This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ก๊าซธรรมชาติถูกกดดันจากอากาศอบอุ่น

by VT Markets
/
Apr 22, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • NG-C ซื้อขายที่ 2.693 ลดลง 0.017 (-0.63%) หลังทำจุดสูงสุดที่ 2.705 และจุดต่ำสุดที่ 2.689
  • ก๊าซใช้งานในคลัง (US working gas in storage: ปริมาณก๊าซที่เก็บไว้และพร้อมนำออกมาใช้/ขาย) อยู่ที่ 1,970 Bcf ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 เมษายน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 1,862 Bcf อยู่ 108 Bcf (Bcf = พันล้านลูกบาศก์ฟุต เป็นหน่วยปริมาณก๊าซ)
  • ปริมาณก๊าซที่ส่งเข้าโรงงาน LNG (LNG feedgas flows: ก๊าซธรรมชาติที่ป้อนเข้าโรงงานเพื่อทำเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับส่งออก) ยังสูงราว 18.9 bcfd ในเดือนเมษายน แต่สภาพอากาศไม่หนาวไม่ร้อนและสต็อกที่สูงยังจำกัดโอกาสปรับขึ้น (bcfd = พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน)

ก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ยังถูกกดดัน เพราะสมดุลอุปสงค์-อุปทานในประเทศยังดูอ่อน (อุปสงค์=ความต้องการซื้อ/ใช้, อุปทาน=ปริมาณที่มีขาย/ผลิตได้) สัญญาล่วงหน้า (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ล็อกราคาไว้ล่วงหน้า) แกว่งแถว $2.69 ถึง $2.70 ต่อ MMBtu ใกล้ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปลายปี 2024 แม้ก่อนหน้านี้จะเด้งขึ้นต่อเนื่อง 5 ช่วงการซื้อขาย (MMBtu = หน่วยพลังงาน “หนึ่งล้านบีทียู” ใช้เป็นมาตรฐานราคาในตลาดก๊าซ)

ตลาดพยายามยืนได้จากการผลิตที่ลดลงและการส่งออก LNG ที่ยังดี แต่ยังสู้แรงกดดันจากสต็อกที่สูงและสภาพอากาศไม่ได้

นี่คือประเด็นหลัก ก๊าซธรรมชาติไม่ได้ไม่มีปัจจัยหนุน แต่กำลังเจอแรงกดจากอากาศฤดูใบไม้ผลิที่ไม่หนาวไม่ร้อน และสต็อกที่ยังสูง

การลดกำลังผลิตยังไม่พอ

การผลิตลดลงชัดเจนในช่วงหลัง ค่าเฉลี่ยกำลังผลิตลดลงราว 3.9 bcfd ใน 15 วันที่ผ่านมา เหลือประมาณ 108.2 ถึง 108.3 bcfd ทำระดับต่ำสุดในรอบ 10–11 สัปดาห์ แล้วแต่วิธีนับข้อมูล การลดลงนี้เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหยุดไหลลงต่อเนื่อง

ถ้าตลาดตึงตัว (ของมีน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการ) การลดลงระดับนี้มักทำให้ราคาขึ้นแรง แต่รอบนี้แค่ทำให้การลงช้าลง เพราะสต็อกยังมาก และอากาศยังไม่ทำให้ความต้องการใช้เพื่อทำความร้อนหรือทำความเย็นเพิ่มขึ้นจนตลาดตึง

มุมมองระยะสั้นแบบระมัดระวังยังมองว่า การผลิตที่อ่อนลงช่วยพยุงราคาได้ แต่จะดันให้ทะลุขึ้นแบบยืนระยะได้ยาก ถ้าความต้องการใช้ไม่ดีขึ้นด้วย

LNG ยังแข็งแรง แต่ติดข้อจำกัดกำลังการผลิต

ความต้องการก๊าซเพื่อป้อนเข้าโรงงาน LNG ยังช่วยพยุงตลาด ปริมาณส่งเข้าโรงงานส่งออกหลักของสหรัฐฯ เพิ่มเป็นราว 18.9 bcfd ในเดือนเมษายน จากประมาณ 18.6 bcfd ในเดือนมีนาคม ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ การส่งออก LNG ของสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดในเดือนมีนาคม เพราะโรงงานเดินเครื่องเกินกำลังผลิตตามป้าย (nameplate capacity: กำลังผลิตที่ระบุไว้ตามการออกแบบ/ป้ายโรงงาน) และมีหน่วยผลิตใหม่เริ่มเดินเครื่อง

เรื่องนี้สำคัญ เพราะ LNG เป็นแหล่งการเติบโตของความต้องการใช้ที่สม่ำเสมอไม่กี่อย่างในตลาดก๊าซสหรัฐฯ แต่ปัญหาคือ ตลาดรับรู้ไปแล้ว เมื่อท่าเรือส่งออก (export terminals: จุดรับก๊าซไปแปลง/โหลดเพื่อส่งออก) เดินเครื่องเต็มอยู่แล้ว โอกาสบวกจาก “LNG แข็งแรง” จะลดลง เว้นแต่จะเพิ่มกำลังการผลิต หรืออุปทานในประเทศลดลงอีก

จึงทำให้ราคายังดูหนัก แม้ปริมาณ feedgas จะเกือบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เรื่องส่งออกยังเป็นแรงหนุนจริง แต่ยังไม่พอจะกลบปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ยังหลวม

สต็อกยังเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด

สต็อกเป็นเหตุผลที่ชัดที่สุดว่าทำไมราคาขึ้นต่อได้ยาก ข้อมูลล่าสุดจาก EIA (Energy Information Administration: หน่วยงานข้อมูลพลังงานของสหรัฐฯ) ระบุว่าสต็อกอยู่ที่ 1,970 Bcf สูงกว่า ปีก่อน 126 Bcf และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี 108 Bcf ทำให้สต็อกสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีราว 6% (บางสรุปตลาดประเมินราว 7% ขึ้นกับสัปดาห์อ้างอิง)

นี่คือจุดเริ่มที่สบายสำหรับฤดูกาลเติมสต็อก (injection season: ช่วงที่มักอัดก๊าซเข้าคลังมากกว่านำออก) เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิด้วยสต็อกที่สูงกว่าเฉลี่ย และอากาศยังไม่หนาวไม่ร้อน เทรดเดอร์ (traders: ผู้ซื้อขายในตลาด) ไม่จำเป็นต้องให้ราคาสะท้อน “ของขาด” แต่จะดูว่าระบบเติมสต็อกได้เร็วแค่ไหน

จึงทำให้ทุกครั้งที่พยายามเด้งขึ้นถูกจำกัด แม้ LNG แข็งแรงและการผลิตลดลงจะช่วยได้ แต่สต็อกที่มากทำให้ตลาดยากจะพุ่งขึ้นแรง

สภาพอากาศไม่เป็นใจฝั่งมองขึ้น

คาดการณ์อากาศก็ไปทางที่ไม่ช่วยราคา ก่อนหน้านี้ตลาดได้แรงพยุงจากคาดว่าอากาศจะเย็นลง แต่ล่าสุดชี้ว่าอาจอุ่นขึ้นในบางส่วนของมิดเวสต์ และอุณหภูมิใกล้ปกติไปจนถึงต้นพฤษภาคม ทำให้ความต้องการใช้เพื่อทำความร้อนลดลง และจำกัดการใช้ก๊าซของภาคไฟฟ้า (power-sector burn: การเผาหรือใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า) ที่จำเป็นต่อการทำให้ตลาดตึงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ช่วงเวลานี้ของปี อากาศไม่จำเป็นต้องร้อนมากก็ถ่วงก๊าซได้ แค่ “ไม่หนาวไม่ร้อน” ก็พอจะทำให้ไม่เกิดความต้องการใช้ทำความร้อนช่วงท้ายฤดู หรือความต้องการทำความเย็นช่วงต้นฤดู

จึงทำให้ตลาดค้างอยู่ในช่วงกลางที่ความต้องการตามฤดูกาลไม่เด่น

มุมมองทางเทคนิคของ NG-C

ก๊าซธรรมชาติ (NG-C) ซื้อขายแถว 2.69 ทรงตัวเหนือจุดต่ำล่าสุดเล็กน้อย ขณะที่ตลาดยังค่อย ๆ อ่อนลงหลังถูกขายแรงจากจุดสูง 5.69 เมื่อต้นปี ช่วงหลังราคาเริ่มนิ่ง แต่ภาพรวมยังเป็น แนวโน้มลงต่อเนื่อง (downtrend: ราคาทำจุดสูงและจุดต่ำลดลงเรื่อย ๆ) และฟื้นตัวได้อ่อน

ในมุมเทคนิค (technical: การวิเคราะห์จากกราฟราคา) แนวโน้มยัง เป็นขาลง แต่เริ่มนิ่งมากในระยะสั้น ราคาอยู่ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (20-day moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 20 วันเพื่อดูทิศทางแนวโน้ม) ที่ 2.80 ซึ่งยังชี้ลงและกดการเด้งขึ้น ค่าเฉลี่ย 5 วัน (2.69) และ 10 วัน (2.67) เกาะกันใกล้ระดับปัจจุบัน สะท้อนว่าแรงส่ง (momentum: ความเร็วและแรงของการเคลื่อนไหวราคา) ยังไม่ชัด และตลาดพยายามตั้งฐานหลังลงมานาน

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:

  • แนวรับ (Support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง): 2.58 → 2.50 → 2.30
  • แนวต้าน (Resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้): 2.70 → 2.80 → 3.00

ตอนนี้ตลาดแกว่งสะสมกำลังเหนือ โซนแนวรับ 2.58 ซึ่งแรงขายเริ่มชะลอ หากหลุดระดับนี้ จะย้ำภาพขาลงและอาจเปิดทางไป 2.50

ฝั่งขึ้น 2.70 เป็นแนวต้านใกล้สุด หากผ่านได้อาจเด้งไป 2.80 ระยะสั้น แต่การฟื้นตัวมีโอกาสเจอแรงขาย หากราคายังกลับไปยืนเหนือ 3.00 และรักษาไว้ไม่ได้

โดยรวม ก๊าซธรรมชาติยัง ถูกกดดัน และมีสัญญาณแรงขายเริ่มล้า มากกว่าสัญญาณกลับตัว ระยะสั้นโฟกัสว่า จะยืนเหนือ 2.58 เพื่อสร้างฐานได้หรือไม่ หรืออ่อนต่อจนลงเป็นรอบใหม่

สิ่งที่เทรดเดอร์ควรจับตาต่อไป

การเคลื่อนไหวถัดไปขึ้นกับว่า การผลิตจะลดลงต่อหรือไม่ และอากาศจะร้อนพอให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มหรือเปล่า ตัวเลขสต็อกประจำสัปดาห์ยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ว่าตลาดกำลังตึงขึ้นจริง หรือแค่นิ่งก่อนจะอ่อนอีก

คำถามจากเทรดเดอร์

ทำไมก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ยังซื้อขายใกล้ $2.70?

ราคายังถูกกดดัน เพราะอากาศฤดูใบไม้ผลิที่ไม่หนาวไม่ร้อน และสต็อกที่อยู่ในระดับสบาย มีน้ำหนักมากกว่าแรงหนุนจากการผลิตที่ลดลงและการส่งออก LNG ที่แข็งแรง ช่วงล่าสุดราคาอยู่แถว $2.66 ถึง $2.69 ต่อ MMBtu ทำให้ตลาดยังใกล้จุดต่ำก่อนหน้า

ทำไมการผลิตก๊าซที่ลดลงไม่ทำให้ราคาดีดขึ้นแรงกว่านี้?

กำลังผลิตลดลงมาราว 108.2 bcfd ซึ่งช่วยพยุงราคา แต่สต็อกยังสูงพอจะรองรับอุปทานที่หายไปในตอนนี้ เมื่อเริ่มฤดูกาลเติมสต็อกด้วยระดับที่สูงกว่าปกติ แค่ผลิตลดลงอย่างเดียวมักยังไม่พอให้ราคาทะลุขึ้นและยืนได้นาน

ตอนนี้การส่งออก LNG แข็งแรงแค่ไหน?

ปริมาณก๊าซที่ป้อนเข้าโรงงานส่งออก LNG หลักอยู่ราว 18.9 bcfd ในเดือนเมษายน ใกล้สถิติสูงสุด และสูงกว่าเดือนมีนาคมที่ 18.6 bcfd ช่วยหนุนความต้องการใช้ แต่ตลาดมีการรับรู้และสะท้อน “LNG แข็งแรง” มาระยะหนึ่งแล้ว

ทำไมปริมาณ LNG ที่แข็งแรงยังดันราคาไม่ขึ้นมาก?

เพราะตลาดในประเทศยังดูหลวม ความต้องการจากการส่งออกแข็งแรง แต่สต็อกยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย และอากาศยังไม่หนาวหรือร้อนพอจะทำให้สมดุลตึงขึ้นชัดเจน จึงทำให้เรื่อง LNG เป็นแรงหนุน แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยหลัก

ตอนนี้สต็อกสูงแค่ไหน?

ก๊าซใช้งานในคลังอยู่ที่ 1,970 Bcf สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด 10 เมษายน สูงกว่า ช่วงเดียวกันปีก่อน 126 Bcf และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 1,862 Bcf อยู่ 108 Bcf


เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code