วิธีเทรดดัชนี SA40 แบบชำระเงินสด

by VT Markets
/
Aug 19, 2026

ประเด็นสำคัญ:

  • ดัชนี SA40 Cash คือสัญญา CFD แบบไม่กำหนดวันหมดอายุ ที่อ้างอิงดัชนี FTSE/JSE Top 40 ซึ่งรวมบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่สุด 40 แห่งของแอฟริกาใต้
  • การเทรดดัชนีช่วยให้ลงทุนตามภาพรวมตลาดหุ้นแอฟริกาใต้ได้ในสถานะเดียว โดยไม่ต้องซื้อหุ้นจริง (ไม่ถือหุ้นอ้างอิง)
  • ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Long/ซื้อ) และขาลง (Short/ขาย) ใช้เลเวอเรจได้ และเทรดผ่าน MetaTrader 4/5 กับโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
  • ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการเข้าใจต้นทุนสัญญา ค่าใช้จ่ายค้างคืน ความอ่อนไหวต่อค่าเงินแรนด์ (ZAR) และการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย

หากต้องการลงทุนตามบริษัทชั้นนำของแอฟริกาใต้ในครั้งเดียว ดัชนี JSE Top 40 คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม แต่การซื้อหุ้นครบ 40 ตัวมีต้นทุนสูงและใช้เวลามาก จึงนิยมใช้ “ดัชนีแบบแคช (Cash index)” แทน

เมื่อเทรด SA40 cash คุณกำลังคาดการณ์ทิศทาง “ราคาของทั้งดัชนี” แทนการเลือกหุ้นรายตัว โดยเปิดสถานะเป็น สัญญา CFD (Contract for Difference: สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา) จึงมีโอกาสทำกำไรได้ทั้งตลาดขึ้นและตลาดลง

คู่มือนี้อธิบายว่าดัชนีคืออะไร วิธีเทรดแบบเป็นขั้นตอน ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง และกลยุทธ์ที่ใช้บ่อย เพื่อให้คุณเริ่มต้นและบริหารสถานะผ่านโบรกเกอร์ที่รองรับ MetaTrader 4 และ 5 ได้อย่างเป็นระบบ

SA40 Cash Index คืออะไร?

SA40 Cash คือ CFD ที่เคลื่อนไหวตามมูลค่าของดัชนี FTSE/JSE Top 40 (ตัวย่อ JTOPI) ซึ่งรวม 40 บริษัทใหญ่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โจฮันเนสเบิร์ก (JSE) จัดอันดับตาม “มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่นำมาลงทุนได้” (investable market capitalisation: มูลค่าบริษัทตามราคาหุ้น โดยคำนวณเฉพาะหุ้นที่ซื้อขายได้จริงในตลาด) หุ้น 40 ตัวนี้รวมกันคิดเป็นมากกว่า 80% ของมูลค่าตลาดรวมใน JSE จึงถูกมองเป็นดัชนีชี้วัดหลักของหุ้นแอฟริกาใต้

ดัชนี FTSE/JSE Top 40 (โบรกเกอร์บางรายแสดงเป็น CFD ชื่อ “SA 40”) เริ่มใช้เมื่อ 24 มิ.ย. 2002 โดยกำหนดค่าเริ่มต้น (base value: ค่าตั้งต้นเพื่อใช้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในอนาคต) ที่ 10,300.31 จุด

ดัชนีปิดปี 2025 ที่ 107,977.90 จุด เพิ่มขึ้นราว 43% (43.24%) และทำ จุดสูงสุดตลอดกาลระหว่างวัน (all-time intraday high: จุดสูงสุดที่เกิดขึ้นระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ไม่ใช่ราคาปิด) ราว 121,329 จุดในต้นเดือนมี.ค. 2026 ช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ดัชนีปรับฐานจากจุดสูงสุดและแกว่งใน กรอบ (range: ช่วงที่ราคาแกว่งขึ้นลงโดยยังไม่เลือกทิศทาง) ประมาณ 94,000–115,000 จุด โดยมีแนวรับเด่นแถว 105,000 จุด

หุ้น SA top 40 คืออะไร และส่งผลต่อดัชนีอย่างไร?

หุ้น SA top 40 คือหุ้นขนาดใหญ่ 40 ตัวที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี ครอบคลุมเหมืองแร่ การเงิน ค้าปลีก และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ดัชนีเป็นแบบ “ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด” (capitalisation-weighted: บริษัทมูลค่าตลาดยิ่งใหญ่ น้ำหนักยิ่งมาก จึงมีอิทธิพลต่อดัชนีมากกว่า) โดยหุ้น 10 อันดับแรกคิดเป็นราว 2 ใน 3 ของมูลค่าดัชนี

หุ้นสำคัญที่ควรติดตาม เช่น

  • Naspers และ Prosus: กลุ่มอินเทอร์เน็ตระดับโลกที่ถือหุ้น Tencent จำนวนมาก มักเป็นหุ้นน้ำหนักมากสุด
  • กลุ่มเหมืองแร่ขนาดใหญ่: BHP, Anglo American และ Glencore ทำให้ดัชนีอ่อนไหวต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities: วัตถุดิบซื้อขายในตลาด เช่น โลหะ น้ำมัน)
  • กลุ่มการเงิน: FirstRand, Standard Bank และ Capitec อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย
  • สินค้าหรูและผู้บริโภค: Richemont และ Shoprite ได้แรงหนุน/แรงกดดันจากอุปสงค์โลกและค่าเงินแรนด์

เพราะหลายบริษัทมีรายได้จากต่างประเทศ ดัชนีจึงเชื่อมโยงกับค่าเงินแรนด์ (ZAR) ค่อนข้างมาก เมื่อแรนด์อ่อน มักหนุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากรายได้ต่างประเทศ หรือหุ้นที่ทำหน้าที่ “กันความเสี่ยงค่าเงินแรนด์” (rand-hedge stocks: บริษัทที่รายได้เป็นเงินต่างประเทศ พอแรนด์อ่อนแล้วกำไรแปลงกลับเป็นแรนด์เพิ่ม) ทำให้ดัชนีมีโอกาสขึ้นได้ แม้เศรษฐกิจในประเทศชะลอ

ปัจจัยอะไรขับเคลื่อนราคา SA40 Cash?

SA40 มักขยับจากหลายปัจจัยพร้อมกัน และปัจจัยหลักจะเปลี่ยนไปตามข่าว

  • ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: ราคา ทองคำ แพลทินัม และแร่เหล็ก ส่งผลต่อกำไรของหุ้นเหมืองรายใหญ่โดยตรง
  • ค่าเงินแรนด์: แรนด์อ่อนมักหนุนหุ้นกลุ่ม rand-hedge ขณะที่แรนด์แข็งอาจกดดัน
  • ความต้องการรับความเสี่ยงของตลาดโลก (risk sentiment): เมื่อนักลงทุนระวังความเสี่ยง เงินมักไหลออกจาก “ตลาดเกิดใหม่” (emerging markets: ประเทศกำลังพัฒนาที่ตลาดการเงินยังผันผวนกว่า) เช่น แอฟริกาใต้ ไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย
  • อัตราดอกเบี้ย: การตัดสินใจดอกเบี้ยของ SARB (ธนาคารกลางแอฟริกาใต้) และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กระทบต้นทุนกู้ยืมและความน่าสนใจของหุ้น
  • ข่าวรายหุ้น: เพราะดัชนีกระจุกตัว หุ้นใหญ่อย่าง Naspers หรือกลุ่มเหมือง หากผันผวนแรงสามารถลากทั้งดัชนีได้

ตัวอย่างเช่น เม.ย. 2026 ราคาน้ำมันพุ่งและแรนด์อ่อนลง ทำให้ดัชนีร่วงแรงในวันเดียว สะท้อนว่าแรงกระแทกจากต่างประเทศสามารถส่งผ่านมาถึงตลาดในประเทศได้เร็ว

วิธีเทรด SA40 Cash

เมื่อเตรียมบัญชีพร้อมแล้ว ขั้นตอนการเทรด SA40 cash ทำได้ไม่ซับซ้อน ไม่ว่าคุณจะใช้โปรแกรมบนคอมพิวเตอร์หรือแอปมือถือ ขั้นตอนหลักมีดังนี้

ทีละขั้น: เปิดสถานะแรก

  1. เปิดบัญชีจริงและยืนยันตัวตนกับโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และมีสินทรัพย์ SA40 Cash ให้เทรด
  2. ฝากเงินเข้าบัญชี ด้วยวิธีที่สะดวก เช่น โอนเงิน บัตร หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์
  3. ติดตั้ง MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 หรือเข้าสู่ระบบผ่านแอปมือถือ
  4. ค้นหาสัญลักษณ์ SA40 ในหน้าต่าง Market Watch แล้วเปิดกราฟราคา
  5. เลือกทิศทาง ซื้อ (Long) หากคาดว่าดัชนีจะขึ้น หรือขาย (Short) หากคาดว่าจะลง
  6. กำหนดขนาดสัญญา (position size: ปริมาณการถือครอง) แล้วตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss: คำสั่งปิดเพื่อลดการขาดทุน) และจุดทำกำไร (take-profit: คำสั่งปิดเพื่อรับกำไร) ก่อนกดส่งคำสั่ง
  7. ติดตามและปรับการตั้งค่าความเสี่ยง เช่น เลื่อนจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาวิ่งไปทางที่คาด

ขั้นตอนคือส่วนที่ทำตามได้ ส่วนที่ต้องฝึกคือ “เข้าเมื่อไร และเข้าเพราะอะไร” กลยุทธ์ที่ใช้บ่อยมีดังนี้

กลยุทธ์เทรด SA40 cash ที่ใช้ได้ในหลายสภาพตลาด

สภาพตลาดต่างกันให้ผลกับกลยุทธ์ต่างกัน 4 แนวทางนี้ครอบคลุมสถานการณ์หลัก

  • ตามเทรนด์ (Trend following): เทรดตามทิศทางหลักของราคา โดยใช้ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังตามช่วงเวลา เพื่อดูแนวโน้ม) เพื่อยืนยันแรงส่งของราคา (momentum: ความแรงของการเคลื่อนไหว)
  • เทรดเบรกเอาต์ (Breakout trading): เข้าเมื่อราคาทะลุแนวรับ/แนวต้านสำคัญ พร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่ม (volume: จำนวนการซื้อขาย)
  • เทรดในกรอบ (Range trading): ซื้อใกล้แนวรับ ขายใกล้แนวต้าน เมื่อดัชนีแกว่งด้านข้าง
  • เทรดตามข่าว: วางสถานะตามการเคลื่อนไหวของแรนด์ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และการตัดสินใจดอกเบี้ยของ SARB

กลยุทธ์ตามเทรนด์มักเหมาะเมื่อมีธีมชัด เช่น การปรับขึ้นแรงตลอดปี 2025 แต่เมื่อราคาแกว่งและไม่ไปทางใดทางหนึ่ง การเทรดในกรอบและรอจังหวะมักให้ผลดีกว่า

เทรดเดอร์จำนวนมากผสมหลายวิธี โดยใช้สัญญาณเทรนด์ในช่วงตลาดแรง และสลับเป็นเทรดในกรอบเมื่อแรงส่งลดลง สิ่งสำคัญคืออ่านสภาพตลาดก่อนลงเงิน

ตัวอย่างการเทรดแบบคำนวณให้ดู

สมมติว่าดัชนีแกว่งสะสมพลัง (consolidation: ราคาแกว่งแคบเพื่อรอเลือกทิศทาง) ระหว่าง 105,000–108,000 และคุณเห็นการเบรกเหนือ 108,000 พร้อมปริมาณซื้อขายสูง จึงเปิด Long

  • จุดเข้า: ซื้อที่ 108,100 จำนวน 1 สัญญา มูลค่า R1 ต่อ 1 จุด
  • Stop-loss: ตั้งที่ 107,100 เสี่ยง 1,000 จุด หรือ R1,000
  • Take-profit: ตั้งที่ 110,100 เป้าหมาย 2,000 จุด หรือ R2,000
  • สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-reward): 1:2 คือยอมเสี่ยง R1,000 เพื่อหวังกำไร R2,000

หากเบรกเอาต์ไปต่อและถึงเป้าหมาย คุณได้กำไร R2,000 ก่อนหักต้นทุน หากไม่สำเร็จและชน stop-loss ขาดทุนถูกจำกัดไว้ที่ R1,000 รูปแบบที่วางแผนก่อนเข้าแบบนี้ช่วยแยกการเทรดอย่างมีวินัยออกจากการเสี่ยงดวง

ข้อควรรู้ก่อนเทรด SA40 cash

  • ติดตามตลาดโลก: ตลาดสหรัฐและยุโรปมักกำหนดบรรยากาศก่อน JSE เปิด ควรดูการเคลื่อนไหวข้ามคืน
  • ติดตามค่าเงินแรนด์: คู่เงิน USD/ZAR เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของทิศทางดัชนี
  • ระวังช่วงใกล้ปิดตลาด: สภาพคล่อง (liquidity: ความง่ายในการซื้อขายโดยไม่ทำให้ราคาผันผวนมาก) มักลดลงใกล้ 17:00 น. SAST ทำให้สเปรดกว้างขึ้น
  • เริ่มจากเดโม: ทดสอบแผนใน บัญชีเดโม ก่อนใช้เงินจริง

โบรกเกอร์อย่าง VT Markets รวมเครื่องมือกราฟ การส่งคำสั่งรวดเร็ว และแพลตฟอร์ม MetaTrader ไว้ในที่เดียว ทำให้ขั้นตอนทำงานง่ายขึ้น

ต้นทุนการเทรด SA40 Cash และรายละเอียดสัญญา

ก่อนส่งคำสั่ง ควรรู้ต้นทุนการถือสถานะ SA40 Cash CFD เป็นสัญญาแบบไม่กำหนดวันหมดอายุ (undated: ไม่มีวันสิ้นสุด) จึงถือได้ต่อเนื่อง ต้นทุนหลักมาจาก 3 ส่วน: สเปรด (spread: ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย), ค่าถือข้ามคืน (overnight financing: ค่าใช้เงิน/ดอกเบี้ยสำหรับการถือสถานะข้ามวัน) และค่าคอมมิชชั่น (commission: ค่าธรรมเนียมต่อการซื้อขาย) หากบัญชีของคุณมีเรียกเก็บ

รายละเอียดสัญญาที่ควรรู้

ราคา “แคชอินเด็กซ์” คำนวณจากสัญญาฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีวันชำระราคา/ส่งมอบกำหนดไว้) ที่ใกล้ที่สุดของ JSE แล้วตัด “ส่วนเพิ่มตามมูลค่ายุติธรรม” (fair value premium: ส่วนต่างที่สะท้อนดอกเบี้ย/เงินปันผลและต้นทุนถือครองในฟิวเจอร์ส) ออก เมื่อไม่มีส่วนเพิ่มนี้ ระบบจะคิดปรับยอดค่าถือรายวันสำหรับสถานะที่ถือข้าม “เวลาปรับยอดรายวัน” (daily reset: เวลาตัดยอดประจำวันเพื่อคำนวณค่าถือ) ประมาณ 16:50 น. SAST

รายการความหมาย
ประเภทสินค้าCFD แบบไม่กำหนดวันหมดอายุ (ดัชนีแคช) ไม่มีวันหมดอายุ
สินทรัพย์อ้างอิงดัชนี FTSE/JSE Top 40 (JTOPI) บริษัทใหญ่สุด 40 แห่งใน JSE
สกุลเงินตีราคาและชำระเป็นแรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR)
เวลาซื้อขายจันทร์–ศุกร์ ประมาณ 09:00–17:00 น. SAST (อิงเวลาตลาด JSE)
เวลาปรับยอดรายวันประมาณ 16:50 น. SAST; ถือผ่านเวลานี้จะมีค่าถือข้ามคืน
ทิศทางเปิด Long (ซื้อ) หรือ Short (ขาย)
แพลตฟอร์มMetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ

ตัวอย่างต้นทุนแบบง่าย

สมมติดัชนีอยู่ที่ 108,000 และคุณซื้อ 1 สัญญา โดย 1 จุดมีค่า R1 ต่อสัญญา

  • คุณซื้อที่ 108,000 และดัชนีขึ้นไป 109,000
  • ราคาไปทางคุณ 1,000 จุด
  • กำไรขั้นต้น = 1,000 × R1 = R1,000
  • หากดัชนีลงไป 107,000 คุณขาดทุน R1,000

จากนั้นคำนวณต้นทุน หากสเปรด 10 จุด เท่ากับต้นทุนโดยนัยประมาณ R10 ต่อการเข้า-ออก หากถือข้ามคืนจะมีค่าถือที่ถูกคำนวณตอน daily reset ต้นทุนใน 1 วันอาจไม่มาก แต่หากถือหลายสัปดาห์จะสะสม จึงควรรวมไว้ในแผนเสมอ

มาร์จิ้นและการกำหนดขนาดสถานะ

เลเวอเรจ (leverage: การใช้เงินประกันน้อยเพื่อควบคุมมูลค่าสัญญามาก) ช่วยเปิดสถานะใหญ่ด้วยเงินน้อย แต่ทำให้กำไรและขาดทุนขยายตามกัน ตารางนี้แสดงมาร์จิ้น (margin: เงินประกันที่ต้องวาง) สำหรับสถานะมูลค่าโดยนัย R108,000

เลเวอเรจมูลค่าโดยนัยมาร์จิ้นที่ต้องใช้
1:20R108,000R5,400
1:50R108,000R2,160
1:100R108,000R1,080

เลเวอเรจสูงใช้เงินประกันน้อยลง แต่การแกว่งสวนทางเล็กน้อยก็อาจกระทบเงินประกันมาก ผู้เริ่มต้นควรใช้เลเวอเรจต่ำก่อน และเพิ่มเมื่อทำผลลัพธ์ได้สม่ำเสมอ

SA40 Cash คุ้มค่าแก่การเทรดหรือไม่?

ไม่มีสินทรัพย์ที่เหมาะกับทุกคน ควรชั่งน้ำหนักข้อดีและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

เหตุผลที่หลายคนเลือกเทรดดัชนี

  • กระจายความเสี่ยงทันที: สถานะเดียวกระจายไปยังบริษัทชั้นนำ 40 แห่ง
  • ทำกำไรได้สองทาง: เปิด Long หรือ Short ได้
  • ผลตอบแทนระยะยาวเด่น: ปี 2025 เพิ่มขึ้นราว 43% และเติบโตต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ
  • สภาพคล่องและราคาค่อนข้างแน่น: ตลาดอ้างอิงมีการซื้อขายมาก ช่วยให้สเปรดแข่งขันได้ในเวลาตลาดเปิด
  • ใช้เงินเริ่มต้นน้อยกว่า: CFD ช่วยเปิดสถานะได้โดยไม่ต้องซื้อหุ้นครบทุกตัว

ความเสี่ยงที่ต้องบริหาร

  • ความเสี่ยงจากเลเวอเรจ: ขาดทุนขยายตัวได้เร็วเช่นเดียวกับกำไร
  • ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว: หุ้นใหญ่ไม่กี่ตัว เช่น Naspers สามารถทำให้ดัชนีผันผวนมาก
  • ความเสี่ยงค่าเงิน: ค่าแรนด์แกว่งแรงอาจขับดัชนีได้แม้ปัจจัยพื้นฐานบริษัทไม่เปลี่ยนมาก
  • ค่าถือข้ามคืน: ต้นทุนถืออาจกัดกินผลตอบแทนหากถือยาว

หากมีแผนผ่านการทดสอบและคุมความเสี่ยงได้ การเทรด SA40 cash เป็นวิธีมองภาพเศรษฐกิจแอฟริกาใต้ผ่านบริษัทขนาดใหญ่ได้โดยตรง เครื่องมือนี้ให้ผลกับความมีวินัยมากกว่าการคาดเดา

สรุปผลตอบแทนรายปีของ JSE Top 40

ตารางนี้แสดงระดับปิดรายปีและผลตอบแทน เพื่อช่วยมองความผันผวนของดัชนี

ปีระดับปิด (จุด)ผลตอบแทนรายปี
202167,052+23.3%
202266,956-0.1%
202370,495+5.3%
202475,381+6.9%
2025107,978+43.2%

แหล่งข้อมูล: FTSE Russell; Johannesburg Stock Exchange (JSE).; Investing.com

ผลตอบแทนโดดเด่นในปี 2025 สะท้อนว่าดัชนีสามารถวิ่งแรงได้ ขณะที่ปี 2022 ที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงย้ำว่า “ผลตอบแทนไม่การันตี”

การบริหารความเสี่ยงเมื่อเทรด SA40 Cash

กลยุทธ์ช่วยหาจังหวะ แต่การบริหารความเสี่ยงช่วยให้อยู่ในตลาดได้นาน เป้าหมายคือไม่ให้ดีลเดียวทำให้พอร์ตเสียหายหนัก

กติกาง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริง

  • เสี่ยงไม่เกิน 1–2% ของพอร์ตต่อ 1 ดีล
  • ตั้ง stop-loss ทุกครั้ง
  • กำหนดขนาดสถานะจากระยะ stop-loss ไม่ใช่จากความมั่นใจ
  • หลีกเลี่ยงการถัวขาดทุนเพราะหวังให้ราคากลับเร็ว
  • ทำบันทึกการเทรด (trading journal: จดเหตุผลเข้าออก ผลลัพธ์ และบทเรียน) เพื่อทบทวนและปรับปรุง

หากพอร์ต R20,000 และยึดกฎเสี่ยง 2% คุณจะขาดทุนไม่เกิน R400 ต่อดีล วินัยนี้ช่วยรับช่วงขาดทุนต่อเนื่องได้ และยังมีเงินสำหรับโอกาสถัดไป โดยเฉพาะเมื่อใช้เลเวอเรจ เพราะทำให้ราคาแค่ขยับเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่การถูกเรียกเติมเงินประกัน (margin call: แจ้งให้เติมเงิน/ลดสถานะเมื่อเงินประกันไม่พอ)

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

ใช้เลเวอเรจมากเกินไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้เลเวอเรจสูงเกินจำเป็น เลเวอเรจสูงดูเหมือนใช้เงินคุ้ม แต่ราคาแค่สวนเล็กน้อยก็ทำให้พอร์ตเสียหายได้ ผู้เริ่มต้นมักมอง “เลเวอเรจสูงสุด” เป็นเป้าหมาย ทั้งที่ควรเป็นเพดาน เริ่มแบบระมัดระวังและเพิ่มเมื่อทำกำไรได้สม่ำเสมอ

มองข้ามค่าถือข้ามคืน

SA40 Cash CFD มีค่าถือรายวัน หากถือหลายสัปดาห์โดยไม่คำนวณต้นทุน กำไรอาจค่อย ๆ ลดลง ควรรวมค่าถือไว้เสมอ และหากต้องการถือเป็นสัปดาห์ ๆ อาจพิจารณาฟิวเจอร์สที่มีวันครบกำหนด ซึ่งบางสถานการณ์อาจคุ้มกว่า

เทรดโดยไม่มีแผน

การเข้าเพราะความรู้สึก โดยไม่กำหนด stop และเป้าหมาย มักนำไปสู่ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ ควรกำหนดจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายก่อนส่งคำสั่ง หากไม่เข้าเกณฑ์ แปลว่าควรรอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

SA40 Cash คืออะไร?

SA40 Cash คือ CFD แบบไม่กำหนดวันหมดอายุ ที่อ้างอิงดัชนี FTSE/JSE Top 40 ช่วยให้คาดการณ์ทิศทางราคาของ 40 บริษัทใหญ่ที่สุดในแอฟริกาใต้ได้โดยไม่ต้องถือหุ้นจริง และทำได้ทั้ง Long และ Short

SA40 Cash ต่างจาก SA40 futures อย่างไร?

SA40 Cash ไม่มีวันหมดอายุ แต่มีค่าถือรายวัน เหมาะกับการเทรดระยะสั้นถึงกลาง ส่วน SA40 futures มีวันชำระราคาคงที่ และมักมีส่วนต่างมูลค่ายุติธรรม (fair value) จึงเหมาะเมื่ออยากถือให้ตรงกับช่วงเวลาที่กำหนด

เวลาเทรด SA40 Cash คือช่วงไหน?

อิงเวลาซื้อขายของ JSE คือจันทร์–ศุกร์ ประมาณ 09:00–17:00 น. ตามเวลาแอฟริกาใต้ (SAST) และมี daily reset ราว 16:50 น. SAST หลังจากนั้นหากยังถือสถานะจะมีค่าถือข้ามคืน

ต้องใช้เงินเท่าไรถึงเริ่มเทรด SA40 Cash ได้?

ขึ้นอยู่กับเลเวอเรจและขนาดสัญญาที่โบรกเกอร์กำหนด เพราะใช้มาร์จิ้นจึงเปิดสถานะได้ด้วยเงินเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าโดยนัย ตัวอย่างสถานะมูลค่า R108,000 หากใช้เลเวอเรจ 1:100 จะต้องใช้มาร์จิ้นราว R1,080 แต่ควรมีเงินสำรองเผื่อราคาวิ่งสวนทาง

SA40 Cash มีค่าถือข้ามคืนหรือไม่?

มี หากถือผ่าน daily reset จะถูกคิดค่าถือข้ามคืน สำหรับเดย์เทรดที่ปิดก่อนเวลานี้จะไม่โดนค่าถือข้ามคืน

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code