แต่ผลกระทบอาจต่างกันในแต่ละคู่เงิน
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets