การเทรด “มอร์นิงแกป” (Morning gap trading) ใช้ส่วนต่างของราคาระหว่าง “ราคาปิด” ของวันก่อนหน้า กับ “ราคาเปิด” ของวันถัดไป เพื่อมองหาโอกาสทำกำไร แกป (Gap: ช่องว่างราคา/ช่วงที่ราคาข้าม) มักเกิดเมื่อมีข่าว ผลประกอบการ เหตุการณ์เศรษฐกิจ หรือความรู้สึกของตลาดเปลี่ยน ทำให้แรงซื้อ-แรงขายไม่สมดุลในช่วงที่ตลาดปิด คู่มือนี้อธิบายการเกิดแกป รูปแบบ “แกปแล้วไปต่อ” เทียบกับ “แกปปิดช่องว่าง” วิธีอ่านตัวกระตุ้นราคา (Catalyst: เหตุการณ์/ข่าวที่ผลักดันราคา) และพฤติกรรมช่วงเปิดตลาด การจัดการจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และขนาดการลงทุน รวมถึงการนำไปใช้บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5
ประเด็นสำคัญ:
- มอร์นิงแกป คือช่องว่างบนกราฟระหว่าง “ราคาปิด” ของรอบก่อน กับ “ราคาเปิด” ของรอบใหม่
- แกปเกิดเพราะข่าว ผลประกอบการ และความรู้สึกของตลาดยังเปลี่ยนต่อ แม้ตลาดปิดทำการ
- รูปแบบหลักมี 2 แบบคือ gap and go (ไปต่อ/ตามแนวโน้มเดิม) และ gap fill (กลับไปปิดช่องว่าง ไปหาราคาปิดเดิม)
- การยืนยันด้วยปริมาณซื้อขาย (Volume confirmation: ดูว่า “ปริมาณซื้อขาย” เพิ่มขึ้นสนับสนุนทิศทางหรือไม่) และการกำหนด จุดตัดขาดทุน (Stop-loss: ราคาที่ออกจากการเทรดเพื่อจำกัดขาดทุน) ล่วงหน้า คือสิ่งที่ทำให้เป็น “แผน” ไม่ใช่ “เดา”
- ช่วงเปิดตลาดมักมี สเปรด (Spread: ส่วนต่างราคารับซื้อ-ขาย) กว้างขึ้น และเกิด สลิปเพจ (Slippage: ได้ราคาจริงต่างจากราคาที่ตั้งไว้/คลิก) ทำให้คุณภาพการส่งคำสั่งและความเสถียรของแพลตฟอร์มสำคัญมาก
ชั่วโมงแรกหลังเปิดตลาดมักเป็นช่วงที่อารมณ์นำการตัดสินใจ ราคาแกว่งเร็ว สเปรดกว้างขึ้น และคนที่ไม่มีแผนมักไล่ราคา
กลยุทธ์เทรดมอร์นิงแกป คือชุดกติกาสำหรับช่วงเวลานี้ โดยใช้ส่วนต่างระหว่างราคาปิดเมื่อวานกับราคาเปิดวันนี้เป็นสัญญาณ แทนการไล่ตามสินทรัพย์ที่กำลังวิ่งอยู่
กลยุทธ์เทรดแกปคืออะไร?

กลยุทธ์เทรดแกปคืออะไร? คือแนวทางที่มอง “ช่องว่างราคา” เป็นข้อมูลที่นำไปเทรดได้ แกปสะท้อนว่าระหว่างที่คุณเข้าเทรดไม่ได้ แรงซื้อ-แรงขาย (อุปสงค์-อุปทาน) เปลี่ยนไป และความไม่สมดุลนี้มักคลี่คลายได้ 2 ทาง คือราคาวิ่งต่อ หรือย้อนกลับไปใกล้จุดเดิม
การเทรดแกปพบได้ในหลายตลาด:
- CFD หุ้นและดัชนี (CFD: สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา ไม่ได้ถือสินทรัพย์จริง): มักมีช่วงปิด-เปิดรายวัน ทำให้เกิดแกปหลังประกาศผลประกอบการหรือข้อมูลเศรษฐกิจ
- ฟอเร็กซ์ (Forex: ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา): แกปที่พบบ่อยคือช่วงเปิดสัปดาห์ มากกว่ารายวัน
- สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ: อาจเกิดแกปจากข่าวการเมืองระหว่างประเทศที่ออกนอกเวลาทำการของตลาดหลัก
Gap Up vs Gap Down: 2 ทิศทางที่ต้องเจอ
Gap up คือเปิดตลาดสูงกว่าราคาปิดก่อนหน้า ส่วน gap down คือเปิดต่ำกว่า ทั้งสองอย่างเป็น “จุดเริ่มต้น” ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายด้วยตัวเอง
ยังแบ่งตาม “ขนาด/รูปแบบ” ได้:
- Full gap: ราคาเปิดอยู่นอกกรอบ “จุดสูงสุด-จุดต่ำสุด” ของวันก่อนทั้งชุด
- Partial gap: ราคาเปิดเลยจากราคาปิดวันก่อน แต่ยังอยู่ในกรอบสูง-ต่ำของเมื่อวาน
Full gap มักบอกว่ามีข่าว/เหตุการณ์หนุนแรง และมักตามมาด้วยความผันผวนสูง (Volatility: การแกว่งตัวแรงของราคา) ซึ่งมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง
ทำไมตลาดเปิดมาพร้อมแกป?
การรู้ “สาเหตุ” สำคัญกว่าการวัด “ขนาด” แกป 2% ที่เกิดจากผลประกอบการเซอร์ไพรส์ มักมีพฤติกรรมต่างจากแกป 2% ที่เกิดจากช่วงสภาพคล่องนอกเวลาเทรดที่บางมาก
แล้ว ทำไมตลาดถึงเปิดมีแกป? เพราะตลาดยัง “รับข่าวและตีความข้อมูล” ต่อ แม้ช่วงที่คุณส่งคำสั่งเทรดไม่ได้
สาเหตุที่พบบ่อยของมอร์นิงแกป
ตัวกระตุ้นที่พบบ่อย:
- ประกาศผลประกอบการ ที่ออกหลังปิดตลาดหรือก่อนเปิดตลาด
- การตัดสินใจของธนาคารกลาง และการประกาศดอกเบี้ย
- ข้อมูลเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ หรือการจ้างงาน
- เหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ที่เกิดข้ามคืนหรือช่วงสุดสัปดาห์
- คำสั่งซื้อขายของนักลงทุนรายใหญ่ (Institutional order flow: แรงซื้อขายของสถาบัน/รายใหญ่) ที่สะสมในช่วงก่อนเปิดตลาด
ข้อสรุปที่นำไปใช้ได้ทันที: ก่อนตลาดเปิด คุณควรบอกได้ว่าแกปเกิดจากอะไร ถ้าบอกไม่ได้ โอกาสสูงว่าเป็นการแกว่งแบบไม่มีประเด็น
พฤติกรรมของแกปในแต่ละตลาด
| ตลาด | มักเกิดแกปเมื่อไร | ตัวขับเคลื่อนหลัก |
| CFD หุ้น | รายวัน ตอนตลาดหุ้นเปิด | ผลประกอบการ ข่าวบริษัท |
| CFD ดัชนี | รายวัน และช่วงเปิดสัปดาห์ | ข้อมูลมหภาค ความเสี่ยงของตลาด (Risk sentiment: ความกล้าเสี่ยง/หลีกเลี่ยงความเสี่ยง) |
| ฟอเร็กซ์ | ส่วนใหญ่ช่วงเปิดวันอาทิตย์หรือวันจันทร์ | ข่าวสุดสัปดาห์และเหตุการณ์เชิงนโยบาย |
| ทองคำ (XAU/USD) | ช่วงเปิดสัปดาห์ และช่วงมีข้อมูลสำคัญ | การเมืองระหว่างประเทศ ความคาดหวังดอกเบี้ย |
หมายเหตุ: ตารางนี้ใช้เพื่ออธิบายแนวคิดเท่านั้น
ประเภทของแกปที่อยู่เบื้องหลังทุกกลยุทธ์มอร์นิงแกป
ไม่ใช่ทุกแกปที่คุ้มเสี่ยง การจัดประเภทแกปก่อนช่วยคัด “จังหวะที่ดี” ออกจากการแกว่งไร้ทิศทาง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มือใหม่มักข้าม
4 ประเภทแกปหลัก
| ประเภทแกป | สื่อถึงอะไร | แนวทางที่มักใช้ |
| Breakaway gap (แกปหลุดกรอบ) | เริ่มแนวโน้มใหม่หลังราคาอยู่ในกรอบ | เทรดไปตามทิศทางแกป |
| Runaway gap (แกปเร่งตัวตามเทรนด์) | แนวโน้มเดิมเร่งแรงขึ้น | เทรดไปตามทิศทางแกป |
| Exhaustion gap (แกปใกล้หมดแรง) | แนวโน้มเริ่มขาดแรงหนุน/คนเข้าร่วมลดลง | ระวังกลับตัว |
| Common gap (แกปทั่วไป) | แรงไม่ชัด ไม่มีเหตุผลเด่น | มักควรเลี่ยง |
หมายเหตุ: ตารางนี้ใช้เพื่ออธิบายแนวคิดเท่านั้น
ตัวกรองแบบง่าย:
- มีเหตุผลชัด + ปริมาณซื้อขายก่อนเปิดตลาด (Pre-market volume: ปริมาณซื้อขายช่วงก่อนตลาดหลักเปิด) หนาแน่น มักเอื้อต่อการไปต่อ
- เหตุผลอ่อน + ปริมาณบาง มักมีโอกาส “ปิดแกป”
- หาเหตุผลไม่ได้ มักควรงดเทรด
วิธีใช้กลยุทธ์มอร์นิงแกปแบบทีละขั้น
แกนของการทำให้ทำซ้ำได้คือทำตาม 4 ขั้นตอนเดิมทุกครั้ง ไม่ว่าคุณเทรดตลาดไหน
ขั้นที่ 1: ทำ Watchlist ก่อนเปิดตลาด
คัดกรองก่อนเปิด ไม่ใช่หลังเปิด มองหาเครื่องมือที่แกปชัดเมื่อเทียบกับราคาปิดเดิม มี ปริมาณซื้อขายก่อนเปิดตลาด และมีข่าว/เหตุการณ์ที่ระบุได้
ทำรายการให้สั้น 3–4 ตัวก็พอ ดูพร้อมกันเยอะเกินไปมักทำให้ทำไม่ดีสักตัว
ขั้นที่ 2: รอให้ “กรอบช่วงเปิด” ก่อตัว
การเข้าเทรดในไม่กี่วินาทีแรกเป็นจุดที่มือใหม่พลาดบ่อย เพราะสเปรดกว้างและทิศทางยังไม่นิ่ง
แนวทางที่รอบคอบกว่า:
- รอดูการเคลื่อนไหวของราคา (Price action: การขึ้นลงของราคา) 15–30 นาทีแรก เพื่อให้เกิดจุดสูง-จุดต่ำ
- ขีด “กรอบช่วงเปิด” (Opening range: ช่วงสูง-ต่ำของราคาใน 15–30 นาทีแรก) ลงบนกราฟ
- ใช้การทะลุกรอบ พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่ม เป็นจุดเริ่มลงมือ
ขั้นที่ 3: เลือกรูปแบบที่เล่น
คุณเลือกได้ 2 แนวคิดหลัก: ไปต่อ หรือย้อนกลับ
- Gap and go: เข้าไปตามทิศทางแกป เมื่อราคาทะลุจุดสูงของกรอบช่วงเปิด (กรณี gap up) พร้อมปริมาณซื้อขายหนุน
- Gap fill: เข้า “สวนแกป” เมื่อแรงเริ่มชะลอ เป้าหมายคือกลับไปหาราคาปิดของรอบก่อน
- Gap pullback: รอให้ราคาย่อลงเข้าใกล้ราคาปิดเดิม แล้วค่อยเข้าเมื่อเห็นสัญญาณว่าทิศทางเดิมเริ่มกลับมา
ขั้นที่ 4: กำหนดจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมาย ก่อนกดส่งคำสั่ง
ต้องกำหนดทุกระดับก่อนเริ่มเทรด ตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิดของ CFD ทองคำ (Gold CFD: เทรดส่วนต่างราคาอ้างอิงทองคำ):
- ราคาปิดก่อนหน้า: 2,400.00
- ราคาเปิดเช้า: 2,412.00 (เกิด gap up 12.00)
- จุดสูงของกรอบช่วงเปิดหลัง 30 นาที: 2,415.00
- จุดเข้า (gap and go): ตั้งคำสั่งซื้อแบบ Buy stop ที่ 2,415.50 (Buy stop: คำสั่งรอซื้อเมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับที่กำหนด)
- จุดตัดขาดทุน: 2,409.50 วางไว้ในช่องแกป
- เป้าหมาย: 2,427.50 ให้สัดส่วน ความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk-reward ratio: เสี่ยงเท่าไรเพื่อหวังกำไรเท่าไร) ประมาณ 1:2
หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ราคาตลาดจริง
การคุมความเสี่ยงในกลยุทธ์มอร์นิงแกป
การเทรดแกปรวมความผันผวนไว้ในช่วงสั้น ๆ การคุมความเสี่ยงจึงเป็นเส้นแบ่งระหว่าง “กลยุทธ์” กับ “เสียเงินโดยไม่จำเป็น”
การกำหนดขนาดสัญญา: วิธีคำนวณง่าย ๆ
เริ่มจาก “ยอมขาดทุนได้เท่าไร” ไม่ใช่ “อยากได้กำไรเท่าไร”
ตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด:
- เงินในบัญชี: 5,000
- ความเสี่ยงต่อครั้ง: 1% = 50
- ระยะห่างถึงจุดตัดขาดทุน: 6.00 จุด จากตัวอย่างทองคำด้านบน
- ขนาดการลงทุน: 50 ÷ 6.00 ≈ 8.3 หน่วยของมูลค่าการถือครอง (Exposure: มูลค่าที่เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงราคา)
หลักการใช้ได้กับทุกขนาดบัญชี กำหนดความเสี่ยงก่อน แล้วให้ระยะ Stop เป็นตัวกำหนดขนาดการลงทุน
การรับมือสเปรดและสลิปเพจช่วงเปิดตลาด
ช่วงเปิดตลาดเป็นช่วงที่ “ได้ราคาไม่ตรงที่คิด” ง่ายที่สุด:
- สเปรดกว้างขึ้น เมื่อสภาพคล่อง (Liquidity: ความหนาแน่นของผู้ซื้อผู้ขาย/ความง่ายในการซื้อขาย) บางลงตอนเปลี่ยนรอบตลาด
- สลิปเพจ อาจทำให้คำสั่งตัดขาดทุนถูกปิดที่ราคาที่แย่กว่าที่ตั้งไว้
- ตลาดที่วิ่งเร็วอาจขยับหลายจุดระหว่าง “กดส่งคำสั่ง” กับ “ได้ราคาจริง” (Fill: ราคาที่ระบบจับคู่ให้จริง)
วิธีลดผลกระทบ ได้แก่ รอให้สเปรดกลับมาใกล้ปกติก่อนค่อยเข้า ใช้คำสั่งแบบ Limit เมื่อเหมาะสม (Limit order: กำหนดราคาชัด ได้ราคาตามที่ตั้งหรือไม่ก็ไม่เข้า) และลดขนาดการลงทุนลงเล็กน้อยในช่วงมีข่าวแรง
กลยุทธ์มอร์นิงแกปสำหรับมือใหม่
กลยุทธ์มอร์นิงแกปสำหรับมือใหม่ ควรแคบและชัดกว่า: เลือกสินทรัพย์น้อยลง ขนาดเล็กลง กติกาเข้มขึ้น
เริ่มจากสินทรัพย์เดียวที่คุณเข้าใจอยู่แล้ว ทดลองเทรดในบัญชีเดโม (Demo: บัญชีทดลอง ไม่ใช้เงินจริง) อย่างน้อย 1 เดือน จดบันทึกแกปทุกครั้งที่เห็น ไม่ว่าจะได้เทรดหรือไม่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:
- เข้าเทรดทันทีตอนเปิดตลาดก่อนทิศทางชัด
- เทรดแกปที่หาเหตุผลรองรับไม่ได้
- คิดว่าแกปจะปิดทุกครั้ง ทั้งที่ Breakaway gap มักไม่ปิด
- ขยับจุดตัดขาดทุนให้ไกลขึ้นระหว่างถือ เพื่อเลี่ยงโดนปิด
- เพิ่มขนาดการลงทุนเพื่อเอาคืนหลังขาดทุนตอนเช้า
- ถือยาวเลยช่วงผันผวนโดยไม่มีเหตุผล
กรอบฝึก 1 เดือนแบบเป็นจริง
| สัปดาห์ | โฟกัส | ขนาดการลงทุน |
| 1 | สังเกตและจดบันทึกเท่านั้น | ไม่เปิดสถานะ |
| 2 | ฝึกส่งคำสั่งในเดโม | เดโม |
| 3 | เทรดจริง ขนาดต่ำสุด | เสี่ยง 0.5% |
| 4 | เทรดจริง ทบทวนรายสัปดาห์ | เสี่ยง 1% |
หมายเหตุ: กรอบนี้ใช้เพื่ออธิบายแนวคิดเท่านั้น
การเลือกแพลตฟอร์มสำหรับกลยุทธ์มอร์นิงแกป
เพราะการเทรดแกปต้องอาศัยการส่งคำสั่งในช่วงเวลาสั้น ๆ แพลตฟอร์มจึงมีผลมากกว่าการลงทุนระยะยาว
สิ่งที่ควรมองหา:
- รองรับ MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 พร้อมการส่งคำสั่งที่เชื่อถือได้ช่วงเปิดตลาด
- มีประเภทคำสั่งครบ เช่น คำสั่งหลายรูปแบบ รวมถึง buy stop, sell stop และ trailing stop (Trailing stop: จุดตัดขาดทุนที่ขยับตามราคาเมื่อไปทางที่เป็นกำไร)
- สเปรดแข่งขันได้สำหรับ การเทรด CFD ในหุ้น ดัชนี ฟอเร็กซ์ และสินค้าโภคภัณฑ์
- เครื่องมือกราฟที่ทำเครื่องหมาย “ราคาปิดเดิม” และ “กรอบช่วงเปิด” ได้ชัด
- มีบัญชีเดโมเพื่อทดสอบก่อนใช้เงินจริง
VT Markets ให้บริการใช้งาน MT4 และ MT5 ในหลายสินทรัพย์ พร้อมประเภทคำสั่งที่ช่วยวางแผนและบริหารการเทรดได้เป็นระบบ
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แกปราคาข้ามคืนในหุ้นและดัชนี ซึ่งเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าใจการเทรดแกปใน CFD ให้ชัดขึ้น
คำถามพบบ่อย (FAQs)
Q1: แกปทุกอันจะถูกปิดในที่สุดหรือไม่?
ไม่เสมอไป การปิดแกปเป็น “แนวโน้ม” ไม่ใช่กฎ โดย common gap มักปิดค่อนข้างบ่อย แต่ breakaway gap และ runaway gap ที่มีปริมาณซื้อขายหนุน มักไปต่อโดยไม่ย้อนกลับมาหาราคาปิดเดิม ควรวางแผนเผื่อกรณีปิดแกป แต่ไม่ควรยึดว่า “ต้องปิด”
Q2: ควรรอนานแค่ไหนหลังเปิดตลาดก่อนเข้าเทรดแกป?
หลายคนรอ 15–30 นาที เพื่อให้กรอบช่วงเปิดก่อตัวและสเปรดกลับมาใกล้ปกติ การรอลดโอกาสเข้าในจังหวะที่ทิศทางยังไม่นิ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าได้ราคาเข้าช้าลงเล็กน้อย
Q3: กลยุทธ์มอร์นิงแกปเหมาะกับฟอเร็กซ์หรือไม่?
ใช้ได้แต่ลักษณะต่างกัน ฟอเร็กซ์ซื้อขายเกือบตลอด 24 ชั่วโมง 5 วัน ทำให้แกปรายวันพบไม่มาก โอกาสหลักมักอยู่ช่วงเปิดสัปดาห์ หลังตลาดรับข่าวช่วงสุดสัปดาห์แล้วสะท้อนลงราคา
Q4: ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดของการเทรดแกปคืออะไร?
ความเสี่ยงด้านการส่งคำสั่งช่วงเปิดตลาด สเปรดที่กว้างขึ้นและสลิปเพจอาจทำให้ดีลที่วางแผนมาดี กลายเป็นดีลที่แย่ตั้งแต่ต้น การลดขนาดการลงทุนในไม่กี่นาทีแรกช่วยคุมความเสี่ยงนี้ได้
Q5: เทรดมอร์นิงแกปบน MT4 และ MT5 ได้หรือไม่?
ได้ ทั้งสองแพลตฟอร์มรองรับคำสั่งที่จำเป็น เช่น คำสั่งรอซื้อ/รอขายแบบ stop (Pending order: คำสั่งรอให้ราคาไปถึงก่อนค่อยทำงาน) การตั้ง stop-loss และ take-profit (Take-profit: จุดทำกำไรอัตโนมัติ) รวมถึงเครื่องมือกราฟสำหรับทำเครื่องหมายราคาปิดเดิม
เริ่มสร้างกลยุทธ์มอร์นิงแกปกับ VT Markets
กลยุทธ์มอร์นิงแกปให้ผลกับคนที่เตรียมตัวมากกว่าคนที่รีบ คนที่ทำได้ดีในชั่วโมงแรกมักไม่ใช่คนที่กดเร็วที่สุด แต่เป็นคนที่รู้เหตุผลก่อนตลาดเปิด กำหนดระดับราคาล่วงหน้า และรู้จุดที่ “ผิดทาง” ก่อนเข้าเทรด
สร้างนิสัยตามลำดับนี้: เห็นแกป จัดประเภท รอกรอบช่วงเปิด คำนวณขนาดการลงทุนจากจุดตัดขาดทุน ไม่ใช่จากเป้ากำไร แล้วทบทวนทุกสัปดาห์ รวมถึงครั้งที่เลือกไม่เทรด