
ประเด็นสำคัญ
- Nikkei 225 เคลื่อนไหวใกล้ 69,520 ลดลง 0.23% โดยดัชนียังฟื้นแรงซื้อกลับได้ยากเมื่ออยู่ต่ำกว่า 70,000
- ราคาน้ำมันและความเสี่ยงเงินเฟ้อกดดันบรรยากาศลงทุน ญี่ปุ่นพึ่งพานำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางสูง ทำให้กังวลกำไรบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น
- ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ยังไม่ชัดเจน เพิ่มแรงกดดันต่อดัชนี
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields) ที่อยู่ระดับสูง และคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเข้มงวดด้านนโยบายการเงินมากขึ้น ทำให้ความต้องการรับความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลกอ่อนลง
- ตลาดจับตาแนวรับ 69,500 ขณะที่การฟื้นตัว เหนือ 69,600 อาจช่วยให้ภาพทางเทคนิคระยะสั้นดีขึ้น (การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการดูกราฟราคาเพื่อประเมินแนวโน้ม)
ความเคลื่อนไหวของตลาด
Nikkei 225 เผชิญแรงขายรอบใหม่ หลังนักลงทุนประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น (หมายถึงดอกเบี้ย/เงื่อนไขการกู้ยืมเข้มงวดขึ้น) และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ดัชนีล่าสุดอยู่ราว 69,520.97 ลดลง 157 จุด หรือ 0.23% ระหว่างวันทำจุดสูงสุดที่ 70,011.97 และต่ำสุดที่ 69,236.97 ก่อนหน้านี้ดัชนีเด้งจากแถว 69,370 ขึ้นไปใกล้ 69,600 แต่แรงส่งแผ่วลงและยังไม่สามารถทะลุขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวล่าสุดชี้ว่าดัชนียืน เหนือ 69,500 เล็กน้อย ทำให้ระดับนี้เป็นแนวรับระยะสั้นที่สำคัญ (แนวรับคือระดับราคาที่มักมีแรงซื้อเข้ามาพยุง) หากหลุดลงไปอาจเห็นการถอยลงสู่โซน 69,450–69,400 ขณะที่การฟื้นกลับไปแถว 69,600 จะสะท้อนว่าความเชื่อมั่นระยะสั้นเริ่มดีขึ้น
เหตุผลที่นักเทรดจับตา
การอ่อนตัวรอบล่าสุดมาจากแรงขายทำกำไรในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มชิปของญี่ปุ่น (ขายทำกำไรคือการขายหลังราคาขึ้นเพื่อรับกำไร) Advantest, Tokyo Electron และ Kioxia เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับผลกระทบในวันพุธ หลังนักลงทุนลดความเสี่ยงภายหลังการปรับขึ้นก่อนหน้า
ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังเป็นความกังวลหลัก น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงตลาดโลก) ซื้อขาย เหนือ 100 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล จากปัญหาด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 94% จากตะวันออกกลาง ทำให้ภาคธุรกิจในประเทศเสี่ยงต่อความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนที่สูงขึ้นอาจบีบอัตรากำไร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิต สายการบิน และขนส่ง
ทิศทางดอกเบี้ยของ BOJ ที่ยังไม่แน่นอนเพิ่มแรงกดดัน เงินเฟ้อพื้นฐานของโตเกียว (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงาน/อาหารที่ผันผวนออกเพื่อดูแนวโน้ม) เร่งขึ้นเป็น 2.7% ในเดือนกันยายน ทำให้ตลาดคาดว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ย ดอกเบี้ยขาขึ้นทำให้ต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น อาจลดการลงทุนของภาคธุรกิจ และกดดัน “มูลค่าเหมาะสมของหุ้น” (valuation: การประเมินว่าหุ้นแพง/ถูก) ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่สูง และความคาดหวังว่า Fed จะเข้มงวดมากขึ้น ทำให้กระแสลงทุนทั่วโลกหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ระดับการเทรดที่สำคัญ
| ระดับ | โซน | ความหมายทางเทคนิค |
| 69,600 | แนวต้านใกล้สุด | บริเวณที่ทำจุดสูงสุดระหว่างวันซ้ำ ๆ และพยายามขึ้นแต่ไม่ผ่าน (แนวต้านคือระดับที่มักมีแรงขายกดราคา) |
| 69,550 | แนวต้านระยะสั้น | โซนเด้งล่าสุดที่แรงซื้อเริ่มอ่อนลง |
| 69,500 | แนวรับใกล้สุด | ระดับที่นักลงทุนให้ความสำคัญ (เชิงจิตวิทยา) และเป็นช่วงที่ราคาแกว่งสะสมแรง (consolidation: ราคาแกว่งในกรอบ) |
| 69,450 | แนวรับรอง | บริเวณที่ราคาเคยมีปฏิกิริยาระหว่างวัน |
| 69,400 | แนวรับล่าง | โซนฟื้นตัวก่อนหน้า และเป็นเลขกลมที่ตลาดมักจับตา |
Nikkei 225 ซื้อขายใกล้ 69,520 ทำให้ดัชนีอยู่ระหว่างแนวรับ 69,500 และแนวต้านราว 69,550 เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 9 ช่วงเวลา (9-period moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 9 แท่ง/วัน ใช้ดูทิศทางระยะสั้น) เริ่มทรงตัวหลังปรับขึ้นก่อนหน้า สะท้อนว่าแรงซื้อกำลังแผ่วลง
หากยืน เหนือ 69,550 ได้ต่อเนื่อง อาจเปิดทางให้ทดสอบ 69,600 อีกครั้ง แต่ถ้า 69,500 รับไม่อยู่ ดัชนีอาจถอยลงไป 69,450 และถัดไป 69,400
ฉากทัศน์ฝั่งบวกและฝั่งลบ

| สถานการณ์ | เงื่อนไข | การเคลื่อนไหวที่เป็นไปได้ |
| ทะลุขึ้น (Bullish breakout) | ทะลุและยืนเหนือ 69,550 | อาจหนุนให้ไปทดสอบ 69,600 หากแรงซื้อกลับมา |
| ฟื้นตัว (Bullish recovery) | เด้งจาก 69,500 | ผู้ซื้ออาจพยายามกลับไปยืน 69,550 พร้อมป้องกันแนวรับระยะสั้น |
| หลุดลง (Bearish breakdown) | ลงต่ำกว่า 69,500 อย่างต่อเนื่อง | อาจเปิดทางลงสู่ 69,450 และถัดไป 69,400 |
| ขายต่อเนื่อง | หลุดต่ำกว่า 69,400 | แรงกดดันขาลงอาจเพิ่มขึ้นไปหาโลว์ที่เห็นได้ใกล้ 69,370 |
ฝั่งบวกจะต้องเห็นแรงซื้อป้องกัน 69,500 และดันดัชนีผ่านแนวต้านระยะสั้นอย่างชัดเจน ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น (volume: จำนวนการซื้อขาย ใช้ยืนยันแรงของการเคลื่อนไหว) จะช่วยยืนยันสัญญาณได้มากขึ้น ตรงกันข้าม หากหลุด 69,500 โดยมีแรงขายมากขึ้น อาจสะท้อนว่าผู้ขายกลับมาคุมเกม
ข้อจำกัดความรับผิด (Disclaimer)
ระดับราคาและฉากทัศน์ข้างต้นเป็นมุมมองของผู้เขียน ณ เวลาที่เขียน ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก VT Markets ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ (การบริหารความเสี่ยงคือการจำกัดขาดทุนและเลือกขนาดการลงทุนให้เหมาะสม)
คาดการณ์ Nikkei 225: ปัจจัยหลักคืออะไร?
Nikkei 225 อาจเผชิญแรงกดดันขาลงเพิ่ม หากความตึงเครียดตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันดิบยังปรับขึ้น ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะเพิ่มค่าใช้จ่ายดำเนินงานของบริษัทญี่ปุ่น และอาจทำให้ตลาดคาดการณ์กำไรบริษัทลดลง การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของ BOJ ก็อาจกดดันบรรยากาศลงทุน เงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่องเมื่อรวมกับต้นทุนกู้ยืมที่แพงขึ้น อาจทำให้ภาคธุรกิจชะลอการลงทุนและกดดันตลาดหุ้น
ในทางกลับกัน Nikkei อาจฟื้นได้หากราคาน้ำมันอ่อนตัวหรือเงินเฟ้อเริ่มทรงตัว หาก BOJ คุมเข้มนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป (monetary tightening: การลดความผ่อนคลายทางการเงิน เช่น ขึ้นดอกเบี้ย) ก็อาจช่วยความเชื่อมั่นได้ อุปสงค์ที่กลับมาของหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นชิปอาจเป็นแรงพยุงอีกทาง รวมถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง หรือการฟื้นตัวของหุ้นโลกที่ช่วยดึงแรงซื้อกลับเข้าหาหุ้นญี่ปุ่น
เทรด Nikkei 225 กับ VT Markets
นักเทรดที่ต้องการติดตามการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นญี่ปุ่น สามารถเข้าถึง CFD ดัชนี Nikkei 225 ผ่าน VT Markets ได้
การเทรดดัชนี CFD (CFD หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง: เครื่องมือที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ ทำกำไรจากส่วนต่างราคาโดยไม่ต้องถือหุ้นจริง) ช่วยให้เปิดสถานะได้ทั้งขาขึ้นและขาลงโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของหุ้นอ้างอิง ผ่านแพลตฟอร์มของ VT Markets นักเทรดสามารถติดตามตลาด ใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิค (technical indicators: เครื่องมือคำนวณจากราคา/ปริมาณเพื่อช่วยตัดสินใจ) และจัดการสถานะด้วยเครื่องมือบริหารความเสี่ยง
FAQ
ทำไม Nikkei 225 ถึงปรับลง?
Nikkei 225 ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ความกังวลเรื่องดอกเบี้ยของญี่ปุ่นและสหรัฐ และแรงขายทำกำไรในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นชิปรายใหญ่ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลกอ่อนลง
Nikkei 225 จะกลับไปเหนือ 70,000 ได้หรือไม่?
ยังมีโอกาส หากราคาน้ำมันทรงตัว ความกังวลดอกเบี้ยลดลง และแรงซื้อหุ้นญี่ปุ่นกลับมา อย่างไรก็ดี ดัชนีต้องผ่านแนวต้านใกล้ ๆ ก่อน ได้แก่ 69,550 และ 69,600
ราคาน้ำมันกระทบ Nikkei 225 อย่างไร?
ญี่ปุ่นพึ่งพาพลังงานนำเข้าเป็นหลัก ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งเพิ่ม กดอัตรากำไรของบริษัท และดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้บรรยากาศต่อหุ้นญี่ปุ่นอ่อนลง อย่างไรก็ตาม บริษัทที่เกี่ยวข้องกับพลังงานบางส่วนอาจได้ประโยชน์
BOJ มีผลต่อ Nikkei 225 อย่างไร?
BOJ มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นผ่านการตัดสินใจดอกเบี้ยและสัญญาณนโยบายการเงิน ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนทางการเงินและกดมูลค่าเหมาะสมของหุ้น ขณะที่แนวโน้มนโยบายที่ไม่เข้มงวดมากอาจช่วยพยุงราคาหุ้น
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets