ราคาทองคำในมาเลเซียปรับขึ้นในวันพุธ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 590.53 ริงกิตต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 579.16 ริงกิตในวันอังคาร
ทองคำเพิ่มขึ้นเป็น 6,887.88 ริงกิตต่อตลา จาก 6,755.23 ริงกิตในวันก่อนหน้า ราคาอื่น ๆ ที่ระบุ ได้แก่ 5,905.33 ริงกิตต่อ 10 กรัม และ 18,367.69 ริงกิตต่อทรอยออนซ์ (troy ounce: หน่วยชั่งน้ำหนักโลหะมีค่าในตลาดโลก)
วิธีคำนวณราคาทองคำมาเลเซีย
FXStreet คำนวณราคาทองคำในมาเลเซียโดยนำราคาทองคำในตลาดโลกมาแปลงเป็นเงินริงกิตด้วยอัตราแลกเปลี่ยน USD/MYR (ดอลลาร์สหรัฐ/ริงกิต) แล้วปรับให้เป็นหน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในท้องถิ่น ราคาจะอัปเดตทุกวันตามอัตราตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ และราคาในพื้นที่อาจแตกต่างเล็กน้อย
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด ตามข้อมูลสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลตลาดทองคำ) ธนาคารกลางซื้อทองคำเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดต่อปีนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติ
ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคาทองยังเปลี่ยนตามเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย และทิศทางดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากทองคำซื้อขายอ้างอิงเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: ราคาทองคำเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ)
เรามองว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำล่าสุดสะท้อนมุมมองของตลาดในวงกว้าง โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ระมัดระวังเรื่องการลดดอกเบี้ย ทำให้เกิดความไม่แน่นอน ซึ่งมักหนุนราคาทองคำ ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐยังอยู่ที่ 3.1% ตามข้อมูลเดือนล่าสุด ทำให้ทิศทางนโยบายการเงินยังไม่ชัดเจน
กลยุทธ์และความเสี่ยง
ปัจจัยสำคัญคือแรงซื้อจากธนาคารกลางอย่างต่อเนื่อง ต่อจากการซื้อระดับสูงในปี 2025 สภาทองคำโลกระบุว่าในไตรมาส 1 ปี 2026 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองเพิ่มอีก 290 ตัน ความต้องการที่สม่ำเสมอนี้ช่วยพยุงราคาทองคำ
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงล่าสุด โดยดัชนี DXY (ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) เคลื่อนไหวแถว 98 เป็นแรงหนุนอีกทาง นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่สำคัญของโลกยังเป็นปัจจัยที่ต้องคำนึง ทำให้ทองคำยังถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อความเสี่ยงสูง)
จากภาพรวมนี้ เราพิจารณาถือสถานะ “ขาขึ้น” (long position: คาดว่าราคาจะขึ้น) ผ่านออปชันแบบคอล (call option: สิทธิในการซื้อที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (gold futures: สัญญาตกลงซื้อขายทองในอนาคต) เพื่อรับประโยชน์หากราคาปรับขึ้น พร้อมจำกัดความเสี่ยงสูงสุดไว้ชัดเจน โดยจะมองออปชันที่หมดอายุใน 2–3 เดือน เพื่อจับความผันผวนระยะใกล้
อย่างไรก็ดี ต้องจับตาตลาดหุ้นที่แข็งแกร่ง เพราะหากเกิดช่วง “รับความเสี่ยง” (risk-on: นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น) ต่อเนื่อง อาจกดดันทองคำ ในมุมมองของเราเคยเห็นหลายครั้งในปี 2025 ที่หุ้นพุ่งแรงแล้วจำกัดการขึ้นของทองคำชั่วคราว ดังนั้น การใช้ออปชันแบบพุท (put option: สิทธิในการขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือการตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss: คำสั่งปิดสถานะเมื่อขาดทุนถึงระดับที่กำหนด) ในสถานะฟิวเจอร์ส เป็นแนวทางที่เหมาะสมในกลยุทธ์นี้