This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

วิธีตั้ง Stop Loss และ Take Profit บนแอป VT Markets

by VT Markets
/
Sep 3, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • Stop loss (SL) คือ “คำสั่งปิดสถานะตัดขาดทุน” ช่วยกำหนดจุดออกจากการเทรดล่วงหน้า เมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับที่คาด
  • Take profit (TP) คือ “คำสั่งปิดสถานะทำกำไร” ช่วยกำหนดจุดออกจากการเทรดล่วงหน้า เมื่อราคาไปถึงเป้าหมาย
  • ผู้เทรดสามารถตั้งค่า SL และ TP ได้ก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย ผ่านหน้าตั๋วส่งคำสั่ง (trade ticket) ในแอป VT Markets
  • ผู้เทรดยังสามารถปรับ SL และ TP ได้หลังเปิดสถานะแล้ว
  • การตั้ง SL และ TP ช่วยบริหารความเสี่ยง แต่ไม่ทำให้ความเสี่ยงจากการเทรดหายไปทั้งหมด

การตั้ง stop loss และ take profit เป็นส่วนสำคัญของการวางแผนเทรด ก่อนเข้าเทรดควรรู้ให้ชัดว่าจะปิดทำกำไรตรงไหนหากราคาไปทางที่ต้องการ และจะยอมตัดขาดทุนตรงไหนหากราคาไปผิดทาง

ในแอป VT Markets สามารถใส่ระดับ SL และ TP ได้ก่อนส่งคำสั่ง และกลับมาปรับภายหลังได้สำหรับสถานะที่เปิดอยู่

คู่มือนี้อธิบายความหมายของ SL และ TP จุดที่อยู่ในแอป VT Markets และวิธีตั้ง/ปรับทีละขั้นตอน

Stop Loss คืออะไร

Stop loss หรือ SL คือคำสั่งที่ใช้ปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งไปถึงระดับขาดทุนที่กำหนดไว้ เพื่อจำกัดความเสียหายของพอร์ต

ตัวอย่าง หากเปิดสถานะซื้อ (buy) แล้วราคาลง SL จะช่วยปิดสถานะที่ระดับราคาที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ลดโอกาสขาดทุนบานปลายเมื่อราคาไม่เป็นไปตามคาด

อย่างไรก็ดี SL ไม่ได้ทำให้ปิดได้ “เป๊ะ” ตามราคาที่ตั้งไว้เสมอไป หากตลาดผันผวนมาก (volatility = ราคาเหวี่ยงแรง), เกิดช่องว่างราคา (price gap = ราคาโดดข้ามระดับหนึ่งโดยไม่ได้ไล่ทีละจุด) หรือสภาพคล่องต่ำ (liquidity = ปริมาณผู้ซื้อผู้ขายน้อย ทำให้จับคู่คำสั่งยาก) ราคาที่ปิดจริงอาจต่างจากระดับ SL

Take Profit คืออะไร

Take profit หรือ TP คือคำสั่งที่ใช้ปิดสถานะโดยอัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งไปถึงเป้าหมายกำไรที่กำหนดไว้

ตัวอย่าง หากเปิดสถานะซื้อ (buy) แล้วราคาขึ้น TP จะปิดสถานะเมื่อแตะราคาที่ตั้งเป็นเป้าหมาย

TP ช่วยล็อกกำไรโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอด แต่ราคาต้องไปถึงระดับ TP ก่อน คำสั่งจึงจะทำงาน

Stop Loss vs Take Profit

ตารางด้านล่างสรุปความต่างหลักระหว่าง SL และ TP

หัวข้อStop LossTake Profit
เป้าหมายหลักช่วยจำกัดการขาดทุนช่วยปิดทำกำไรตามเป้า
การใช้งานออกจากการเทรดเมื่อราคาไปผิดทางออกจากการเทรดเมื่อราคาไปถึงเป้าหมาย
ใช้เพื่อการบริหารความเสี่ยงการวางแผนทำกำไร
ตั้งก่อนเข้าเทรดได้ได้ได้
ปรับหลังเปิดสถานะได้ได้ได้

ควรกำหนด SL และ TP ไว้ตรงไหน

ไม่มีสูตรตายตัว ระดับที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับวิธีเทรด ภาวะตลาด และระดับความเสี่ยงที่รับได้ แนวทางต่อไปนี้ใช้เป็นหลักคิด

ยึด “ระดับราคาในตลาด” เป็นหลัก

แทนการสุ่มราคา ให้ดูระดับทางเทคนิค (technical levels = จุดสำคัญบนกราฟที่ผู้เล่นมักให้ความสนใจ) เช่น

  • แนวรับและแนวต้าน (support/resistance = โซนที่ราคามักเด้งกลับหรือชะลอ)
  • จุดยอด/จุดต่ำล่าสุด (swing high/low = ยอดหรือก้นคลื่นก่อนหน้า)
  • เส้นแนวโน้มหรือรูปแบบกราฟ (trendline/pattern = เส้นหรือรูปทรงที่สะท้อนทิศทางและพฤติกรรมราคา)
  • ความผันผวนของตลาด (volatility = ระดับการเหวี่ยงของราคา)

พิจารณาอัตราส่วน “เสี่ยงต่อผลตอบแทน”

ผู้เทรดจำนวนมากจะเทียบ “ยอมขาดทุนได้เท่าไร” กับ “มีโอกาสได้กำไรเท่าไร” ก่อนเข้าเทรด

ตัวอย่าง

  • ยอมเสี่ยง 50 pips เพื่อหวังกำไร 100 pips เท่ากับ อัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทน 1:2 (risk-to-reward ratio = เอาความเสี่ยงหารด้วยเป้ากำไร)
  • หมายความว่า “กำไรที่คาด” เป็น 2 เท่าของ “เงินที่ยอมเสี่ยง”

อัตราส่วนที่ดีไม่ได้การันตีกำไร แต่ช่วยให้คุมความเสี่ยงได้สม่ำเสมอ

ตัวอย่าง: ใช้อัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทนกำหนด SL และ TP ของ XAUUSD

สมมติ XAUUSD (ทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์ และต้องการเปิดสถานะซื้อ

  • ราคาเข้า (entry): 4,000 ดอลลาร์
  • Stop loss: 3,980 ดอลลาร์ (เสี่ยง 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
  • Take profit: 4,040 ดอลลาร์ (หวังกำไร 40 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

ในตัวอย่างนี้

  • ความเสี่ยง = 4,000 − 3,980 = 20
  • ผลตอบแทนที่คาด = 4,040 − 4,000 = 40

อัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับ 1:2 คือเสี่ยง 20 เพื่อโอกาสได้ 40

อัตราส่วนที่สูงขึ้นไม่ได้ทำให้ดีลนั้นกำไรแน่ แต่ช่วยประเมินว่า “เข้ากับแผนเทรด” และ “รับความเสี่ยงไหวหรือไม่”

วางแผนเทรดด้วยเครื่องมือ Risk/Reward ของ TradingView

แอป VT Markets มีกราฟของ TradingView พร้อมเครื่องมือ Long Position และ Short Position (เครื่องมือวางแผนจุดเข้า-ออกบนกราฟ) ช่วยกำหนดราคาเข้า SL และ TP แบบลากบนกราฟ เพื่อเห็นภาพชัดก่อนส่งคำสั่ง

เมื่อปรับระดับต่าง ๆ เครื่องมือจะแสดงอัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทน ระยะห่างจากราคาเข้าถึง SL และกำไรที่คาดหากถึง TP ช่วยตัดสินใจก่อนเปิดออเดอร์

วิธีใช้เครื่องมือ Long/Short Position

ขั้นตอนที่ 1: เปิดกราฟ

เปิดสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด แล้วสลับไปที่กราฟ TradingView

ขั้นตอนที่ 2: เลือกเครื่องมือ Long หรือ Short

จากแถบเครื่องมือด้านซ้าย แตะไอคอน Prediction and Measurement Tools (ชุดเครื่องมือวัด/คาดการณ์บนกราฟ) แล้วเลือก

  • Long Position สำหรับการเปิด ซื้อ (buy)
  • Short Position สำหรับการเปิด ขาย (sell)

ขั้นตอนที่ 3: วางเครื่องมือบนกราฟ

แตะบนกราฟเพื่อวางเครื่องมือ จะเห็นเส้นแนวนอน 3 ระดับ

  • ราคาเข้า (เส้นกลาง)
  • ระดับ TP (พื้นที่สีเขียว)
  • ระดับ SL (พื้นที่สีแดง)

ลากแต่ละระดับให้ตรงกับแผนเทรด

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบอัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทน

เมื่อปรับระดับต่าง ๆ TradingView จะอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติ เช่น

  • อัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทน
  • กำไร/ขาดทุนที่คาด
  • ระยะห่างระหว่างราคาเข้า SL และ TP

ตัวอย่าง อัตราส่วน 1:2 หมายถึงกำไรที่คาดเป็น 2 เท่าของเงินที่ยอมเสี่ยง

ขั้นตอนที่ 5: นำระดับเดียวกันไปใส่ในคำสั่งซื้อขาย

เมื่อพอใจกับแผนเทรด ให้จดราคาของ SL และ TP จากกราฟ แล้วใส่ราคาเดียวกันในช่อง TP และ SL ตอนส่งคำสั่งในแอป VT Markets


วิธีตั้ง SL และ TP ในแอป VT Markets

ทำตามขั้นตอนนี้เพื่อกำหนด SL และ TP ก่อนส่งคำสั่งในแอป VT Markets

ขั้นตอนที่ 1: ไปที่แท็บ Trades

เปิดแอป VT Markets แล้วแตะ Trades ที่เมนูด้านล่าง

จะเข้าสู่หน้าซื้อขาย ซึ่งแสดงสินทรัพย์ที่เลือก ราคา buy/sell แบบเรียลไทม์ ประเภทคำสั่ง ปริมาณการเทรด และการตั้งค่าคำสั่ง

ขั้นตอนที่ 2: เลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด

แตะชื่อสินทรัพย์ด้านบนของหน้าซื้อขาย

ระบบจะแสดงรายการสินทรัพย์ สามารถค้นหา หรือเลือกตามหมวด เช่น ฟอเร็กซ์ (forex = ซื้อขายค่าเงิน), สินค้าโภคภัณฑ์ (commodities = เช่น ทอง น้ำมัน), ดัชนี (indices = ดัชนีหุ้น), คริปโท (cryptocurrencies = สินทรัพย์ดิจิทัล)

แตะเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด

ขั้นตอนที่ 3: เลือกประเภทคำสั่ง

แตะช่องประเภทคำสั่ง แล้วเลือกประเภทที่ต้องการ

ประเภทคำสั่งที่อาจมี เช่น

  • Market (คำสั่งราคาตลาด = ส่งแล้วจับคู่ทันทีตามราคาที่มีในขณะนั้น)
  • Limit (คำสั่งรอซื้อ/ขายที่ราคาดีกว่า = รอให้ราคามาถึงราคาที่กำหนด)
  • Stop (คำสั่งรอเมื่อราคา “ทะลุ” ระดับที่กำหนด = มักใช้เข้าตามโมเมนตัม)
  • Stop Limit (คำสั่งผสม = เมื่อถึงราคากระตุ้นแล้วจึงวางคำสั่งแบบ Limit ที่ราคากำหนด)

หากเป็น market order จะเปิดสถานะตามราคาตลาดที่มีอยู่ตอนนั้น ส่วนคำสั่งรอ (pending order = คำสั่งที่ยังไม่เปิดสถานะทันที) เช่น limit/stop/stop limit ต้องกำหนดราคาที่ใช้กระตุ้นคำสั่งก่อน

ขั้นตอนที่ 4: ใส่ปริมาณการเทรด

ใส่ปริมาณเป็น lots (ล็อต = หน่วยมาตรฐานของขนาดสัญญา) และปรับด้วยปุ่มลบ/บวกได้ตามที่มีให้

ก่อนส่งคำสั่ง ให้ตรวจข้อมูลบัญชีบนตั๋วส่งคำสั่ง เช่น equity (มูลค่าพอร์ตตามปัจจุบันรวมกำไร/ขาดทุนลอยตัว), margin (เงินประกันที่ถูกกันไว้เพื่อเปิดสถานะ), free margin (เงินประกันที่ยังเหลือใช้), margin level (สัดส่วนความปลอดภัยของเงินประกัน ยิ่งสูงยิ่งปลอดภัย)

ขั้นตอนที่ 5: ติ๊ก TP/SL

ติ๊ก TP/SL บนตั๋วส่งคำสั่ง

เมื่อเลือกแล้ว แอปจะแสดงช่องให้กรอกราคา take profit และ stop loss

ขั้นตอนที่ 6: ใส่ระดับ TP

กรอกราคา TP ตามแผนเทรด

โดยทั่วไป สถานะซื้อ (buy) จะตั้ง TP สูงกว่าราคาเข้า ส่วนสถานะขาย (sell) จะตั้ง TP ต่ำกว่าราคาเข้า

ขั้นตอนที่ 7: ใส่ระดับ SL

กรอกราคา SL ตามระดับที่ต้องการให้ปิดสถานะหากราคาไปผิดทาง

โดยทั่วไป สถานะซื้อ (buy) จะตั้ง SL ต่ำกว่าราคาเข้า ส่วนสถานะขาย (sell) จะตั้ง SL สูงกว่าราคาเข้า

ขั้นตอนที่ 8: ตรวจรายละเอียดคำสั่ง

ก่อนยืนยันคำสั่ง ให้ตรวจ

  • สินทรัพย์
  • ทิศทาง buy หรือ sell
  • ประเภทคำสั่ง
  • ปริมาณการเทรด
  • ราคาเข้า หรือราคาของคำสั่งรอ
  • ระดับ TP
  • ระดับ SL
  • ข้อมูล margin

ตรวจให้ระดับ TP และ SL ตรงกับแผนเทรดก่อนส่งคำสั่ง

ขั้นตอนที่ 9: แตะ Buy หรือ Sell

เมื่อพร้อมแล้ว แตะ Buy หรือ Sell

หากเป็น market order จะเปิดตามราคาตลาดที่มีอยู่ในขณะนั้น หากเป็นคำสั่งรอ คำสั่งจะรอจนเงื่อนไขราคาเป็นจริง


วิธีปรับ SL และ TP ของสถานะที่เปิดอยู่

สามารถปรับ TP และ SL ได้หลังเปิดสถานะแล้ว

เหมาะเมื่อภาวะตลาดเปลี่ยน หรือเมื่ออยากอัปเดตจุดออกให้สอดคล้องกับแผน

ขั้นตอนที่ 1: ไปที่ส่วน Positions

เปิดแอป VT Markets แล้วไปที่แท็บ Trades

ใต้หน้าซื้อขาย ให้หา Positions (สถานะที่เปิดอยู่) ซึ่งจะแสดงดีลที่ยังทำงาน

ขั้นตอนที่ 2: เลือกสถานะที่ต้องการจัดการ

เลื่อนลงแล้วแตะสถานะที่ต้องการ

ระบบจะเปิดรายละเอียดสถานะหรือเมนูการจัดการ

ขั้นตอนที่ 3: เลือกเมนู TP/SL หรือ Modify

เลือกเมนูแก้ไขสถานะ โดยอาจแสดงเป็น TP/SL, Modify (แก้ไข) หรือชื่อใกล้เคียง ขึ้นอยู่กับหน้าจอ

ขั้นตอนที่ 4: ปรับระดับ TP

กรอกราคา TP ใหม่ หากต้องการเปลี่ยนเป้าหมายกำไร

ตรวจว่าตั้งถูกทิศตามสถานะซื้อหรือขาย

ขั้นตอนที่ 5: ปรับระดับ SL

กรอกราคา SL ใหม่ หากต้องการเปลี่ยนระดับความเสี่ยง

ก่อนปรับ SL ให้คิดว่าแนวใหม่ยังสอดคล้องกับแผนและความเสี่ยงที่รับได้หรือไม่

ขั้นตอนที่ 6: ยืนยันการเปลี่ยนแปลง

ตรวจระดับ TP และ SL ที่แก้ไขแล้ว จากนั้นแตะ Confirm หรือ Save เพื่อบันทึก


สิ่งที่ควรเช็กก่อนตั้ง SL และ TP

ก่อนตั้ง SL และ TP ควรทบทวน

ภาวะตลาด

  • ความผันผวน (volatility = ราคาเหวี่ยงแรงแค่ไหน)
  • สเปรด (spread = ส่วนต่างระหว่างราคา buy และ sell ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ)
  • สภาพคล่อง (liquidity = มีคนซื้อขายมากน้อย ส่งผลต่อการปิดที่ราคาต้องการ)

รูปแบบการเข้าเทรด

  • แนวรับแนวต้าน
  • กรอบเวลา (timeframe = ช่วงเวลาของแท่งเทียน เช่น 15 นาที 1 ชั่วโมง 1 วัน)

การบริหารความเสี่ยง

  • เลเวอเรจ (leverage = การใช้เงินกู้/วงเงินเพื่อขยายขนาดการเทรด ทำให้กำไร-ขาดทุนแกว่งมากขึ้น)
  • มาร์จินที่มี (available margin = เงินประกันที่ยังใช้เปิดสถานะเพิ่มได้)
  • ความเสี่ยงที่รับได้ (risk tolerance = ระดับขาดทุนที่ยอมรับได้โดยไม่กระทบแผน)

ควรหลีกเลี่ยงการตั้ง SL และ TP แบบสุ่ม ระดับเหล่านี้ควรยึดตามแผนเทรด ไม่ใช่กำหนดจาก “อยากได้กำไรเท่าไร” หรือ “ไม่อยากขาดทุนเท่าไร” อย่างเดียว


คำถามที่พบบ่อย

Stop loss ในการเทรดหมายถึงอะไร?

Stop loss คือคำสั่งปิดสถานะเมื่อราคามาถึงระดับขาดทุนที่กำหนด ช่วยกำหนดกรอบความเสี่ยงที่ยอมรับได้ต่อหนึ่งดีล

Take profit ในการเทรดหมายถึงอะไร?

Take profit คือคำสั่งปิดสถานะเมื่อราคามาถึงเป้าหมายกำไร ช่วยกำหนดจุดออกเมื่อราคาเป็นไปตามคาด

ตั้ง SL และ TP ก่อนส่งคำสั่งในแอป VT Markets ได้ไหม?

ได้ โดยติ๊ก TP/SL บนตั๋วส่งคำสั่งก่อน แล้วกรอกระดับ SL และ TP ที่ต้องการ

ปรับ SL และ TP หลังเปิดสถานะได้ไหม?

ได้ เลือกสถานะที่เปิดอยู่ แล้วใช้เมนู TP/SL หรือ Modify เพื่อปรับระดับ

ควรวาง stop loss และ take profit ไว้ตรงไหน?

ไม่มีตำแหน่งที่ใช้ได้กับทุกคน โดยทั่วไปจะอิงการวิเคราะห์กราฟ (technical analysis = อ่านพฤติกรรมราคาจากกราฟ) ระดับแนวรับแนวต้าน ความผันผวน และอัตราส่วนเสี่ยงต่อผลตอบแทน ควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนเทรด ไม่ใช่ตั้งแบบสุ่ม

Stop loss การันตีราคาปิดที่แน่นอนได้ไหม?

ไม่ได้เสมอไป หากตลาดผันผวนมาก เกิดช่องว่างราคา หรือสภาพคล่องต่ำ ราคาปิดจริงอาจต่างจากระดับ SL ที่ตั้งไว้

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

เรายินดีช่วยเหลือคุณ

คุยกับเรา

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code