USD/JPY ได้ขยายการปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยทะลุจุดสูงสุดเดือนก.ค. 2024 ที่ 161.95 หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีท่าทีเข้มงวด (hawkish) ขณะที่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น รวมถึงรัฐมนตรีคลัง คาตายามะ และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คิฮาระ ย้ำความพร้อมในการเข้าดำเนินการในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ประเด็น “แทรกแซงค่าเงิน” ยังคงอยู่ในโฟกัส
การแทรกแซงเป็นสถิติในช่วงปลายเดือนเม.ย.และต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ช่วยพยุงเงินเยนได้เพียงระยะสั้น และไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มอ่อนค่ากว้าง ๆ ได้เป็นเวลานาน ความอ่อนแอล่าสุดกระจุกตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คู่เงินเยนอื่น ๆ ยังค่อนข้างทรงตัว ความเสี่ยงแทรกแซงที่สูงขึ้นช่วยชะลอจังหวะการอ่อนค่าของเยน และทางการอาจยอมรับการอ่อนค่าในระยะสั้นได้ หากการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ระดับเทคนิคสำคัญและการตอบสนองเชิงนโยบาย
เรามองว่า USD/JPY ได้ดันผ่านระดับ 170.00 ซึ่งเป็นแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่สำคัญและไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ การเคลื่อนไหวนี้ขับเคลื่อนหลักจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งแกร่งขึ้น หลังตลาดประเมินโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2026 เหลือเพียง 20% ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยิ่งกว้างขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อเงินเยนต่อเนื่องมาหลายปี
แม้เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นจะส่งสัญญาณเตือนด้วยวาจา แต่เรายังคำนึงถึงบทเรียนจากอดีต ในฤดูใบไม้ผลิปี 2024 ญี่ปุ่นใช้งบแทรกแซงระดับสถิติ ¥9.79 ล้านล้านเยน ซึ่งให้แรงหนุนเพียงชั่วคราวก่อนแนวโน้มเดิมกลับมาอีกครั้ง ดังนั้น เราเชื่อว่ากระทรวงการคลังอาจยอมให้ค่าเงินอ่อนลงอย่างช้า ๆ ตราบใดที่ไม่เกิดความผันผวนรุนแรงหรือไร้ระเบียบ (disorderly)
ผลกระทบต่อตลาดอนุพันธ์และกลยุทธ์การเทรด
สำหรับกลยุทธ์ด้านอนุพันธ์ ความตึงเครียดดังกล่าวสะท้อนเป็นต้นทุนออปชันที่สูงขึ้นโดยตรง โดยความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ระยะ 1 เดือนของ USD/JPY ปรับขึ้นเหนือ 12% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเป็นไปได้ในการแทรกแซง เราควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการแกว่งตัวรุนแรง
เรามองว่า “คอลสเปรด” บน USD/JPY เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการวางสถานะรับโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่เป็นการปรับขึ้นแบบจำกัดและคุมต้นทุนได้ เช่น ซื้อคอลที่ระดับ 170 และขายคอลที่ระดับ 173 เพื่อเก็บเกี่ยวการไต่ขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปของราคา ขณะเดียวกัน การถือพุตนอกเงิน (out-of-the-money) ที่ต้นทุนต่ำบางส่วน จะเป็นเฮดจ์ที่จำเป็นต่อความเสี่ยงจากการแทรกแซงแบบฉับพลันซึ่งอาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวรุนแรง
เรายังสังเกตว่า ความอ่อนค่าของเยนเด่นชัดที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คู่เงินอื่นอย่าง EUR/JPY และ GBP/JPY ทรงตัวมากกว่า บ่งชี้ว่านี่เป็น “เรื่องของดอลลาร์แข็ง” เป็นหลัก ซึ่งเปิดช่องให้ทำการเทรดแบบมูลค่าเปรียบเทียบ (relative value) เช่น ถือสถานะซื้อ (long) EUR/JPY พร้อมกับจัดการสถานะใน USD/JPY อย่างระมัดระวัง
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets