This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

สัปดาห์หน้า: ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง ดึงประเด็นเฟดขึ้นดอกเบี้ยกลับมาอยู่ในโฟกัส ขณะ CPI ขึ้นแท่นประเด็นหลัก

by VT Markets
/
Sep 7, 2026

ภาพรวม

  • นายจ้างสหรัฐเพิ่มการจ้างงาน 162,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม สูงกว่าที่ตลาดคาดมาก ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% ส่งผลให้ตลาดยกระดับโอกาส “เฟด” (ธนาคารกลางสหรัฐ) จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไปใกล้ 60%
  • ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐจะเป็นประเด็นหลัก โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: ราคาสินค้า/บริการในระดับผู้ผลิต) จะประกาศ 10 ก.ย. และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ราคาสินค้า/บริการที่ผู้บริโภคจ่ายจริง) จะประกาศ 11 ก.ย. ก่อนประชุมเฟดวันที่ 15–16 ก.ย.
  • ตลาดแรงงานสหรัฐที่แข็งแกร่งหนุนดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields: อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้จากการถือพันธบัตร) ขณะที่ทองคำมีแรงกดดัน หากเงินเฟ้อยังทำให้ตลาดคาดว่า “ดอกเบี้ยจะสูงต่อ”
  • นักเทรดควรจับตา USDX, XAUUSD, EURUSD, GBPUSD และ USOil เมื่อราคาเข้าใกล้โซนเทคนิคสำคัญ (แนวรับ-แนวต้านตามกราฟราคา)

ตัวเลขจ้างงานแกร่ง ทำให้มุมมองเรื่องดอกเบี้ยเฟดเปลี่ยน

ตลาดแรงงานสหรัฐออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดในเดือนสิงหาคม โดยการจ้างงานเพิ่ม 162,000 ตำแหน่ง เทียบกับคาดการณ์ราว 55,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานยังอยู่ที่ 4.1% รายงานยังระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มรวมกัน 55,000 ตำแหน่ง (การ “ปรับทบทวน” คือหน่วยงานสหรัฐแก้ไขตัวเลขย้อนหลังเมื่อได้ข้อมูลครบขึ้น)

ตลาดตอบสนองทันที โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่า—ติดตามใกล้ชิดผ่านดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ค่าดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสำคัญ)—และทองคำถูกกดดัน หลังนักลงทุนเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง การประเมินของ CME FedWatch (เครื่องมือคำนวณความน่าจะเป็นจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ชี้ว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน 0.25% (25 basis points หรือ 25 จุดพื้นฐาน = 0.25%) อยู่แถว 60% จากเดิมต่ำกว่า 50% ก่อนประกาศตัวเลขจ้างงาน

ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานทำให้เฟดมีพื้นที่คงนโยบายการเงินแบบ “ตึงตัว” ต่อไป (restrictive policy: ดอกเบี้ยสูงเพื่อชะลอเศรษฐกิจและกดเงินเฟ้อ) ปัจจุบันกรอบเป้าหมายดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ (federal funds target range: ช่วงดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของสหรัฐ) อยู่ที่ 3.50%–3.75% และมีกรรมการ 3 คนโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกรกฎาคม

อย่างไรก็ดี รายงานจ้างงานยังไม่ทำให้การตัดสินใจเดือนกันยายน “ชัดเจนทันที” เพราะค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนว่าแรงกดดันด้านค่าแรงยังไม่ได้เร่งตัวแรง เฟดจึงยังสามารถรอข้อมูลเงินเฟ้อที่ชัดขึ้นก่อนตัดสินใจว่าจะจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่

ดังนั้น เงินเฟ้อคือบททดสอบถัดไป

CPI อาจเป็นตัวชี้ทิศทางดอกเบี้ยเดือนกันยายน

ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ 2 ชุดจะประกาศห่างกันเพียงไม่กี่วัน โดยดัชนี PPI จะออกวันที่ 10 ก.ย. ตามด้วย CPI วันที่ 11 ก.ย. ก่อนเฟดประชุมวันที่ 15–16 ก.ย.

ตามปฏิทินเศรษฐกิจ คาดว่า PPI รายเดือน (m/m: เทียบเดือนก่อน) อยู่ที่ 0.40% จากเดิม 0.00% ส่วน “Core CPI” (เงินเฟ้อพื้นฐาน: ตัดหมวดผันผวนสูงอย่างอาหารและพลังงานออก) คาดที่ 2.4% เทียบรายปี (y/y: เทียบปีก่อน) ลดลงจาก 2.5% ขณะที่ CPI ทั่วไป (headline: รวมทุกหมวด) คาดทรงตัวที่ 3.4%

หากเงินเฟ้อออกมาร้อนแรงกว่าคาด จะหนุนเหตุผลให้ดอกเบี้ย “สูงขึ้น” ต่อเนื่อง เพราะเมื่อรวมกับการจ้างงานที่แข็งแรง เงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมายเฟด 2% และสภาพการเงินที่ยังไม่ตึงตัวมาก (financial conditions: ภาพรวมความยากง่ายในการกู้ยืม/ต้นทุนเงิน/สภาพคล่อง) จะทำให้ฝ่ายกำหนดนโยบายมีเหตุผลเพิ่มในการเข้มงวดขึ้น

แต่หาก CPI ออกมาอ่อนกว่าคาด ภาพจะเปลี่ยนไป หากแรงกดดันด้านราคาลดลง เฟดอาจมองว่านโยบายตึงตัวที่ทำอยู่เริ่มได้ผล และเลือก “คงดอกเบี้ย” แม้ตัวเลขจ้างงานจะดี

ตลาดจึงเข้าสู่สัปดาห์นี้ด้วยลำดับเหตุการณ์ชัดเจน: จ้างงานก่อน ต่อด้วยเงินเฟ้อ แล้วค่อยถึงการตัดสินใจของเฟด

แรงกดดันจากทรัมป์ เพิ่มความเสี่ยงด้านนโยบาย

ประเด็นนโยบายการเงินยังเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันรอบใหม่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเห็นดอกเบี้ยลดลง

หลังรายงานจ้างงานแข็งแกร่ง ทรัมป์แย้งว่าเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแรงควรนำไปสู่ต้นทุนกู้ยืมที่ถูกลง และเรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ยอีกครั้ง เขายังขู่ใช้มาตรการจำกัดการค้า (เช่น ภาษีนำเข้า/โควตา) กับประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ หากเฟดไม่ลดดอกเบี้ย

สำหรับตลาด นี่คือความขัดแย้งเชิงนโยบาย: เศรษฐกิจที่โตดีทำให้เฟดมีพื้นที่โฟกัสเงินเฟ้อ แต่แรงกดดันทางการเมืองกลับผลักไปอีกทาง

มาตรการจำกัดการค้าอาจทำให้ภาพเงินเฟ้อซับซ้อนขึ้น เพราะต้นทุนนำเข้าสูงขึ้นและห่วงโซ่อุปทานสะดุด (supply chain: ระบบการผลิต-ขนส่ง-ส่งมอบสินค้า) อาจดันราคาสูงขึ้น และยิ่งเป็นเหตุให้เฟดคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น การเปลี่ยนแปลงการค้าอาจกระทบเงินทุนไหลเข้า-ออกสินทรัพย์การเงินสหรัฐด้วย (capital flows: การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนระหว่างประเทศ)

สัญลักษณ์สำคัญที่ควรติดตาม

USDX (ดัชนีดอลลาร์) | EURUSD (ยูโร/ดอลลาร์) | GBPUSD (ปอนด์/ดอลลาร์) | XAUUSD (ทองคำ/ดอลลาร์) | USOil (น้ำมันดิบสหรัฐ)

เหตุการณ์เศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง

วันที่สกุลเงินเหตุการณ์คาดการณ์ครั้งก่อนมุมมองนักวิเคราะห์
10 ก.ย.EURMain Refinancing Rate (ดอกเบี้ยนโยบายหลักของ ECB: อัตราที่ธนาคารพาณิชย์กู้เงินระยะสั้นจากธนาคารกลางยุโรป)2.65%2.40%หากขึ้นดอกเบี้ย จะตอกย้ำว่าฝั่งยุโรปยังให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ
10 ก.ย.USDCore PPI m/m (PPI พื้นฐานรายเดือน: ราคาที่ผู้ผลิตได้รับ โดยตัดหมวดผันผวนบางส่วนออก)0.30%0.20%หากออกมาสูงกว่าคาด อาจดันการคาดการณ์ดอกเบี้ยก่อนรู้ผล CPI
11 ก.ย.GBPGDP m/m (GDP รายเดือน: มูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจเทียบเดือนก่อน)0.00%0.30%หากทรงตัว จะสะท้อนเศรษฐกิจอังกฤษชะลอ และอาจกดดันปอนด์
11 ก.ย.USDCore CPI y/y (เงินเฟ้อพื้นฐานเทียบรายปี)2.40%2.50%หากออกมาอ่อนลง จะลดแรงกดดันให้เฟดต้องเข้มงวดขึ้น
11 ก.ย.USDCPI y/y (เงินเฟ้อทั่วไปเทียบรายปี)3.40%3.40%หากสูงเกิน 3.4% แบบเหนือคาด อาจหนุนดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตร

การเคลื่อนไหวสำคัญประจำสัปดาห์

USDX

  • USDX เจอแนวต้านแถว 99.50 หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐที่ดีทำให้ตลาดคาดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยสูงขึ้น
  • ราคาอาจอ่อนลงและหลุด 98.788 ก่อนรีบาวด์ หากลงลึกอาจผ่านจุดต่ำก่อนหน้า (swing low: จุดต่ำสำคัญบนกราฟ) ที่ 98.455 ได้ แล้วจึงกลับขึ้น

EURUSD

  • EURUSD เจอแนวต้านแถว 1.1640
  • อาจขึ้นไปเบรก 1.16588 หรือ 1.17108 ก่อนอ่อนลง หากราคาลง แนวที่ควรจับตาคือ 1.1530

GBPUSD

  • GBPUSD เจอแนวต้านแถว 1.3540 แต่ยังมีโอกาสขยับขึ้นได้อีก
  • หากผ่านแนวต้าน โซน 1.3575 จะเด่นขึ้น ส่วนขาลงให้จับตา 1.3440 และ 1.3385

USDJPY

  • USDJPY ยังน่าจับตา ขณะที่ราคาแกว่งสะสม (consolidation: แกว่งในกรอบเพื่อรอเลือกทาง) โดย 155.215 เป็นแนวถัดไปด้านล่าง หากการแกว่งสะสมดำเนินต่อ
  • หากสะสมลึกขึ้น โซน 158.75 อาจเป็นแนวต้านที่ต้องระวัง

XAUUSD (ทองคำ)

  • ทองคำปรับลง หลังผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์แข็งค่า จากรายงานจ้างงานเดือนสิงหาคม
  • ทองอาจแกว่งพักฐานก่อนขยับขึ้นอีกครั้ง โดยโซน 4600 เป็นระดับที่ตลาดจับตา

SP500

  • SP500 ยังทรงตัวใกล้ระดับสูง โดยรูปแบบราคาสะท้อนโอกาสย่อตัว หรือเกิดการกวาดสภาพคล่อง (liquidity move: การแกว่งแรงเพื่อกระตุ้นคำสั่งซื้อขายที่ค้างอยู่) แถว 7777.15
  • หากหลุด 7777.15 อาจนำไปสู่การปรับลง แต่หากยืนเหนือระดับนี้ได้ในกราฟ 4 ชั่วโมง อาจเปิดทางไป 7825

USOil

  • USOil แกว่งสะสมใกล้กรอบบนของช่วงราคา หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางยังสูง (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่กระทบตลาด)
  • หากผ่าน 93.894 หรือทดสอบ 94.95 จะทำให้โมเมนตัมขาขึ้นยังเด่น

บทสรุป

ตลาดเริ่มสัปดาห์ด้วยภาพตลาดแรงงานสหรัฐที่แข็งแรง การคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยเฟดในเดือนกันยายนที่สูงขึ้น และการทดสอบสำคัญจากข้อมูลเงินเฟ้อที่กำลังจะประกาศ โดย PPI วันที่ 10 ก.ย. และ CPI วันที่ 11 ก.ย. มีแนวโน้มกำหนดทิศทางการคาดการณ์ก่อนประชุมเฟด 15–16 ก.ย. หากเงินเฟ้อออกมาร้อนแรง จะหนุนดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตร พร้อมเพิ่มแรงกดดันต่อทองคำ แต่ถ้า CPI อ่อนลง อาจลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยและเปิดทางให้สินทรัพย์เสี่ยงกับทองคำฟื้นตัวได้มากขึ้น EURUSD และ GBPUSD ยังเสี่ยงผันผวนจากข้อมูลสหรัฐ ขณะที่ USOil ไวต่อพัฒนาการตะวันออกกลาง และผลกระทบต่อเงินเฟ้อ

FAQs

ผลรายงานการจ้างงานสหรัฐเดือนสิงหาคมเป็นอย่างไร?

การจ้างงานเพิ่ม 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดที่ 55,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงานทรงตัว 4.1% และตัวเลขการจ้างงานเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมถูกปรับเพิ่มรวม 55,000 ตำแหน่ง

ตลาดการเงินตอบสนองอย่างไร?

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ปรับขึ้น ขณะที่ทองคำปรับลง ตลาดยกระดับโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเฟดในเดือนกันยายนไปใกล้ 60%

ตัวเลขนี้ทำให้เฟด “ต้อง” ขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่?

ไม่จำเป็น เพราะค่าจ้างเทียบรายปียังเพิ่มในระดับปานกลางที่ 3.1% ทำให้เฟดยังมีทางเลือกในการรอดูข้อมูลเงินเฟ้อก่อนตัดสินใจ

รายงานเงินเฟ้อใดจะมีผลต่อเส้นทางดอกเบี้ย?

ดัชนี PPI (เงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต) วันที่ 10 ก.ย. และดัชนี CPI (เงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค) วันที่ 11 ก.ย. ก่อนการประชุมเฟด

ข้อมูล CPI ที่กำลังจะประกาศอาจเปลี่ยนผลลัพธ์อย่างไร?

ถ้าเงินเฟ้อสูงกว่าคาด จะเพิ่มน้ำหนักให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย แต่ถ้าเงินเฟ้อเย็นลง เฟดอาจคงนโยบายไว้ แม้ตัวเลขจ้างงานจะแข็งแรง

แรงกดดันทางการเมืองกระทบการตัดสินใจอย่างไร?

โดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยและขู่ใช้ภาษีนำเข้า/มาตรการการค้ากับต่างประเทศ ซึ่งภาษีนำเข้าอาจทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้นและดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้เฟดอาจต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูง

เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

เรายินดีช่วยเหลือคุณ

คุยกับเรา

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code