MUFG คงประมาณการปลายปีสำหรับ USD/THB ไว้ที่ 34.00 โดยให้เหตุผลว่าการฟื้นตัวของการส่งออกไทยที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีกำลังถูก “กลบ” ด้วยปัจจัยพื้นฐานภายนอกที่อ่อนแอลง ธนาคารระบุว่าแรงหนุนจากภาคอิเล็กทรอนิกส์ต่อค่าเงินมีจำกัด เพราะไทยต้องนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์เพื่อใช้ในการผลิต ส่งผลให้ราคาชิปที่สูงขึ้นและสัดส่วนวัตถุดิบนำเข้าที่เพิ่มขึ้นดันบิลนำเข้าในหมวดอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิจากการค้าถูกบีบตัวลง นอกจากนี้ยังชี้ไปที่แรงกระแทกจากสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้าง โดยอัตราแลกเปลี่ยนเชิงพาณิชย์ (terms of trade) ของไทยปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 27 ปี จากราคาพลังงาน โลหะ และสินค้าขั้นกลางที่ปรับตัวสูงขึ้น
พลวัตการส่งออกและภาคอิเล็กทรอนิกส์
ธนาคารระบุว่าแรงหนุนจากภาคอิเล็กทรอนิกส์ต่อค่าเงินมีจำกัด เพราะไทยต้องนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์เพื่อใช้ในการผลิต ส่งผลให้ราคาชิปที่สูงขึ้นและสัดส่วนวัตถุดิตนำเข้าที่เพิ่มขึ้นดันบิลนำเข้าหมวดอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิจากการค้าถูกบีบตัวลง นอกจากนี้ยังชี้ไปที่แรงกระแทกจากสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้าง โดยอัตราแลกเปลี่ยนเชิงพาณิชย์ (terms of trade) ของไทยปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 27 ปี จากราคาพลังงาน โลหะ และสินค้าขั้นกลางที่ปรับตัวสูงขึ้น
แรงกดดันมหภาคและนโยบายการเงิน
ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคถูกประเมินว่าเอื้อต่อการแข็งค่าของ USD/THB โดยเศรษฐกิจสหรัฐถูกอธิบายว่ายังมีความยืดหยุ่น ขณะที่การเติบโตของ GDP ไทยชะลอลงเหลือ 1.9% เมื่อเทียบรายปีในไตรมาส 2 โดยการส่งออกสุทธิเป็นแรงฉุดสำคัญ ความแตกต่างของทิศทางนโยบายการเงินยังเป็นปัจจัยกดดัน: อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ที่ 1.0% และคาดว่าจะทรงตัวต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2027 ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยและอาจเข้มงวดเพิ่มเติม MUFG ยังอ้างถึงความกังวลด้านมูลค่าเงินบาท กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกสุทธิจากพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และขีดความสามารถด้านการคลังที่จำกัดในการรองรับแรงกระแทกจากราคาน้ำมัน
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets