
ประเด็นสำคัญ
- AUD/USD ซื้อขายที่ 0.70986 ลดลง 0.00073 หรือ 0.10% หลังทำจุดต่ำสุดของรอบการซื้อขายที่ 0.70864 (จุดต่ำสุดระหว่างวัน)
- ดอลลาร์ออสเตรเลีย (Aussie = เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย) ลดลง 0.1% มาอยู่ที่ $0.7098 หลังร่วง 0.9% ช่วงข้ามคืน แตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ $0.7080
- ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลีย-สหรัฐ อายุ 10 ปี แคบลงเหลือ 40 เบซิสพอยต์ (basis points/เบซิสพอยต์ = 0.01% ดังนั้น 40 เบซิสพอยต์ = 0.40%) จาก 75 เบซิสพอยต์ เมื่อเดือนก่อน
- นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าออสเตรเลียจะเพิ่มงาน 15,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน และอัตราว่างงานคงที่ที่ 4.3%
เงินดอลลาร์ออสเตรเลียยังแกว่งใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ในวันพุธ หลังหุ้นทั่วโลกถูกขายออก และตลาดประเมินว่าแนวโน้มดอกเบี้ยจะตึงตัวมากขึ้น (rate backdrop = สภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ย) AUD/USD ซื้อขายที่ 0.70986 ลดลง 0.00073 หรือ 0.10% ณ เวลา 05/20 07:37:50 GMT+3. จุดสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 0.7113, จุดต่ำสุด 0.70864, ราคาเปิด 0.71032, และราคาปิด 0.71059.
ในภาพรวมตลาด ดอลลาร์ออสเตรเลียลดลง 0.1% มาอยู่ที่ $0.7098 หลังร่วง 0.9% ช่วงข้ามคืนลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ $0.7080. การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ตลาดกลับมาโฟกัส “แนวรับ” บนกราฟ (support = ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง) แถว $0.7019 และทำให้คู่เงินนี้ยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ $0.7277 มาก
ความต้องการรับความเสี่ยงของนักลงทุน (risk appetite = ความเต็มใจลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น) อ่อนลง เพราะเงินเฟ้อที่ได้รับแรงหนุนจากสงครามทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกสูงขึ้น (bond yield/ผลตอบแทนพันธบัตร = อัตราผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร) หุ้นเอเชียลดลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อที่โยงกับสงครามอิหร่าน ทำให้ตลาดประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยจะ “สูงและอยู่นาน” (higher-for-longer = ดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คิด) ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีขึ้นไปที่ 4.687% ส่วนอายุ 30 ปีแตะ 5.198% สูงสุดนับตั้งแต่ 2007
ความได้เปรียบด้านผลตอบแทนของออสซี่เริ่มแคบลง
ดอลลาร์ออสเตรเลียกำลังเสียแรงหนุนสำคัญอย่างหนึ่ง คือ “ความได้เปรียบด้านผลตอบแทน” (yield advantage = ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย/พันธบัตรที่สูงกว่า ทำให้คุ้มกว่าถือสกุลเงินนั้น) ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 10 ปีกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasuries = พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ) แคบลงเหลือ 40 เบซิสพอยต์ น้อยที่สุดของปีนี้ จาก 75 เบซิสพอยต์ เมื่อเดือนก่อน
การเปลี่ยนแปลงนี้กดดัน AUD/USD เพราะผลตอบแทนต่างประเทศเพิ่มเร็วกว่าออสเตรเลีย ตลาดให้น้ำหนักว่าหลายประเทศจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม โดยเฉพาะสหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA = Reserve Bank of Australia) ขึ้นดอกเบี้ยมาแล้ว 3 ครั้งปีนี้สู่ 4.35% และตลาดส่วนใหญ่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยในเดือน มิถุนายน
เงินดอลลาร์สหรัฐได้ประโยชน์จากภาพนี้ Reuters รายงานว่าเงินดอลลาร์อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 50% ว่าเฟด (Federal Reserve/Fed = ธนาคารกลางสหรัฐ) อาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธันวาคม โดยดัชนีดอลลาร์ (dollar index = ดัชนีวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) อยู่ที่ 99.306 เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในเดือนพฤษภาคม
RBA ติดกับดัก “โตช้าแต่เงินเฟ้อยังสูง”
RBA อยู่ระหว่างความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านการเติบโต ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ แต่การคุมเข้มนโยบาย (tighter policy = ขึ้นดอกเบี้ย/ลดการกระตุ้น) อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอ ภาพผสมนี้ทำให้เงินออสซี่ไม่สามารถอธิบายง่าย ๆ ว่า “ดอกเบี้ยหนุนค่าเงิน” ได้เหมือนเดิม
เป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ RBA (cash rate target = อัตราดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางตั้งเป้าเพื่อกำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) ปัจจุบันอยู่ที่ 4.35% มีผลตั้งแต่ 6 พฤษภาคม 2026 โดยมีกำหนดอัปเดตครั้งถัดไปเวลา 14:30 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2026
สัญญาสวอป (swaps = สัญญาในตลาดการเงินที่ใช้สะท้อน/คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต) บอกเป็นนัยว่ามีโอกาส 20% ที่ RBA จะขึ้นดอกเบี้ยอีกในเดือน มิถุนายน แต่โอกาสในเดือน สิงหาคม ถูกสะท้อนไว้ราว 75% ตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะขึ้นไปสูงสุดที่ 4.6% และยังมีความเสี่ยงที่อาจไปถึง 4.85%
การคาดการณ์แบบนี้ช่วยพยุง AUD/USD ตอนย่อตัว (on dips = ช่วงราคาย่อลง) ได้บ้าง แต่ยังไม่ตัดความเสี่ยงขาลง หากตลาดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นการไล่ตามเงินเฟ้อที่แย่ ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจแข็งแรง ก็ยังอาจขายค่าเงินต่อ
ตัวเลขการจ้างงานคือบททดสอบในประเทศถัดไป
รายงานการจ้างงานของออสเตรเลียในวันพฤหัสบดีจะเป็นบททดสอบสำคัญของเงินออสซี่ แบบสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Reuters คาดว่าจะมีงานใหม่ 15,000 ตำแหน่งในเดือน เมษายน และอัตราว่างงาน (jobless rate = อัตราคนไม่มีงานทำ) อยู่ที่ 4.3%
ถ้าตัวเลขแรงงานออกมาอ่อนกว่าเดิม จะเพิ่มแรงกดดัน RBA คาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอลงเหลือ 1.3% ภายในสิ้นปี เพราะสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านทำให้แนวโน้มไม่ชัดเจน ข้อมูลจ้างงานที่อ่อนแอจะยิ่งทำให้กังวลว่า ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและต้นทุนเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นเริ่มกระทบการใช้จ่าย (demand = ความต้องการซื้อ/กำลังซื้อ)
ถ้ารายงานออกมาแข็งแรงขึ้น แม้ไม่ทำให้ปัญหาเงินเฟ้อหายไป แต่จะช่วยให้ AUD/USD ตั้งหลักได้ การจ้างงานที่ยังดีจะทำให้ RBA มีพื้นที่คงนโยบายแบบเข้มงวด (restrictive = ตั้งดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ) ได้ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอรุนแรงเกิดทันที
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
AUDUSD ซื้อขายใกล้ 0.7099 และยังถอยลงต่อ หลังพยายามทะลุขึ้นเหนือ 0.7277 ไม่สำเร็จช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ตอนนี้ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นหลักทั้งหมด (moving average/ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ = ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังที่เลื่อนตามเวลา ใช้ดูแนวโน้ม) ยืนยันว่าแรงซื้อ (bullish momentum = แรงส่งฝั่งขึ้น) อ่อนลงชัดเจนในหลายช่วงการซื้อขายที่ผ่านมา
ในเชิงเทคนิค โครงสร้างระยะสั้นเปลี่ยนเป็นขาลงชัดขึ้น (bearish phase = ช่วงที่ราคามีแนวโน้มลง):
- MA5 (ค่าเฉลี่ย 5 วัน): 0.7147
- MA10 (ค่าเฉลี่ย 10 วัน): 0.7193
- MA20 (ค่าเฉลี่ย 20 วัน): 0.7183
ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 วัน 10 วัน และ 20 วัน และเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นเองก็เริ่มหันลง การเรียงตัวแบบนี้มักหมายถึงแรงกดดันขาลงต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่พักฐานชั่วคราว
การหลุดลงต่ำกว่า โซนแนวรับ 0.7130–0.7150 สำคัญ เพราะโซนนี้เคยเป็นระดับพยุงราคาช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม เมื่อแนวรับแตก (breakdown = หลุดแนวรับ) แรงขายก็เร่งให้ราคาลงต่อ
ระดับสำคัญที่ควรจับตา:
- แนวรับใกล้: 0.7090 → 0.7000
- แนวรับหลัก: 0.6945
- แนวต้าน: 0.7145 → 0.7180
- แนวต้านหลัก: 0.7277
ระดับ 0.7000 เป็น “ระดับจิตวิทยา” (psychological level = ตัวเลขกลม ๆ ที่ตลาดมักให้ความสำคัญ) และกำลังกลายเป็นเป้าหมายขาลงถัดไป หากฝั่งขายยังคุมเกม ตลาดมักเคลื่อนไปหาตัวเลขกลมเมื่อราคาเริ่มวิ่งเป็นทิศทางชัด โดยเฉพาะเมื่อแรงส่งและสถานะการถือครองของผู้เล่น (positioning = การถือสถานะซื้อ/ขายในตลาด) ไปในทางเดียวกัน

ด้านปัจจัยพื้นฐาน เงินดอลลาร์ออสเตรเลียยังไวต่อ 3 ประเด็นหลัก:
- ความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields = ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ)
- ความคาดหวังการเติบโตของจีน
- มุมมองต่อความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity demand sentiment = ความรู้สึก/มุมมองของตลาดต่อความต้องการสินค้าอย่างเหล็ก ถ่านหิน น้ำมัน)
การทรงตัวของดัชนีดอลลาร์สหรัฐช่วงล่าสุดกดดัน AUDUSD โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นตลาดทบทวนเวลาและขนาดการลดดอกเบี้ยของเฟด (rate cuts = การลดอัตราดอกเบี้ย) ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นที่อ่อนลงต่อความต้องการภาคอุตสาหกรรมของจีนทำให้สกุลเงินที่ผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity-linked currencies = ค่าเงินที่มักขึ้นลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น AUD) ได้แรงหนุนน้อยลง
กราฟยังสะท้อนว่าแรงส่งเริ่มลดลงหลังราคาค่อย ๆ ไต่ขึ้นยาวตั้งแต่มกราคมถึงเมษายน การที่ทำจุดสูงสุดใหม่ไม่ได้หลังยอด 0.7277 บ่งชี้ว่าแรงซื้อเริ่มหมด มากกว่าที่จะเป็นสัญญาณไปต่อ
ปริมาณการซื้อขาย (volume = จำนวนการซื้อขายในช่วงเวลา) ค่อนข้างคงที่ระหว่างการปรับลง ชี้ว่าเป็นการลดสถานะแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเทขายตื่นตระหนก (panic selloff = ขายแรงเพราะกลัว) ซึ่งมักหมายถึงการปรับฐานเป็นรอบ ๆ (corrective phase = ช่วงพัก/ปรับลงเพื่อปรับสมดุล) มากกว่าการแกว่งรุนแรงครั้งเดียว
หาก AUDUSD ยังอยู่ต่ำกว่า กลุ่มแนวต้าน 0.7145–0.7180 ฝั่งขายน่าจะยังคุมระยะสั้นได้ การหลุดต่ำกว่า 0.7090 อย่างต่อเนื่องจะเพิ่มโอกาสลงไปหา 0.7000 และอาจถึงฐานการฟื้นตัวเดือนมีนาคมแถว 0.6945
ตอนนี้คู่เงินยังมีอคติระยะสั้นเป็นขาลง (short-term bearish bias = มุมมองระยะสั้นเอนเอียงไปทางลง) ส่วนโครงสร้างระยะกลางยังเป็นกลาง จนกว่าจะหลุดต่ำกว่าโซนแนวรับหลักของเดือนเมษายนอย่างชัดเจน
คาดการณ์แบบระมัดระวัง
AUD/USD อาจยังถูกกดดันตราบใดที่ยังซื้อขายต่ำกว่า 0.71471 และ 0.71833 การหลุดต่ำกว่า 0.70864 จะหนุนโอกาสลงไปหา 0.7019 และ 0.69448 โดยเฉพาะหากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐยังขึ้นต่อ และตัวเลขการจ้างงานวันพฤหัสบดีออกมาแย่กว่าคาด
หากฟื้นกลับเหนือ 0.71931 จะสะท้อนว่าฝั่งซื้อกลับมา และอาจพา 0.72772 กลับมาอยู่ในสายตา เส้นทางการเด้งกลับที่แข็งแรงที่สุดต้องมี 3 ปัจจัยเข้าพร้อมกัน: งานของออสเตรเลียดีกว่าคาด 15,000, หุ้นทั่วโลกเริ่มนิ่ง, และส่วนต่างผลตอบแทนหยุดแคบลงเมื่อเทียบกับเงินออสซี่
คำถามจากนักเทรด
ทำไม AUD/USD ถึงปรับลง?
AUD/USD ปรับลงเพราะเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเสียแรงหนุนจากผลตอบแทน ขณะที่ตลาดทั่วโลกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น เงินเฟ้อจากสงครามดันผลตอบแทนพันธบัตรต่างประเทศให้สูงขึ้น ทำให้ความได้เปรียบด้านดอกเบี้ยของออสซี่แคบลง
AUD/USD ซื้อขายที่ 0.70986 ลดลง 0.00073 หรือ 0.10%
ราคา AUD/USD ตอนนี้อยู่ที่เท่าไร?
AUD/USD ซื้อขายที่ 0.70986
จุดสูงสุดระหว่างวันคือ 0.7113, จุดต่ำสุด 0.70864, ราคาเปิด 0.71032, และราคาปิด 0.71059
ทำไมเงินดอลลาร์ออสเตรเลียถึงอยู่ใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์?
เพราะตลาดประเมินว่าดอกเบี้ยโลกจะสูงขึ้น นักลงทุนรับความเสี่ยงน้อยลง และการเติบโตของออสเตรเลียชะลอ
เงินออสซี่ลดลง 0.1% มาอยู่ที่ $0.7098 หลังร่วง 0.9% ช่วงข้ามคืนลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ $0.7080
ทำไม “ส่วนต่างผลตอบแทน” ถึงสำคัญต่อ AUD/USD?
ส่วนต่างผลตอบแทนมีผลต่อ AUD/USD เพราะนักลงทุนเปรียบเทียบผลตอบแทนจากพันธบัตรออสเตรเลียกับพันธบัตรสหรัฐ เพื่อเลือกถือสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
ส่วนต่างระหว่างพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 10 ปีกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแคบลงเหลือ 40 เบซิสพอยต์ จาก 75 เบซิสพอยต์ เมื่อเดือนก่อน ทำให้นักลงทุนมีเหตุผลน้อยลงที่จะถือเงินออสซี่มากกว่าดอลลาร์สหรัฐ
การคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมีผลต่อ AUD/USD อย่างไร?
การคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยกดดัน AUD/USD เพราะช่วยหนุนเงินดอลลาร์สหรัฐและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ถ้าตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก ดอลลาร์มักแข็งขึ้น ทำให้ AUD/USD ฟื้นยาก โดยเฉพาะเมื่อผลตอบแทนออสเตรเลียเพิ่มช้ากว่าสหรัฐ
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets