
ประเด็นสำคัญ
- CL-OIL ซื้อขายที่ 97.859 เพิ่มขึ้น 0.107 หรือ 0.11% โดยจุดสูงสุดของช่วงการซื้อขายอยู่ที่ 97.929 (CL-OIL คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures) น้ำมันดิบ WTI หรือราคาน้ำมันดิบอ้างอิงในตลาด)
- น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: น้ำมันดิบอ้างอิงจากทะเลเหนือ ใช้เป็นราคากลางของหลายประเทศ) ขยับขึ้นใกล้ $107 ต่อบาร์เรล ขณะที่เวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (West Texas Intermediate/WTI: น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) ใกล้ $102 ต่อบาร์เรล
- IEA (International Energy Agency: หน่วยงานพลังงานระหว่างประเทศ) เตือนว่าตลาดจะยัง “ขาดแคลนอุปทานอย่างหนัก” จนถึง ตุลาคม แม้การสู้รบจะยุติในเดือนหน้า
- เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง หารือเรื่องการคงเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซให้เปิดเพื่อหนุนการค้าพลังงาน แต่รายงานทางการของจีนไม่ได้ระบุ “พลังงาน” เป็นหัวข้อ
ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปิดบวกทั้งสัปดาห์ เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังปิด และความพยายามยุติสงครามอิหร่านยังไม่ชัดเจน น้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้นใกล้ $107 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ใกล้ $102 ต่อบาร์เรล
บนกราฟ CL-OIL ซื้อขายที่ 97.859 เพิ่มขึ้น 0.107 หรือ 0.11% ณ เวลา 05/15 04:20:34 GMT+3 (GMT+3 คือเขตเวลาที่เร็วกว่าเวลาโลกมาตรฐาน 3 ชั่วโมง) จุดสูงสุดของช่วงการซื้อขายอยู่ที่ 97.929 จุดต่ำสุด 97.184 ราคาเปิด 97.732 และราคาปิด 97.520
ตลาดไม่ได้ซื้อขายตามข่าว “หยุดยิง” อย่างเดียวแล้ว ผู้ซื้อขายต้องการหลักฐานว่าเรือสามารถกลับมาขนส่งได้อย่างปลอดภัย การปิดล้อมทางเรือของสหรัฐที่ท่าเรืออิหร่านยังคงอยู่ (การปิดล้อมทางเรือ: ใช้กองทัพเรือควบคุม/จำกัดการเข้าออกทางทะเล) และน่านน้ำรอบช่องแคบฮอร์มุซยังเสี่ยงสำหรับเรือพาณิชย์
มีเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกยึดโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตใกล้ปากทางช่องแคบ และถูกพาไปยังน่านน้ำอิหร่าน ทำให้ “ค่าความเสี่ยง” ด้านการขนส่งสูงขึ้น (ค่าความเสี่ยง/พรีเมียมความเสี่ยง: ราคาที่ถูกบวกเพิ่มเพราะความไม่แน่นอน) กองทัพเรืออังกฤษรายงานว่าเรือลำดังกล่าวถูกพาออกจากพื้นที่ฟูไจราห์และมุ่งสู่น่านน้ำอิหร่าน ขณะที่รายงานอื่นระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่เตหะรานยังพยายามควบคุมเส้นทางเดินเรือในภูมิภาค
การคุยทรัมป์-สี เพิ่มมุมมองด้านอุปสงค์และการทูต
ผู้ซื้อขายน้ำมันติดตามการพบกันของทรัมป์และสี จิ้นผิงอย่างใกล้ชิด ทรัมป์พบผู้นำจีนในวันพฤหัสบดี และทั้งสองหารือเรื่องการทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดเพื่อหนุนการค้าพลังงาน รวมถึงการเพิ่มการส่งออกน้ำมันจากสหรัฐไปจีน ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ส่วนรายงานทางการของจีนไม่ได้ระบุพลังงาน แต่ระบุว่ามีการพูดถึงตะวันออกกลาง
ความต่างของข้อมูลจากสหรัฐและจีนทำให้ตลาดระวัง หากปักกิ่งและวอชิงตันเห็นพ้องเรื่องการไหลของพลังงาน ราคาน้ำมันอาจลด “ส่วนบวกเพราะตื่นตระหนก” (panic premium: ราคาที่ถูกบวกเพิ่มจากความกลัวของตลาด) แต่ถ้าไม่มีแนวทางชัด ผู้ซื้อขายอาจยังรวมความเสี่ยงว่าฮอร์มุซจะยังเป็น “คอขวด” (chokepoint: จุดแคบที่ทำให้การขนส่งติดขัด) ในช่วงหน้าร้อนซีกโลกเหนือ
บทบาทของจีนสำคัญ เพราะมีรายงานว่าอิหร่านเริ่มอนุญาตให้เรือจีนบางส่วนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีความเข้าใจกันระหว่างเตหะรานและปักกิ่ง ช่องแคบนี้รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลก ดังนั้นแม้การผ่านได้เพียงบางส่วนก็ทำให้ตลาดคาดหวังว่าอุปทานจะผ่อนคลาย
ทรัมป์เพิ่มความไม่แน่นอนผ่านโพสต์ Truth Social เช้าวันศุกร์ โดยพูดถึง “การทำลายกองทัพอิหร่าน (จะดำเนินต่อ!)” พร้อมกับบอกว่าหวังให้ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน “แข็งแกร่งและดีขึ้นกว่าที่เคย” ทำให้ผู้ซื้อขายต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการทูตกับความเสี่ยงความขัดแย้งที่อาจกลับมารุนแรง
คำเตือนจาก IEA ทำให้ส่วนบวกด้านอุปทานยังอยู่
สัปดาห์นี้ IEA ให้เหตุผลด้านอุปทานที่หนุนราคาน้ำมัน โดยระบุว่าสงครามทำให้ “สต็อกน้ำมันโลก” ลดลงเร็วเป็นประวัติการณ์ (สต็อก/สินค้าคงคลัง: ปริมาณน้ำมันที่เก็บสำรองไว้) และเตือนว่าตลาดจะยัง “ขาดแคลนอุปทานอย่างหนัก” จนถึงสิ้นไตรมาส 3 แม้ความขัดแย้งจะยุติช่วงต้นมิถุนายน กรณีฐาน (base case: สมมติฐานหลักที่ใช้คาดการณ์) ของ IEA ชี้ว่าสต็อกจะลดลงจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี จากนั้นอาจเริ่มเห็น “อุปทานเกิน” เล็กน้อย (surplus: มีมากกว่าความต้องการ)
คำเตือนนี้ทำให้คนที่รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวยังเข้าซื้อ (dip buyers: ผู้ซื้อที่ซื้อเมื่อราคาลดลง) ฮอร์มุซปิด การปิดล้อมของสหรัฐ และสต็อกที่ลดลง ทำให้ราคาน้ำมันลงแรงได้ยาก แม้ตลาดกังวลเรื่องอุปสงค์
ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มแรงกดดันด้านการเมืองด้วย ราคาน้ำมันที่พุ่งส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศสูงขึ้น กดดันทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมใน พฤศจิกายน ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลด เพิ่มต้นทุนขนส่ง และทำให้เส้นทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ซับซ้อนขึ้น หากเงินเฟ้อยังสูง
ยังมีการหยุดยิง แต่เจรจาสันติภาพไม่คืบ
มีการหยุดยิงตั้งแต่ต้น เมษายน แม้มีเหตุปะทุเป็นระยะ แต่ดูเหมือนว่าวอชิงตันและเตหะรานยังไม่คืบหน้าในการแก้ปัญหาหลัก
ทรัมป์กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่าข้อตกลงพักรบอยู่บน “เครื่องช่วยชีวิต” พร้อมวิจารณ์คำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม ถ้อยคำแบบนี้ทำให้ราคาน้ำมันไวต่อข่าวเกี่ยวกับการเจรจา การเคลื่อนย้ายเรือ และกิจกรรมทางทหาร
สำหรับน้ำมัน แค่หยุดยิงยังไม่พอ ตลาดต้องเห็นเส้นทางกลับสู่การขนส่งปกติ จนกว่าเรือบรรทุกน้ำมันจะผ่านฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องมีการคุ้มกัน ไม่มีการยึดเรือ และไม่มีคำเตือนทางทหาร ผู้ซื้อขายมักยังบวก “ค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน” (supply-risk premium: ส่วนเพิ่มของราคาเพราะเสี่ยงขาดของ) ใน Brent และ WTI
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
CL-OIL ยังแกว่งตัวในช่วงกว้างแถว 97.85 โดยตลาดยังเรียกแรงส่งกลับมาไม่ได้เหมือนช่วงก่อนที่ผลักราคาขึ้นไปใกล้ จุดสูงสุด 119.42 ในเดือนมีนาคม ช่วงหลังกรอบการเคลื่อนไหวแคบลง บ่งชี้ว่าผู้ซื้อขายรอปัจจัยใหม่ระดับเศรษฐกิจมหภาคหรือภูมิรัฐศาสตร์ (macro/geopolitical catalyst: เหตุการณ์ใหญ่ที่กระตุ้นราคา เช่น นโยบายเศรษฐกิจหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ก่อนเลือกทิศทางชัดเจน
เชิงเทคนิค กราฟระยะสั้นค่อนข้างกลาง ๆ:
- MA5: 98.51 (MA/ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม)
- MA10: 98.85
- MA20: 98.07
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อยู่ใกล้กันและเริ่มแบน ซึ่งมักหมายถึงแนวโน้มอ่อนลงและตลาดเข้าสู่การแกว่งในกรอบ (range-bound: ขึ้นลงในช่วงเดิม) ราคาเองก็แกว่งอยู่แถวกลุ่มค่าเฉลี่ย ย้ำว่าตลาดยังไม่เลือกทาง

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:
- แนวรับใกล้: 97.00 → 95.00 (แนวรับ: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา)
- แนวรับหลัก: 87.25
- แนวต้าน: 100.00 → 106.00 → 119.42 (แนวต้าน: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดราคา)
โซน 97–98 กลายเป็นจุดตัดสินใจระยะสั้น ผู้ซื้อป้องกันโซนนี้หลายครั้งในเดือนพฤษภาคม ทำให้ราคาย่อลึกต่อได้ยาก แม้แรงส่งจะลดลง
ด้านบน ราคาน้ำมันยังต้องขึ้นเหนือระดับจิตวิทยา 100 อย่างชัดเจนเพื่อให้มุมมองขาขึ้นกลับมา (ระดับจิตวิทยา: ตัวเลขกลมที่ตลาดให้ความสำคัญ) หากผ่านได้ อาจเปิดทางไปยังแนวต้านกว้างแถว 105–106 ซึ่งรอบก่อน ๆ มักเริ่มอ่อนแรง
แต่ถ้าราคาหลุด 95 โครงสร้างการแกว่งในกรอบอาจเสีย และอาจย่อลงลึกไปหาแนวรับหลักใกล้ 87 (การย่อตัว/รีเทรซ: การปรับลงชั่วคราวหลังขึ้นมา)
ภาพรวมปัจจัยเศรษฐกิจยังปนกันสำหรับน้ำมัน ความกังวลด้านอุปทานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยพยุงราคา แต่คาดการณ์อุปสงค์โลกที่อ่อนลง และความระมัดระวังต่อกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมของจีน ทำให้การขึ้นแรงต่อถูกจำกัด
ตลาดยังจับตาสัญญาณนโยบายของ OPEC+ (OPEC+ คือกลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันที่ร่วมกันกำหนดแผนผลิต) รวมถึงข้อมูลสต็อกน้ำมันสหรัฐ และตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับความต้องการจากภาคการผลิตและขนส่ง ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์สหรัฐที่ทรงตัวขึ้นทำให้แรงหนุนต่อสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities: สินค้าพื้นฐานอย่างน้ำมัน โลหะ ธัญพืช) ลดลงเล็กน้อย
ปริมาณการซื้อขาย (volume: จำนวนการซื้อขาย ช่วยบอกความแรงของการเคลื่อนไหว) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงแรลลี่เดือนมีนาคม สนับสนุนมุมมองว่าตลาดกำลังพักตัวมากกว่าจะเริ่มรอบทะลุกรอบใหม่ทันที
ตอนนี้ CL-OIL ยังเอนเอียง “กลาง ๆ แต่ระวังและค่อนข้างบวก” (bias: ความเอนเอียงของแนวโน้ม) ตราบใดที่ยังยืนเหนือโซนแนวรับ 95–97 แต่การขึ้นแรงน่าจะต้องเห็นการยืนเหนือ 100 อย่างต่อเนื่อง
คาดการณ์แบบระมัดระวัง
CL-OIL อาจยังแกว่งในกรอบ ตราบใดที่ต่ำกว่า 98.858 แต่สูงกว่า 97.184 หากปิดเหนือ 98.858 จะหนุนโอกาสขยับขึ้นไปใกล้ 105.968 โดยเฉพาะถ้าฮอร์มุซยังปิดและแรงกดดันจากสต็อกยิ่งตึงตัว
หากหลุด 97.184 แปลว่าตลาดลดการบวก “ค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน” แต่ขาลงอาจยังจำกัดตราบใดที่การปิดล้อมของสหรัฐยังอยู่ และ IEA ยังเตือนว่าขาดแคลนหนักจนถึง ตุลาคม การเคลื่อนไหวรอบถัดไปน่าจะขึ้นกับความปลอดภัยของเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สัญญาณจากการคุยสหรัฐ-อิหร่าน และว่าการคุยทรัมป์-สีเรื่องพลังงานจะทำให้อุปทานผ่อนคลายจริงหรือไม่
คำถามจากผู้ซื้อขาย
ทำไมราคาน้ำมันถึงมีแนวโน้มบวกทั้งสัปดาห์?
เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังปิด และความพยายามสร้างสันติภาพในสงครามอิหร่านยังชะงัก
น้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้นใกล้ $107 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ใกล้ $102 ต่อบาร์เรล
ราคา CL-OIL ตอนนี้เท่าไร?
CL-OIL ซื้อขายที่ 97.859 เพิ่มขึ้น 0.107 หรือ 0.11%
จุดสูงสุดของช่วงการซื้อขายคือ 97.929 จุดต่ำสุด 97.184 ราคาเปิด 97.732 และราคาปิด 97.520
ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงดันราคาน้ำมัน?
เพราะเป็นเส้นทางผ่านสำคัญของน้ำมันและก๊าซของโลก
ช่องแคบนี้รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลก การปิดเส้นทางหรือความเสี่ยงในการเดินเรือสามารถดันค่าขนส่ง ค่าประกัน และ “ค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน” ใน Brent และ WTI ให้สูงขึ้นได้เร็ว
สงครามอิหร่านกระทบอุปทานน้ำมันอย่างไร?
ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซปิด และทำให้การปิดล้อมทางเรือของสหรัฐที่ท่าเรืออิหร่านยังดำเนินอยู่
ตลาดยังตอบสนองต่อรายงานว่าเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกยึดใกล้ปากทางช่องแคบและถูกพาเข้าไปในน่านน้ำอิหร่าน
ทำไมตลาดยังบวกค่าความเสี่ยงด้านอุปทาน?
เพราะการหยุดยิงยังไม่ทำให้การขนส่งกลับสู่ปกติ
แม้มีการหยุดยิงตั้งแต่ต้น เมษายน แต่สหรัฐและอิหร่านยังไม่คืบหน้าไปสู่ข้อตกลงที่ชัดเจน จนกว่าเรือจะผ่านฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ราคาน้ำมันอาจยังได้รับแรงพยุง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets