
ประเด็นสำคัญ
- ราคาทองแดงปรับลงใกล้ 6.10 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ในวันพุธ ลบส่วนหนึ่งของแรงบวกจากวันก่อนหน้า
- นักลงทุนจับตารายงานอัปเดตจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งอาจมีผลต่อการขยาย “ภาษีนำเข้า” (ภาษีที่เก็บกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ) ไปยังทองแดงแปรรูป
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกดดันตลาด เพราะทำให้คาดว่าเฟดจะใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น (เช่น คงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ย)
- แนวโน้มภาษีนำเข้ายังสำคัญ เพราะอาจกระทบการไหลของสต๊อกในสหรัฐ ปริมาณอุปทานโลก และส่วนต่างราคาระหว่าง CME กับ LME (ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสหรัฐ vs ตลาดโลหะลอนดอน)
- ทองแดงกำลังทดสอบว่าจะยืนเหนือแนวรับ 6.10–6.12 ดอลลาร์ ได้หรือไม่ หลังย่อล่าสุด
ทองแดงร่วงในวันพุธ หลังนักลงทุนลดสถานะ (ลดการถือครอง) ก่อนกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยอัปเดตตลาดทองแดงในประเทศ
กราฟรายวันทองแดงซื้อขายใกล้ 6.13 ดอลลาร์ต่อปอนด์ หลังย่อลงจากจุดสูงสุดระหว่างวัน (intraday high) ที่ 6.25 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหวนี้ลบส่วนหนึ่งของการดีดกลับ (rebound) จากวันก่อนหน้า และยังทำให้ราคาอยู่ภายใต้แรงกดดันระยะสั้น
แรงขายเกิดขึ้นท่ามกลางการประเมินว่า ทองแดงแปรรูปอาจเผชิญภาษีนำเข้าใหม่ในสหรัฐ ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกดดันบรรยากาศลงทุน เพราะย้ำมุมมองว่าเฟดอาจเข้มงวดด้านดอกเบี้ย และทำให้กังวลต่ออุปสงค์ (ความต้องการซื้อ) ของกลุ่มโลหะอุตสาหกรรม
สำหรับผู้เทรด CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง: เก็งกำไรจากส่วนต่างราคาโดยไม่ต้องถือสินค้าจริง) ภาพเทคนิคยังน่าติดตาม หากกลับขึ้นเหนือ 6.20 ดอลลาร์ อาจสะท้อนแรงซื้อเริ่มพยุงตลาด แต่หากหลุด 6.10 ดอลลาร์ อาจทำให้ฝั่งขายยังคุมเกม
ทำไมนักลงทุนจับตาประเด็นนี้
ทองแดงกลับมาเป็นจุดสนใจ เพราะราคาซื้อขายอยู่ในโซนที่อ่อนไหวต่อนโยบาย ภาษีนำเข้าสหรัฐมีนัยสำคัญ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทองแดงแปรรูปเคย “ได้รับการยกเว้น” จากภาษีชุดใหญ่ แต่ตอนนี้กำลังถูกทบทวน โดยรัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐต้องส่งข้อเสนอแนะอัปเดตภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2026 ว่าจะขยายภาษีไปยังทองแดงแปรรูปหรือไม่ และจะทำอย่างไร
ข้อเสนอเดิมของสหรัฐระบุแผนเก็บภาษีนำเข้าทองแดงแปรรูปแบบทยอยเพิ่ม (phased tariff: เพิ่มทีละขั้นตามเวลา) เริ่มที่ 15% ในปี 2027 และเพิ่มเป็น 30% ในปี 2028 นอกจากนี้ ประกาศใน Federal Register (ราชกิจจานุเบกษาของสหรัฐ: เอกสารทางการที่เผยแพร่กฎหมาย/ประกาศ) ระบุว่ารัฐมนตรีพาณิชย์ต้องรายงานภาวะตลาดทองแดงในประเทศ กำลังการกลั่น/แปรรูป (refining capacity: ความสามารถในการแปรสภาพทองแดงดิบให้เป็นทองแดงบริสุทธิ์) และภาวะตลาดทองแดงแปรรูป เพื่อให้ประธานาธิบดีตัดสินใจว่าจะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่
สำหรับนักลงทุน นี่ทำให้ตลาดถูกขับเคลื่อนทั้งจากปัจจัยมหภาค (macro: ภาพเศรษฐกิจโดยรวม เช่น ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ) และความเสี่ยงด้านนโยบาย ภาษีที่สูงขึ้นอาจเปลี่ยนทิศทางการค้าและการถือครองสต๊อก ขณะที่คาดการณ์ว่าเฟดจะเข้มงวด อาจจำกัดมุมมองอุปสงค์โลหะอุตสาหกรรม
ระดับราคาสำคัญที่ต้องจับตา
ระดับราคา สิ่งที่ตลาดจับตา USD 6.70 จุดสูงสำคัญก่อนหน้า และเป็นแนวต้านกว้าง USD 6.55 แนวต้านแข็ง จากโซนที่ราคาร่วงลงช่วงต้นมิ.ย. USD 6.30 จุดสูงของการดีดกลับล่าสุด และแนวต้านระยะใกล้ USD 6.25 จุดสูงระหว่างวัน และระดับที่ถ้าฟื้นได้จะช่วยหนุนภาพระยะสั้น USD 6.20 แนวต้านระยะสั้น หากแรงซื้อกลับมา USD 6.13 โซนซื้อขายปัจจุบัน USD 6.12 จุดต่ำระหว่างวัน และแนวรับใกล้สุด USD 6.10 แนวรับเชิงจิตวิทยา (psychological support: ระดับกลม ๆ ที่คนจับตา) USD 6.00 แนวรับระยะสั้นถัดไป USD 5.90 แนวรับขาลงกว้าง จากโซนจุดต่ำล่าสุด
ทองแดงซื้อขายใกล้ 6.13 ดอลลาร์ ใกล้แนวรับสำคัญที่ 6.10 ดอลลาร์ กราฟรายวันสะท้อนว่าราคาย่อลงหลังดีดสั้น ๆ โดยแรงขายกลับมาแถว 6.25 ดอลลาร์
ภาพระยะสั้นจึงยังต้องระวัง ทองแดงจำเป็นต้องกลับมายืนเหนือ 6.20 ดอลลาร์ และต่อด้วย 6.25 ดอลลาร์ เพื่อยืนยันว่าแรงซื้อเริ่มคุมทิศทางได้ หากทะลุ 6.30 ดอลลาร์ได้ชัดเจน อาจช่วยให้โครงสร้างการฟื้นตัวดีขึ้น และมีโอกาสไปโซน 6.55 ดอลลาร์
หากหลุด 6.10 ดอลลาร์ จะทำให้ภาพอ่อนแรงลง และสื่อว่าฝั่งขายยังเป็นฝ่ายคุมเกม โดยตลาดอาจมองเป้าถัดไปที่ 6.00 ดอลลาร์ และ 5.90 ดอลลาร์หากแรงขายต่อเนื่อง
แนวโน้มขาขึ้นและขาลงที่เป็นไปได้

สถานการณ์ สัญญาณเริ่มต้น ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น ขาขึ้นแบบทรงตัวได้ ยืนเหนือ USD 6.10 แรงซื้ออาจพยายามกลับไปทดสอบ USD 6.20 เริ่มฟื้นตัว ผ่าน USD 6.20 อาจดีดกลับไปหา USD 6.25 ฟื้นตัวแรงขึ้น ผ่าน USD 6.30 โมเมนตัม (แรงส่งของราคา) อาจขยายไปถึง USD 6.55 หลุดลงเป็นขาลง ต่ำกว่า USD 6.10 ฝั่งขายอาจเล็ง USD 6.00 ขายต่อแรงขึ้น หลุด USD 6.00 ราคาอาจอ่อนลงไปหา USD 5.90
ฝั่งขาขึ้นยังต้องอาศัยการยืนเหนือแนวรับ 6.10 ดอลลาร์ และกลับไปยืนเหนือ 6.20 ดอลลาร์ ซึ่งจะสะท้อนว่าแรงซื้อพยายามพยุงตลาดหลังการย่อที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเรื่องภาษี
ผู้เทรดสามารถใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังเพื่อดูแนวโน้ม) เพื่อประเมินว่าแรงกดดันขาลงเริ่มเบาลงหรือไม่ หากราคายังต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5, 10 และ 20 ช่วงเวลา (period: จำนวนแท่งราคาในกรอบเวลาที่ใช้คำนวณ) ฝั่งขายยังได้เปรียบ แต่ถ้าราคากลับขึ้นไปเหนือโซนของเส้นค่าเฉลี่ย อาจเป็นสัญญาณเริ่มทรงตัว
MACD และปริมาณซื้อขาย (volume) ยังช่วยยืนยันจังหวะถัดไปได้ MACD (ตัวชี้วัดโมเมนตัมจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) ที่เริ่มแบนลงอาจสะท้อนว่าแรงลงอ่อนลง แต่หากปริมาณขายเพิ่มขึ้นชัดเจนเมื่อหลุด 6.10 ดอลลาร์ อาจหนุนโอกาสลงต่อไป 6.00 และ 5.90 ดอลลาร์
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
ระดับราคาและสถานการณ์การเทรดข้างต้นเป็นมุมมองของผู้เขียน ณ เวลาจัดทำ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก VT Markets ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเองและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมราคาทองแดงร่วงลงใกล้ 6.10 ดอลลาร์?
ราคาทองแดงอ่อนลงใกล้ 6.10 ดอลลาร์ เพราะตลาดกังวลความไม่แน่นอนจากการทบทวนภาษีนำเข้าทองแดงแปรรูปของสหรัฐ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง ซึ่งหนุนการคาดการณ์ว่าเฟดอาจเข้มงวดด้านดอกเบี้ยมากขึ้น
ทำไมภาษีนำเข้าทองแดงของสหรัฐจึงสำคัญ?
ภาษีนำเข้าทองแดงของสหรัฐมีผลต่อ “ต้นทุนนำเข้า” การไหลของสต๊อก และส่วนต่างราคาระหว่างสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงในสหรัฐ (copper futures: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) กับราคาอ้างอิงในตลาดโลก (benchmark: ราคามาตรฐานที่ใช้อ้างอิง)
ระดับสำคัญของทองแดงตอนนี้คือระดับใด?
ระดับหลักที่ต้องจับตาคือ 6.10 ดอลลาร์ หากยืนได้อาจช่วยให้ราคาเริ่มทรงตัว แต่ถ้าหลุดลงไปอาจทำให้แรงขายเด่นขึ้น
สามารถเทรดทองแดงขาลงได้หรือไม่?
ได้ เพราะ CFD ทองแดงช่วยให้เก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลงโดยไม่ต้องถือทองแดงจริง แต่ CFD เป็นสินค้าที่มีเลเวอเรจ (leverage: ใช้เงินประกันน้อยเพื่อควบคุมมูลค่าสัญญามาก) จึงมีความเสี่ยงสูง
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets