น้ำมันดิบ WTI ร่วงแรงในวันพุธ ซื้อขายใกล้ 91.00 ดอลลาร์ และลดลง 8.91% ในวันเดียว หลังมีรายงานว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีความคืบหน้า โดย Axios ระบุว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดต้อง “ประเมินความเสี่ยงตะวันออกกลางใหม่” (การปรับมุมมองความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยผลักดันราคาน้ำมัน)
Axios รายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุ “บันทึกความเข้าใจ” (Memorandum of Understanding: ข้อตกลงเบื้องต้นที่ยังไม่ใช่สนธิสัญญาผูกมัดเต็มรูปแบบ) เพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดการหารือวงกว้างเกี่ยวกับ “โครงการนิวเคลียร์” ของอิหร่าน โดยเงื่อนไขที่ถูกรายงานรวมถึง การผ่อนคลายข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซแบบค่อยเป็นค่อยไป, การที่อิหร่าน “ระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม” (moratorium on nuclear enrichment: หยุดเพิ่มความเข้มข้นของยูเรเนียมซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญต่อการพัฒนาเชื้อเพลิง/อาวุธนิวเคลียร์), การผ่อนคลาย “มาตรการคว่ำบาตร” ของสหรัฐฯ (sanctions: การจำกัดการค้า/การเงิน), และการปล่อยเงินทุนอิหร่านที่ถูกอายัดไว้หลายพันล้านดอลลาร์
ผลกระทบต่อตลาดและกรอบข้อตกลง
Axios ระบุเพิ่มเติมว่า ทำเนียบขาวคาดว่าจะได้รับคำตอบจากอิหร่านในประเด็นสำคัญภายใน 48 ชั่วโมง ขณะที่ Reuters อ้างแหล่งข่าวจากปากีสถานว่าทั้งสองฝ่าย “ใกล้มาก” ที่จะทำข้อตกลงได้
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของปริมาณการไหลเวียนน้ำมันโลก (global oil flows: ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านระบบการค้าระหว่างประเทศ) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ามาตรการ “Project Freedom” ซึ่งมุ่งฟื้นการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบ จะถูก “พักไว้” เพื่อเปิดทางให้การเจรจา
สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 8.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้อมูลของ API (American Petroleum Institute: สถาบันปิโตรเลียมอเมริกันซึ่งรายงานสต็อกแบบไม่เป็นทางการ) มากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 2.8 ล้านบาร์เรลตาม “ฉันทามติ” (consensus: ค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของนักวิเคราะห์) ขณะที่ Goldman Sachs ระบุว่าสต็อกน้ำมันโลกอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี
เรากำลังเห็นภาพที่คล้ายปี 2025 เมื่อข่าวความเป็นไปได้ของข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านกดราคาน้ำมันลงมาชั่วคราวแถว 91 ดอลลาร์ ข้อตกลงนั้นช่วยลดความตึงเครียดของตลาดบางส่วน แต่เมื่อ WTI เคยซื้อขายราว 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่า “ปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานตึงตัว” (fundamental tightness: อุปทานมีจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการจริง) กลับมากดดันตลาดอีกครั้ง โดย “ส่วนเพิ่มราคาจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์” (risk premium: ราคาที่สูงขึ้นเพราะความเสี่ยงสงคราม/การปิดเส้นทาง) ถูกแทนที่ด้วย “ส่วนเพิ่มราคาจากอุปทานขาดแคลน” (supply scarcity premium: ราคาที่สูงขึ้นเพราะน้ำมันมีไม่พอ)
เมื่อมองย้อนกลับ ข้อตกลงปี 2025 ทำให้การส่งออกของอิหร่านเพิ่มขึ้นราว 800,000 บาร์เรลต่อวันจนถึงปลายปี ซึ่งช่วยให้ตลาดสมดุลขึ้น อย่างไรก็ดี อุปทานที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกดูดซับไปแล้ว โดยการเติบโตของอุปสงค์โลกช่วงต้นปี 2026 สูงกว่าคาด ส่งผลให้ความเสี่ยงการสะดุดของอุปทานจากตะวันออกกลางหรือที่อื่น “กระทบราคาได้มากขึ้น”
อุปทานตึงตัวและแนวทางการเทรด
ตลาดน้ำมันจริงยังตึงตัวมาก (physical market: ตลาดซื้อขายน้ำมันจริงเพื่อส่งมอบ ไม่ใช่แค่สัญญาการเงิน) มากกว่าช่วงที่มีพัฒนาการทางการทูตเมื่อปีก่อน OPEC+ คง “การลดกำลังการผลิต” (production cuts: ลดการผลิตเพื่อพยุงราคา) ในการประชุมเดือนมีนาคม 2026 โดยให้เหตุผลเรื่องเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง ซึ่งช่วยพยุงราคาด้านล่าง ข้อมูลล่าสุดของ EIA (Energy Information Administration: หน่วยงานข้อมูลพลังงานสหรัฐฯ) ณ วันที่ 29 เม.ย. 2026 ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงอีก 2.1 ล้านบาร์เรล ตอกย้ำภาพ “อุปทานขาดดุล” (supply deficit: ผลิต/มีน้ำมันน้อยกว่าความต้องการ)
ภายใต้ฉากทัศน์นี้ “ความผันผวนโดยนัย” ในออปชันน้ำมันอยู่ในระดับสูง (implied volatility: ตัวเลขที่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคาจะผันผวนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทำให้ค่าออปชันแพงขึ้น) ทำให้การซื้อ “คอล” หรือ “พุท” ตรง ๆ มีต้นทุนสูง ผู้ลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์อย่างการ “ขายพุทนอกเงิน” (selling out-of-the-money puts: ขายออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิอยู่ต่ำกว่าราคาตลาด เพื่อรับค่าเบี้ยประกันหรือ premium) โดยมองว่าปัจจัยพื้นฐานแข็งแรงจะจำกัดโอกาสที่ราคาจะหลุดต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ วิธีนี้ได้ประโยชน์จากทั้งความผันผวนสูงและภาวะอุปทานตึงตัว
สำหรับผู้ที่คาดว่าราคาอาจพุ่งจากความกังวลภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ “คอลสเปรด” เป็นกลยุทธ์ขาขึ้นที่ต้นทุนต่ำกว่า (call spread: ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดค่าเบี้ยสุทธิ) ซึ่งสำคัญในช่วงที่ความผันผวนสูง เพราะช่วยจำกัดความเสี่ยงและลดผลกระทบจาก “ค่าเวลาที่ลดลง” (premium decay/time decay: มูลค่าออปชันลดลงเมื่อเวลาใกล้หมดอายุ) กลยุทธ์นี้ทำให้มีโอกาสทำกำไรหากราคาขยับขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดตั้งแต่ต้นปีบริเวณ 104 ดอลลาร์ โดยไม่ต้องรับภาระค่าเบี้ยเต็มจำนวน
สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้ทันที.