This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

S&P 500 ฟื้นตัว หลังการทูตช่วยบรรเทาแรงช็อกช่วงเปิดตลาด

by VT Markets
/
Apr 27, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • SP500 ซื้อขายที่ 7167.05 ลดลง 3.41 จุด หรือ 0.05% หลังแตะจุดสูงสุดระหว่างวัน 7185.35
  • สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาที่ตกลงซื้อ/ขายล่วงหน้าในอนาคต) ของ S&P 500 และ Nasdaq 100 ปรับขึ้นในวันจันทร์ หลังอิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ให้สหรัฐฯ เรื่องการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • ผลประกอบการของ Microsoft, Amazon, Alphabet, Meta และ Apple กลายเป็นตัวทดสอบหลักของตลาด ร่วมกับการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ) ในวันพุธ

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ เริ่มวันจันทร์ด้วยความกังวล ก่อนกลับทิศเมื่อผู้ซื้อขายตอบสนองต่อสัญญาณการทูตใหม่จากอิหร่าน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของ S&P 500 และ Nasdaq 100 ปรับขึ้นหลังอิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่ต่อสหรัฐฯ เพื่อให้กลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และลดความตึงเครียด ข้อเสนอส่งผ่านคนกลางจากปากีสถาน เน้นลดการเผชิญหน้าและการเดินเรือก่อน ส่วนการเจรจานิวเคลียร์เลื่อนไปภายหลัง

การเปลี่ยนทิศนี้ช่วยให้ความต้องการรับความเสี่ยง (risk appetite: ความพร้อมของนักลงทุนที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง) ฟื้นจากการอ่อนตัวก่อนหน้า ตลาดเปิดต่ำลงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนส่งผู้แทนระดับสูง ไปเจรจากับอิหร่านรอบสอง ขณะเดียวกันเตหะรานย้ำว่าจะไม่เจรจาภายใต้การข่มขู่หรือเงื่อนไขการปิดล้อม ข้อเสนอใหม่ทำให้ผู้ซื้อขายประเมิน “ความเสี่ยงด้านลบหนัก ๆ” (tail risk: ความเสี่ยงเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดไม่บ่อย) ลดลง แม้ความขัดแย้งโดยรวมยังไม่จบ

ฮอร์มุซยังเป็นจุดศูนย์กลางที่ทำให้ตลาดเครียด

มีรายงานว่าข้อเสนอของอิหร่านเรียกร้องให้ขยายข้อตกลงหยุดยิง (ceasefire: หยุดปฏิบัติการทางทหารชั่วคราว) เพื่อหนุนความคืบหน้าไปสู่ข้อตกลงระยะยาว และให้เลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไปจนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

กรอบระยะสั้นจึงชัดขึ้น: เปิดช่องแคบก่อน แล้วค่อยกลับไปคุยประเด็นนิวเคลียร์ที่ยากกว่าในภายหลัง แผนนี้ส่งผ่านคนกลางจากปากีสถาน โดยจะขยายการหยุดยิง และค่อยเริ่มคุยนิวเคลียร์หลังยกเลิกการปิดล้อม

ลำดับขั้นแบบนี้ช่วยหุ้น เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นแกนหลักของแรงกดดันเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น) หากกังวลว่าการขนส่งจะสะดุดนาน ราคาน้ำมันมักขึ้น ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น และตลาดตราสารหนี้ (bond market: ตลาดซื้อขายพันธบัตร/ตราสารหนี้) จะเริ่มสงสัยว่าเงินเฟ้อจะลดลงได้เร็วแค่ไหน แต่เมื่อดูเหมือนมีทางเจรจา หุ้นมักได้หายใจ โดยเฉพาะหุ้นเติบโต (growth stocks: หุ้นที่คาดกำไรโตในอนาคต) และหุ้นเทค

อย่างไรก็ดี ตลาดยังไม่ตัด “ส่วนเพิ่มจากความเสี่ยง” (risk premium: ผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่นักลงทุนต้องการเพื่อชดเชยความเสี่ยง) ออกทั้งหมด สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&P 500 และ Nasdaq-100 ขยับขึ้น 0.1% และ 0.3% ตามลำดับ ขณะที่น้ำมันซื้อขายเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ยังสูง ผู้ซื้อขายจับตาว่า ข้อเสนอเปิดช่องแคบ จะช่วยลดแรงกดดันในตลาดพลังงานได้หรือไม่

ถ้าการคุยเดินหน้าและความเสี่ยงการเดินเรือลดลง SP500 อาจไปต่อทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ถ้าการคุยสะดุดอีก น้ำมันอาจขึ้นและดึงหุ้นลงผ่านช่องทางความเสี่ยงเงินเฟ้อที่แรงขึ้น

กำไร Big Tech จะเป็นตัวชี้นำการซื้อขายรอบถัดไป

บททดสอบถัดไปคือผลประกอบการของบริษัทเทคขนาดใหญ่มาก (megacap technology: บริษัทเทคมูลค่าตลาดใหญ่มาก) ผู้ซื้อขายจับตา Microsoft, Amazon, Alphabet, Meta และ Apple ในสัปดาห์นี้ กลุ่มนี้มีน้ำหนักมากในดัชนี (index weight: สัดส่วนที่มีผลต่อการขึ้นลงของดัชนี) ดังนั้น “แนวโน้ม/คำแนะนำของผู้บริหาร” (earnings guidance: การคาดการณ์ของบริษัทต่ออนาคต) สำคัญพอ ๆ กับตัวเลขรายงาน

ตลาดต้องการเห็นว่าเงินลงทุนด้าน AI (AI: ปัญญาประดิษฐ์) ยังช่วยให้รายได้โต ความต้องการระบบคลาวด์ (cloud: บริการคอมพิวเตอร์/เก็บข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต) ยังดี อัตรากำไร (margins: กำไรเทียบกับรายได้) แข็งแรง และแนวทางอนาคตชัดเจน สัปดาห์นี้มีรายงานผลประกอบการหนาแน่น โดยก่อนหน้านี้หุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor: ชิปอิเล็กทรอนิกส์) ช่วยดัน Nasdaq และ S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่

จึงเป็นเส้นทางแคบสำหรับฝั่งมองบวก (bulls: นักลงทุนที่คาดว่าราคาจะขึ้น) ถ้ากำไรแข็งแรงจะยืนยันการขึ้นต่อและดึงแรงซื้อกลับมาหาหุ้นเติบโต แต่ถ้าแนวโน้มอ่อนแอ อาจกดดัชนีได้แม้ข่าวฮอร์มุซดีขึ้น เพราะ SP500 ปรับขึ้นแรงแล้วจากจุดต่ำต้นเดือนเมษายน

ผู้ซื้อขายอาจให้รางวัลบริษัทที่คุมอัตรากำไรได้และทำเงินจาก AI ได้ชัดเจน และอาจลงโทษบริษัทที่พูดถึง AI ระยะยาวมาก แต่ยังไม่หนุนกำไรในระยะใกล้

การตัดสินใจของ Fed ยังทำให้ความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยอยู่ในเกม

คาดกันอย่างกว้างขวางว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (policy rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางการเงิน) ในวันพุธ โดยคาดว่าจะคงอัตรา fed funds (fed funds rate: อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นหลักของสหรัฐฯ) ไว้ที่ 3.50% ถึง 3.75% ขณะประเมินความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่ง และรอความชัดเจนเรื่องประธาน Fed คนใหม่

ดังนั้นน้ำเสียงของประธาน Jerome Powell จะเป็นจุดสำคัญ การคงดอกเบี้ยอย่างเดียวอาจไม่ทำให้หุ้นแกว่งมาก แต่การแถลงข่าวอาจมีผล ผู้ซื้อขายจะฟังสัญญาณว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยในอนาคต (rate cuts: การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ยากขึ้นหรือไม่ หรือ Fed ยังมองว่าเงินเฟ้อเย็นลงพอที่จะสนับสนุนการลดดอกเบี้ยได้

การตัดสินใจของ Fed ยังเกิดในสัปดาห์เดียวกับผลประกอบการ Big Tech Saxo มองว่าวันพุธเป็นช่วงที่ความผันผวนมารวมกัน (volatility cluster: หลายเหตุการณ์สำคัญเกิดใกล้กันทำให้ราคาแกว่งแรง) โดย Fed ตัดสินใจก่อน และตามด้วยผลประกอบการเทคใหญ่จาก Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft หลังตลาดปิด

ถ้า Powell พูดในโทนผ่อนคลายต่อเงินเฟ้อ และ Big Tech ให้แนวโน้มที่ดี SP500 อาจรักษาภาพการทะลุกรอบขึ้นได้ แต่ถ้า Powell ออกแนวเข้มงวด (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยการคง/ขึ้นดอกเบี้ย) และผลประกอบการน่าผิดหวัง ดัชนีอาจลำบากในการยืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น

การวิเคราะห์ทางเทคนิคชี้ว่าขึ้นแรงแต่เริ่มหนาแน่น

SP500 ซื้อขายใกล้ 7167 อยู่ต่ำกว่าจุดสูงล่าสุดเล็กน้อย หลังปรับขึ้นแรงจากจุดต่ำ 6318 รูปแบบราคา (price action: พฤติกรรมการขึ้นลงของราคา) แสดงการไต่ขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงใหม่และจุดต่ำใหม่ที่สูงขึ้น แต่แรงส่ง (momentum: ความแรงของการเคลื่อนไหวราคา) เริ่มช้าลงเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน

ในมุมมองเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาขึ้นชัดเจน ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ (moving averages: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) โดยเส้น 5 วัน (7135) และ 10 วัน (7098) ชี้ขึ้นและเป็นแนวรับใกล้ ๆ ส่วนเส้น 20 วัน (6892) อยู่ต่ำกว่าและยังไต่ขึ้น ย้ำความแข็งแรงของแนวโน้มขาขึ้น

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:

  • แนวรับ (Support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง): 7135 → 7095 → 6890
  • แนวต้าน (Resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกด): 7185 → 7250 → 7350

ขณะนี้ดัชนีกำลังทดสอบ โซนแนวต้าน 7185 ซึ่งตรงกับจุดสูงล่าสุด หากผ่านได้ชัดเจน อาจต่อเนื่องไปที่ 7250 และอาจขึ้นต่อหากแรงส่งกลับมาเร่ง

ด้านล่าง 7135 เป็นแนวรับใกล้สุด หากหลุดระดับนี้อาจถอยสั้น ๆ ไปหา 7095 แต่ยังมองเป็นการพักฐาน (pullback/correction: การย่อตัวชั่วคราวในแนวโน้มเดิม) ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน ที่กำลังไต่ขึ้น

โดยรวม SP500 ยังเป็น ขาขึ้นแข็งแรง แต่เริ่มพักฐานระยะสั้น เพราะราคาหยุดใต้แนวต้าน จุดโฟกัสคือผู้ซื้อจะดันผ่าน 7185 ได้หรือไม่ หรือจะย่อลงเล็กน้อยเพื่อปรับจังหวะก่อนขึ้นรอบใหม่

สิ่งที่ผู้ซื้อขายควรจับตาต่อไป

ตอนนี้ SP500 อยู่ท่ามกลาง 3 แรง: การทูต ผลประกอบการ และ Fed หากสถานการณ์ฮอร์มุซนิ่ง จะช่วยหนุนความต้องการรับความเสี่ยง แต่ดัชนียังต้องการผลประกอบการ Big Tech เพื่อรองรับระดับราคาที่สูงใกล้จุดสูงสุดเดิม

หากผ่าน 7185.35 ได้ชัด จะทำให้ 7256.27 เป็นเป้าหมายถัดไป แต่หากยืน 7135.39 ไม่ได้ อาจเกิดการรีเซ็ตระยะสั้น โดยเฉพาะถ้าน้ำมันกลับมาขึ้นอีก หรือ Powell ลดความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย แนวโน้มหลักยังเป็นบวกตราบใดที่ราคาอยู่เหนือ 7097.97 แต่หลังจากขึ้นเร็วจาก 6318.04 ดัชนีจะไวต่อข่าวฉับพลันมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยของผู้ซื้อขาย

ทำไม SP500 ถึงเด้งขึ้นในวันจันทร์?

SP500 เด้งขึ้นหลังมีรายงานว่าอิหร่านยื่นข้อเสนอใหม่ต่อสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและลดความตึงเครียด

ข่าวนี้ช่วยให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&P 500 และ Nasdaq 100 กลับทิศจากการขาดทุนช่วงต้น ผู้ซื้อขายมองเป็นสัญญาณผ่อนคลายระยะสั้น แม้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังมีอยู่

ข้อเสนอใหม่ของอิหร่านเกี่ยวกับอะไร?

มีรายงานว่าข้อเสนอของอิหร่านส่งผ่านคนกลางจากปากีสถาน โดยเรียกร้องให้ขยายข้อตกลงหยุดยิงเพื่อช่วยให้ไปสู่ข้อตกลงระยะยาว

ข้อเสนอยังเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไปจนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดมีจุดโฟกัสระยะสั้นชัดขึ้น: เปิดช่องแคบก่อน แล้วค่อยกลับไปคุยเรื่องนิวเคลียร์ภายหลัง

ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงสำคัญต่อตลาดหุ้น?

ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญ เพราะหากการขนส่งสะดุดจะดันราคาน้ำมันขึ้น เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ และทำให้ต้นทุนของธุรกิจและผู้บริโภคสูงขึ้น

เมื่อราคาน้ำมันขึ้นเร็ว ผู้ซื้อขายมักลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น หากช่องแคบกลับมาเปิด หรือความเสี่ยงการเดินเรือลดลง SP500 อาจได้แรงหนุนจากแรงกดดันพลังงานที่เบาลงและบรรยากาศรับความเสี่ยงที่ดีขึ้น

ทำไมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ถึงเปิดต่ำก่อนหน้านี้?

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ เปิดต่ำหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยกเลิกแผนส่งผู้แทนระดับสูงไปเจรจากับอิหร่านรอบสอง

เตหะรานยังระบุว่าจะไม่เจรจาภายใต้การข่มขู่หรือการปิดล้อม ทำให้ตลาดกังวลว่าการทูตอาจสะดุด ก่อนที่ข้อเสนอใหม่ของอิหร่านจะช่วยลดแรงกดดันบางส่วน

ผลประกอบการ Big Tech ตัวไหนสำคัญในสัปดาห์นี้?

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของ Microsoft, Amazon, Alphabet, Meta และ Apple ในสัปดาห์นี้

บริษัทเหล่านี้มีน้ำหนักมากต่อ SP500 และ Nasdaq 100 ผลประกอบการอาจกำหนดทิศทางตลาด โดยเฉพาะหาก “แนวโน้ม/คำแนะนำของผู้บริหาร” ให้ภาพชัดขึ้นเรื่องการลงทุน AI ความต้องการคลาวด์ อัตรากำไร การเติบโตของโฆษณา และความต้องการของผู้บริโภค


เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code