This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ดัชนีนิกเคอิ 225 พุ่งทะลุ 60,000 จุด ขณะที่กระแสซื้อขายหุ้น AI เดินหน้าต่อ

by VT Markets
/
Apr 27, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 1.38% ปิดที่ 60,537.36 ปิดเหนือ 60,000 เป็นครั้งแรก
  • Topix เพิ่มขึ้น 0.5% ปิดที่ 3,735.28 ขณะที่ปีนี้ Nikkei เพิ่มขึ้นแล้ว 18.6%
  • กราฟแสดง Nikkei225 ที่ 60,259.15 เพิ่มขึ้น 204.17 จุด หรือ 0.34% โดยระดับ 60,000 กลายเป็นเส้นหลักที่สะท้อน “ความรู้สึกของตลาด” (sentiment: อารมณ์/ความมั่นใจของนักลงทุน)

ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นทำสิ่งที่นักเทรดจำนวนมากจับตาอยู่: ปิดเหนือระดับสำคัญ 60,000 เป็นครั้งแรก ดัชนีหลัก (benchmark: ดัชนีอ้างอิงของตลาด) เพิ่มขึ้น 1.38% ปิดที่ 60,537.36 ส่วน Topix ซึ่งครอบคลุมหุ้นกว้างกว่า เพิ่มขึ้น 0.5% ปิดที่ 3,735.28 การขยับครั้งนี้ทำให้ Nikkei บวกแล้ว 18.6% ตั้งแต่ต้นปี

การขึ้นรอบนี้สะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักกับธีมของญี่ปุ่นด้าน AI (ปัญญาประดิษฐ์: ระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้และช่วยตัดสินใจ), เซมิคอนดักเตอร์ (ชิป: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ประมวลผล), ระบบอัตโนมัติ (automation: ใช้เครื่องจักร/ซอฟต์แวร์ทำงานแทนคน) และหุ่นยนต์ (robotics: เทคโนโลยีหุ่นยนต์) อย่างมาก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วยหนุนบรรยากาศให้โตเกียว หลังดัชนีหลักของสหรัฐฯ ปิดที่จุดสูงสุดใหม่ในวันศุกร์ Intel ทำกำไรออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด (earnings estimate: ตัวเลขกำไรที่คาดการณ์ไว้) จากความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีหุ้นชิป Philadelphia SE Semiconductor Index ทำสถิติขึ้นต่อเนื่อง 18 วันติด

ปัจจัยนี้ทำให้หุ้นเทคโนโลยีญี่ปุ่นและหุ้นกลุ่มระบบอัตโนมัติในโรงงานเป็นตัวนำตลาด Keyence และ Fanuc พุ่งชนเพดานการซื้อขายรายวัน (daily trading limit: กรอบราคาที่ขึ้นได้สูงสุดในวันนั้น) เกือบ 16% หลังทั้งสองบริษัทประกาศกำไรดีกว่าคาดหลังตลาดปิดวันศุกร์ SMC ก็ขึ้นมาร่วมกลุ่มหุ้นบวกมาก โดยเพิ่มขึ้น 7.1% หลังมีรายงานว่ากองทุนเชิงรุก Palliser Capital (activist fund: กองทุนที่เข้าไปถือหุ้นแล้วผลักดันให้บริษัทปรับแผน/โครงสร้าง) เข้าลงทุนก้อนใหญ่ในบริษัทระบบอัตโนมัติในโรงงานรายนี้

แรงขึ้นยังแรง แต่กระจุกตัว

ตัวเลขปิดดูแข็งแรง แต่จำนวนหุ้นที่ขึ้น-ลงบอกให้ระวัง ในดัชนี Nikkei มีหุ้นขึ้น 94 ตัว แต่หุ้นลง 130 ตัว หมายความว่าแรงขึ้นมาจากหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัว (heavyweights: หุ้นตัวใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อดัชนี) มากกว่าการขึ้นแบบทั้งตลาด

ประเด็นนี้สำคัญต่อก้าวถัดไป การขึ้นแบบกระจุกตัว (narrow rally: ขึ้นจากหุ้นไม่กี่ตัว) ยังไปต่อได้เมื่อหุ้นใหญ่ดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในดัชนีแบบถัวน้ำหนักตามราคา (price-weighted index: หุ้นที่ราคาต่อหุ้นสูงจะมีผลต่อดัชนีมากกว่า) อย่าง Nikkei 225 แต่ก็ทำให้นักเทรดควรระวังแรงขายทำกำไร (profit-taking: ขายเพื่อเก็บกำไร) แบบฉับพลัน หากหุ้นนำเริ่มชะลอ

Rohm เป็นตัวอย่างว่าความเสี่ยงรายตัว (stock-specific risk: ความเสี่ยงเฉพาะบริษัท) ยังสูง ผู้ผลิตชิปร่วง 9.19% หลัง Denso ระบุว่ากำลังพิจารณาถอนข้อเสนอซื้อกิจการ (takeover offer: ข้อเสนอเข้าซื้อ/ควบคุมกิจการ)

รายงานช่วงสุดสัปดาห์ระบุว่า Denso เจออุปสรรคในการได้การสนับสนุนจาก Rohm สำหรับการจับมือกัน (tie-up: การร่วมมือ/ควบรวม) ซึ่งอาจทำให้ความสนใจกลับไปที่การพูดคุยของ Rohm กับธุรกิจชิปที่เกี่ยวข้องกับ Toshiba และ Mitsubishi Electric

ข้อเสนอจากอิหร่านช่วยให้ตลาดกล้าเสี่ยงมากขึ้น

Nikkei เคยลงไปติดลบไม่นานหลังเปิดตลาด ก่อนจะเด้งขึ้นหลังมีรายงานว่าอิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ให้สหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: ช่องทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) อีกครั้ง โดยระบุว่าส่งผ่านคนกลางจากปากีสถาน และจะเลื่อนการคุยเรื่องนิวเคลียร์ (nuclear talks: การเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์) ไปก่อน แล้วโฟกัสที่การเปิดเส้นทางเดินเรือ

ข่าวนี้ช่วยให้ “ความอยากรับความเสี่ยง” (risk appetite: ความเต็มใจของนักลงทุนที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง) ดีขึ้น เพราะช่องแคบฮอร์มุซเชื่อมโยงกับเรื่องเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น) อย่างมาก หากเปิดเส้นทางได้ ความเสี่ยงด้านน้ำมันอาจลดลง แรงกดดันต้นทุนนำเข้าอาจเบาลง และผู้ผลิตญี่ปุ่นอาจถูกกดดันน้อยลงจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง (logistics costs: ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง/คลังสินค้า)

อย่างไรก็ดี การซื้อเพราะ “โล่งใจ” (relief trade: ซื้อจากข่าวที่ทำให้กังวลลดลง) ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป การเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยาวนานสองเดือนหยุดชะงักช่วงสุดสัปดาห์ และราคาน้ำมันที่สูงยังเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่พึ่งพาทรัพยากรจากต่างประเทศ (resource-dependent economy: เศรษฐกิจที่ต้องนำเข้าพลังงาน/วัตถุดิบจำนวนมาก) การขึ้นแรงต่อเนื่องยังถูกกดดันจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน (supply chain: เครือข่ายการผลิตและขนส่งสินค้า) และต้นทุนพลังงานที่สูง แม้รายงานผลประกอบการช่วงต้นจะออกมาดีกว่าที่กลัว

ความเสี่ยงจาก BOJ ยังอยู่

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ: Bank of Japan) เพิ่มตัวแปรให้ตลาด คาดว่า BOJ จะคงดอกเบี้ยในการประชุม 27–28 เม.ย. โดยแหล่งข่าวระบุว่าอาจรอดูสถานการณ์เพราะความขัดแย้งตะวันออกกลางทำให้ภาพอนาคตประเมินยาก อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (policy rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางกำหนด) ปัจจุบันอยู่ที่ 0.75% และตลาดได้ลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเม.ย. ไปมากแล้ว (priced out: ราคาตลาดสะท้อนว่าโอกาสเกิดต่ำ) แต่ยังมองหาสัญญาณว่าจะขยับได้เร็วสุดในเดือนมิ.ย.

ภาพรวมจึงออกมาแบบผสมต่อหุ้น BOJ ที่ระมัดระวังอาจช่วยหุ้น เพราะทำให้สภาพคล่อง (liquidity: เงินที่หมุนเวียนซื้อขายได้ง่าย) ตึงช้าลง แต่เงินเยนที่อ่อนอาจทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น โดยเฉพาะถ้าน้ำมันยังแพง ซึ่งอาจบีบกำไร (margins: ส่วนต่างกำไร) ของบริษัทที่ขึ้นราคาขายตามต้นทุนไม่ได้

ตอนนี้นักลงทุนหุ้นยังให้น้ำหนักกับกำไรที่แข็งแรงและความต้องการ AI ความเสี่ยงคือ หาก BOJ ส่งสัญญาณเข้มงวดด้านเงินเฟ้อ (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) น้ำมันพุ่งรอบใหม่ หรือเงินเยนแข็งขึ้น อาจทำให้ตลาดปรับฐานเร็วหลังขึ้นแรง

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

Nikkei 225 ซื้อขายแถว 60,259 กำลังขยับกลับไปใกล้ขอบบนของกรอบราคา (range: ช่วงที่ราคาแกว่งอยู่) หลังฟื้นจากจุดต่ำของเดือนมี.ค. รูปแบบราคา (price action: การเคลื่อนไหวของราคา) ยังดูดี มีจุดต่ำที่ยกสูงขึ้นต่อเนื่อง (higher lows: จุดต่ำแต่ละครั้งสูงขึ้น) และมีแรงขึ้นต่อเนื่อง โดยฝั่งซื้อยังคุมเกม

ในมุมเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาขึ้นชัดเจน (bullish: มีแนวโน้มขึ้น) ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ (moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังที่เลื่อนไปตามเวลา ใช้ดูแนวโน้ม) โดยเส้น 5 วัน (59,548) และ 10 วัน (59,324) กำลังไต่ขึ้นและเป็นแนวรับใกล้ ๆ ส่วนเส้น 20 วัน (57,151) อยู่ต่ำกว่าและยังชันขึ้น ช่วยยืนยันว่าแนวโน้มขึ้นยังแข็งแรง

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:

  • แนวรับ (Support: ระดับที่มักมีแรงซื้อพยุงราคา): 59,500 → 59,300 → 57,150
  • แนวต้าน (Resistance: ระดับที่มักมีแรงขายกดราคา): 60,900 → 61,900 → 63,000

ตอนนี้ดัชนีกำลังทดสอบ โซนแนวต้าน 60,900 ซึ่งตรงกับจุดสูงล่าสุดและเป็นระดับสำคัญของการ “ทะลุขึ้น” (breakout: ราคาทะลุแนวต้านสำคัญ) หากผ่านได้ชัดเจน อาจต่อยอดไปหา 61,900 และมีโอกาสขึ้นต่อหากโมเมนตัม (momentum: แรงส่งของราคา) ยังแรง

ฝั่งลง 59,500 เป็นแนวรับแรก หากหลุดระดับนี้อาจย่อลงสั้น ๆ ไป 59,300 แต่ยังน่ามองว่าเป็นการย่อเพื่อพัก (corrective: ปรับลงเพื่อพักในแนวโน้มขึ้น) ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน ที่กำลังไต่ขึ้น

โดยรวม Nikkei 225 ยังไต่ขึ้นด้วยแรงส่งต่อเนื่อง และกำลังเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ ระยะสั้นโฟกัสว่าแรงซื้อจะดันผ่าน 60,900 เพื่อยืนยันการไปต่อได้หรือไม่ หรือดัชนีจะหยุดพักและแกว่งสะสมแรง (consolidation: แกว่งแคบ ๆ เพื่อสะสมแรงก่อนเลือกทาง) หลังขึ้นมาเร็ว

คาดการณ์แบบระมัดระวัง

มุมมองระยะสั้นยังค่อนข้างดี ตราบใดที่ Nikkei225 ยืนเหนือ 60,000 และยืนเหนือแถบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 59,548.84 ถึง 59,324.15 กำไรที่แข็งแรงจากหุ้นระบบอัตโนมัติของญี่ปุ่น และความต้องการ AI ที่ต่อเนื่อง อาจทำให้ยังมีแรงซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว (buy on dips: ซื้อเมื่อย่อ)

คำถามจากนักเทรด

ทำไม Nikkei 225 ถึงขึ้นเหนือ 60,000?

Nikkei 225 ขึ้นเหนือ 60,000 เป็นครั้งแรก เพราะความคาดหวังกำไรที่ดีช่วยกลบความกังวลเรื่องความขัดแย้งตะวันออกกลาง

ดัชนีอ้างอิง Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 1.38% ปิดที่ 60,537.36 ส่วน Topix ซึ่งครอบคลุมหุ้นกว้างกว่า เพิ่มขึ้น 0.5% ปิดที่ 3,735.28

ปีนี้ Nikkei บวกไปเท่าไรแล้ว?

Nikkei เพิ่มขึ้นแล้ว 18.6% ในปีนี้

แรงขึ้นขับเคลื่อนโดยความต้องการหุ้นกลุ่ม AI ชิป ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ รวมถึงแรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ และผลประกอบการที่ดีของบริษัทญี่ปุ่นหลายราย

หุ้นตัวไหนพา Nikkei ขึ้น?

Keyence และ Fanuc เป็นตัวนำ หลังทั้งสองบริษัทประกาศกำไรดีกว่าคาดหลังตลาดปิดวันศุกร์

หุ้นของผู้ให้บริการระบบอัตโนมัติ Keyence และผู้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรม Fanuc พุ่งชนเพดานรายวันเกือบ 16% ส่วน SMC เพิ่มขึ้น 7.1% หลังมีรายงานว่ากองทุนเชิงรุก Palliser Capital เข้าลงทุนก้อนใหญ่ในบริษัท

ทำไมหุ้น AI ถึงช่วยหนุนตลาดญี่ปุ่น?

หุ้น AI หนุนตลาดญี่ปุ่น หลัง Intel ทำกำไรดีกว่าที่คาด จากความต้องการในภาคปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้น

ดัชนีหุ้นชิป Philadelphia SE Semiconductor Index ยังขึ้นต่อเนื่องถึง 18 วันติด ส่งผลให้บรรยากาศของหุ้นชิป หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติในโรงงานของญี่ปุ่นดีขึ้น

ข่าวตะวันออกกลางกระทบ Nikkei อย่างไร?

Nikkei ลงไปติดลบช่วงสั้น ๆ หลังเปิดตลาด ก่อนจะเด้งขึ้นหลังมีรายงานว่าอิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ให้สหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม

รายงานดังกล่าวช่วยลดความกังวลเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ และทำให้นักลงทุนกล้าเสี่ยงมากขึ้น โดยมองว่าอาจเป็นก้าวหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน (oil supply risk: ความเสี่ยงน้ำมันขาดตลาด) และลดแรงกดดันต่อภาพรวมตลาดโลก


เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code