ประเด็นสำคัญ:
- ความลึกของตลาด (Market depth) แสดงคำสั่งซื้อและคำสั่งขายที่รออยู่ในแต่ละระดับราคา บอกได้ว่าตลาดรับปริมาณการซื้อขายได้มากแค่ไหนก่อนที่ราคาจะขยับ
- ข้อมูลนี้ดูได้จากสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order book) หรือที่เรียกว่าความลึกของตลาด (Depth of Market: DOM) และจากกราฟความลึกของตลาด (Depth chart)
- การอ่าน Market depth ช่วยประเมินสภาพคล่อง (Liquidity: ซื้อขายได้ง่ายแค่ไหนโดยราคาไม่แกว่งมาก) หา “ออเดอร์ก้อนใหญ่” และลดสลิปเพจ (Slippage: ได้ราคาจริงต่างจากราคาที่คาด)
- บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 กับ VT Markets คุณดูข้อมูลตลาดระดับ 2 (Level 2: เห็นหลายระดับราคาในสมุดคำสั่ง) เพื่อวางจุดเข้า–ออกได้แม่นขึ้น
ราคาที่เห็นบนหน้าจอเกิดจากแรงซื้อและแรงขายชนกันตลอดเวลา Market depth ช่วยให้เห็น “คิวคำสั่ง” ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายแบบเรียลไทม์ ไม่ได้มีแค่ราคาจุดเดียว
สำหรับเทรดเดอร์ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง: เก็งกำไรจากส่วนต่างราคาโดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง) การอ่าน Market depth ช่วยอธิบายว่าทำไมราคาจึงขยับ บทความนี้สรุปวิธีทำงาน วิธีอ่านทีละขั้น และวิธีนำไปใช้ตัดสินใจเทรดให้คมขึ้น
Market Depth คืออะไร

พูดง่าย ๆ คือ “ปริมาณคำสั่งซื้อและขายแบบกำหนดราคา” ที่รอจับคู่ซื้อขายอยู่ตามระดับราคาต่าง ๆ รอบราคาปัจจุบัน ตลาดที่มีคำสั่งรอหนาแน่นทั้งสองฝั่งเรียกว่า “ตลาดลึก (Deep)” ส่วนตลาดที่คำสั่งรอน้อยเรียกว่า “ตลาดตื้น/บาง (Thin/Shallow)”
สิ่งที่ Market depth ตอบได้ แต่กราฟราคาอย่างเดียวตอบไม่ได้ คือ “ถ้าจะซื้อขายจำนวนมาก จะทำให้ราคาไหลไปทางเสียเปรียบมากแค่ไหน”
ประเด็นที่ควรจำ:
- ตลาดลึก รองรับออเดอร์ใหญ่ได้ โดยราคาเคลื่อนไหวน้อย
- ตลาดบาง เมื่อมีออเดอร์ใหญ่เข้ามา ราคามักแกว่งแรง
- ภาพความลึกเปลี่ยนทุกวินาที เพราะมีการตั้งคำสั่ง จับคู่ และยกเลิกคำสั่งตลอดเวลา
Depth of Market (DOM) และสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order Book)
สมุดคำสั่งซื้อขาย (Order book) คือรายการคำสั่งซื้อและขายของสินทรัพย์นั้น ๆ แบบเรียลไทม์ เรียงตามราคา มุมมองนี้มักเรียกว่า Depth of Market (DOM)
Order book มี 2 ฝั่ง:
- ฝั่ง Bid คือฝั่งผู้ซื้อ พร้อมราคาที่พร้อมจ่าย
- ฝั่ง Ask (หรือ Offer) คือฝั่งผู้ขาย พร้อมราคาที่ต้องการขาย
Bid ที่สูงที่สุด และ Ask ที่ต่ำที่สุด จะอยู่ใกล้กันที่สุด ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า “สเปรด (Bid-Ask spread: ส่วนต่างราคาซื้อกับราคาขาย)” คำสั่งที่เรียงซ้อนอยู่เหนือ–ใต้ระดับนั้นคือ “ความลึก” หรือคิวคำสั่งที่รออยู่
กราฟความลึกของตลาด (Market Depth Chart) แสดงอะไร
กราฟนี้แปลง Order book ให้เป็นภาพ โดยแกนนอนเป็นราคา และแกนตั้งเป็น “ปริมาณคำสั่งสะสม” (Cumulative volume: รวมปริมาณคำสั่งตามระดับราคา)
โดยทั่วไปจะเห็น:
- เส้นขั้นบันไดสีเขียวฝั่งหนึ่ง แทนคำสั่งซื้อที่รออยู่
- เส้นขั้นบันไดสีแดงอีกฝั่ง แทนคำสั่งขายที่รออยู่
- ช่องว่างตรงกลาง คือสเปรด
ถ้าเห็น “กำแพง” สูงชัน แปลว่ามีคำสั่งหนาแน่น ตลาดลึก แต่ถ้าเส้นเตี้ยและแบน แปลว่าตลาดบาง ราคาอาจไหลเร็ว
Market Depth ทำงานอย่างไร
Market depth เกิดจากคำสั่งแบบกำหนดราคา (Limit order: สั่งซื้อ/ขายที่ราคาที่กำหนดไว้) เป็นหลัก การเข้าใจว่าคำสั่งเหล่านี้เรียงตัวอย่างไรคือหัวใจของการอ่านภาพรวม
1. Bid, Ask และระดับราคา
Limit order คือคำสั่งซื้อหรือขายที่ “ระบุราคา” คำสั่งจะไปรวมกันตามระดับราคาที่เลือก และรวมกันเป็นความลึกที่เห็นบนหน้าจอ
ตัวอย่างสมุดคำสั่งของ EUR/USD แบบย่อ:
| ฝั่ง | ราคา | ขนาด (ล็อต) |
| Ask | 1.0855 | 40 |
| Ask | 1.0854 | 25 |
| Ask | 1.0853 | 12 |
| Bid | 1.0852 | 15 |
| Bid | 1.0851 | 30 |
| Bid | 1.0850 | 60 |
จากตัวอย่างนี้:
- Bid ที่ดีที่สุด (ดีที่สุดสำหรับผู้ขาย) คือ 1.0852 และ Ask ที่ดีที่สุด (ดีที่สุดสำหรับผู้ซื้อ) คือ 1.0853
- สเปรดคือ 1 ปิ๊ป (Pip: หน่วยการขยับราคาขั้นต่ำของคู่เงิน โดยทั่วไป 0.0001 สำหรับคู่หลัก)
- มีออเดอร์ซื้อ 60 ล็อตที่ 1.0850 อาจทำหน้าที่เป็นแนวรับระยะสั้น (Support: ระดับราคาที่แรงซื้อพยุงไว้)
2. ข้อมูลตลาด Level 1 vs Level 2
แหล่งข้อมูลราคาแต่ละแบบให้ “ความลึก” ต่างกัน ประเภทข้อมูลจึงสำคัญ
| หัวข้อ | Level 1 | Level 2 |
| ราคาที่แสดง | แสดงเฉพาะ Bid และ Ask ที่ดีที่สุด | แสดงหลายระดับราคา ทั้งฝั่ง Bid และ Ask |
| ความลึกที่เห็น | ไม่เห็นลึกกว่าราคาบนสุด | เห็นความลึกของสมุดคำสั่งมากขึ้น |
| เหมาะกับ | ดูราคาคร่าว ๆ | วิเคราะห์ความลึกของตลาด |
Level 1 เห็นแค่ “ชั้นบนสุด” เพียงพอสำหรับดูราคา แต่ Level 2 จะเห็นคิวคำสั่งถัด ๆ ไป จึงเหมาะกับการวิเคราะห์ Market depth มากกว่า
3. วัดความลึกของตลาดอย่างไร
ความลึกวัดจาก “ปริมาณคำสั่ง” ในแต่ละระดับราคา และการกระจายตัวของคำสั่งจากราคาปัจจุบันว่าห่างออกไปแค่ไหน
โดยทั่วไปเทรดเดอร์จะดู:
- ขนาดคำสั่ง ในแต่ละระดับ (แสดงเป็นล็อต/สัญญา/หน่วย โดยล็อตในฟอเร็กซ์คือขนาดมาตรฐานของการซื้อขาย)
- จำนวนระดับราคา ที่ยังมีปริมาณนัยสำคัญ
- ความสมดุล ระหว่างฝั่ง Bid กับฝั่ง Ask
เครื่องมือชี้วัดความลึกของตลาด (Market depth indicator: เครื่องมือบนแพลตฟอร์มที่สรุปขนาดคำสั่งในแต่ละระดับ) บนแพลตฟอร์มอย่าง MetaTrader 5 จะช่วยแสดงภาพรวม เพื่อประเมินแรงซื้อ–แรงขายได้เร็วขึ้น
วิธีอ่าน Market Depth
การอ่าน Order book ต้องฝึก แต่สามารถทำเป็นขั้นตอนซ้ำ ๆ ได้
1. อ่าน DOM Ladder และ Order Book
DOM ladder จะแสดงราคาเป็นคอลัมน์แนวตั้ง โดย Bid อยู่ใต้ราคาปัจจุบัน และ Ask อยู่เหนือราคา วิธีอ่าน:
- เริ่มที่กึ่งกลาง หา Bid และ Ask ที่ดีที่สุด แล้วดูสเปรด
- ไล่ดูฝั่ง Bid หากมีขนาดก้อนใหญ่ อาจสะท้อนแรงซื้อและเป็นแนวรับได้
- ไล่ดูฝั่ง Ask หากมีขนาดก้อนใหญ่ อาจสะท้อนแรงขายและเป็นแนวต้าน (Resistance: ระดับราคาที่แรงขายกดไว้) ได้
- สังเกตการเปลี่ยนแปลงของขนาดคำสั่ง คำสั่งโผล่มา–หายไปบอกทิศทางความรู้สึกตลาด
เคล็ดลับ: โฟกัสจุดที่ปริมาณคำสั่ง “กระจุกตัว” มากกว่าดูทุกบรรทัด เพราะระดับที่หนาสุดมักมีนัยสำคัญกว่า
2. อ่านกราฟความลึกของตลาด
กราฟให้ข้อมูลเดียวกันในรูปแบบภาพ
- กำแพงสีเขียวสูงฝั่งซื้อ สะท้อนอุปสงค์ (Demand: ความต้องการซื้อ) แข็งแรง
- กำแพงสีแดงสูงฝั่งขาย สะท้อนอุปทาน (Supply: ปริมาณเสนอขาย) มาก
- ความชันใกล้ราคาปัจจุบันมาก แปลว่ามีคำสั่งรองรับ ราคาไหลยากกว่า
- เส้นแบน แปลว่าตลาดบาง ราคาไหลเร็วได้
เทียบสองฝั่งเข้าหากัน หากกำแพงฝั่งซื้อสูงกว่าฝั่งขายมาก แรงกดดันระยะสั้นอาจเอนขึ้น และหากกลับกันก็อาจเอนลง
3. หา Buy Wall และ Sell Wall
Buy wall คือคำสั่งซื้อก้อนใหญ่ที่กระจุกในระดับราคาเดียว ส่วน Sell wall คือคำสั่งขายก้อนใหญ่ลักษณะเดียวกัน มักทำหน้าที่เป็น “กำแพง” ชั่วคราว
- Buy wall อาจช่วยชะลอหรือหยุดการลง ทำหน้าที่คล้ายแนวรับ
- Sell wall อาจจำกัดการขึ้น ทำหน้าที่คล้ายแนวต้าน
- ถ้ากำแพงถูกจับคู่ซื้อขายหมด หรือถูกยกเลิก ราคาอาจวิ่งผ่านระดับนั้นเร็ว
ข้อควรระวัง: กำแพงไม่ใช่คำมั่น สามารถยกเลิกได้ทันที ควรมองเป็นสัญญาณประกอบ
Market Depth กับสภาพคล่อง

Market depth และ สภาพคล่อง (Liquidity) เกี่ยวข้องกันมาก แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
Market Depth เท่ากับสภาพคล่องหรือไม่
ไม่เท่ากัน สภาพคล่อง คือความสามารถในการซื้อขายได้เร็ว โดยราคาไม่ขยับมาก ส่วน Market depth เป็น “ส่วนหนึ่งที่วัดได้” ของสภาพคล่อง คือปริมาณคำสั่งที่รออยู่ใกล้ราคาปัจจุบัน
- ตลาดลึก มักสภาพคล่องสูง
- ตลาดบาง มักสภาพคล่องต่ำกว่า
- Depth เป็นตัวชี้วัดแบบเรียลไทม์ ส่วนสภาพคล่องเป็นภาพรวมของภาวะการซื้อขาย
Market Depth vs ปริมาณซื้อขาย (Trading Volume)
ปริมาณซื้อขาย (Trading volume) คือจำนวนที่ “เกิดการซื้อขายไปแล้ว” ส่วน Market depth คือคำสั่งที่ “ยังรอ” ให้จับคู่
- Volume คืออดีต บอกว่าเกิดการซื้อขายอะไรไปแล้ว
- Depth คือปัจจุบัน บอกว่ามีคำสั่งรออยู่เท่าไรตอนนี้
- ทั้งคู่สำคัญ แต่ Depth ช่วยเห็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นถัดไป
ตลาดลึก vs ตลาดบาง
ความต่างของตลาดลึกและตลาดบางมีผลต่อทุกออเดอร์
| ปัจจัย | ตลาดลึก | ตลาดบาง |
| ปริมาณคำสั่ง | สูง กระจายหลายระดับราคา | ต่ำ มีไม่กี่ระดับ |
| สเปรด | แคบ | กว้าง |
| ความเสี่ยงสลิปเพจ | ต่ำ | สูง |
| ตัวอย่าง | EUR/USD ช่วงลอนดอนเปิด | คู่เงินรองมาก ๆ ช่วงดึก |
คู่เงินหลักช่วงเวลาคึกคักมักตลาดลึก แต่ในช่วงเงียบ ตลาดอาจบางลง สเปรดกว้างขึ้น และแกว่งสะบัดมากขึ้น
ทำไม Market Depth สำคัญกับเทรดเดอร์
Market depth กระทบราคาที่ได้จริง ต้นทุนการเข้าออก และจังหวะการเทรด
Market Depth กระทบราคาและสลิปเพจอย่างไร
สลิปเพจ (Slippage) คือส่วนต่างระหว่างราคาที่คาดว่าจะได้กับราคาที่ได้จริง Depth เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสลิปเพจ
สมมติคุณส่งคำสั่งซื้อแบบราคาตลาด (Market order: สั่งซื้อ/ขายทันทีตามราคาที่มีในตลาด) เพื่อซื้อ EUR/USD 30 ล็อต และฝั่ง Ask มีดังนี้:
- 1.0853 จำนวน 12 ล็อต
- 1.0854 จำนวน 25 ล็อต
คำสั่งจะจับคู่ได้ 12 ล็อตที่ 1.0853 และอีก 18 ล็อตที่ 1.0854 ทำให้ราคาเฉลี่ยที่ได้คือ:
(12 x 1.0853 + 18 x 1.0854) / 30 = 1.08536
แย่กว่าราคา Ask ที่ดีที่สุดราว 0.6 ปิ๊ป หากเป็นตลาดลึก ส่วนต่างมักน้อยกว่า แต่ถ้าตลาดบาง อาจมากกว่านี้มาก
Market Depth เกี่ยวข้องกับสเปรดอย่างไร
สเปรดกับความลึกมักเคลื่อนไหวไปด้วยกัน สมุดคำสั่งที่ลึกมักมีสเปรดแคบ เพราะมีคำสั่งแข่งขันใกล้ราคาบนสุดจำนวนมาก
- ความลึกหนาใกล้ราคาบนสุด ช่วยให้สเปรดแคบ
- ความลึกบาง ทำให้สเปรดกว้างได้ง่าย
- หากความลึกลดฮวบ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสเปรดมีโอกาสกว้างขึ้น
ใช้ Market Depth จับจังหวะเข้า–ออก
แนวทางสำหรับเทรดระหว่างวัน (Intraday: ซื้อขายภายในวัน) คืออ่านกระแสคำสั่ง (Order flow: ทิศทางและแรงของคำสั่งที่ไหลเข้า–ออกตลาด) เพื่อจับจังหวะเข้า–ออกให้ละเอียดขึ้น
วิธีใช้แบบปฏิบัติ:
- เข้าใกล้แนวรับที่ชัด เมื่อเห็น buy wall บ่งชี้ว่ามีแรงซื้อป้องกันระดับนั้น
- ทยอยปิดกำไร ก่อนถึง sell wall ใหญ่ที่อาจกดราคาไว้
- ลดสถานะบางส่วนเมื่อความลึกฝั่งที่คุณได้เปรียบเริ่มบาง เพราะราคาอาจเคลื่อนเร็ว
- เลี่ยงส่ง market order ขนาดใหญ่ในจุดที่ความลึกบาง เพื่อลดสลิปเพจ
เคล็ดลับ: ใช้ Order book ร่วมกับสัญญาณจากกราฟราคา (Price action: การเคลื่อนไหวของราคา) เพราะ Depth ช่วยยืนยันสิ่งที่กราฟกำลังบอก และทำให้เห็นแรงซื้อ–ขายแบบสด
Market Depth ในสินทรัพย์แต่ละประเภท
ความลึกมีพฤติกรรมต่างกันในแต่ละตลาด การรู้ลักษณะเฉพาะช่วยตั้งความคาดหวังให้ถูก
1. Market Depth ในฟอเร็กซ์ (Forex)
ฟอเร็กซ์เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงมาก ตามรายงาน BIS Triennial Central Bank Survey มูลค่าการซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั่วโลกเฉลี่ยราว 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวันในเดือนเมษายน 2025 เพิ่มขึ้น 28% จาก 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวันในเดือนเมษายน 2022
- คู่เงินหลัก เช่น EUR/USD มักมีสมุดคำสั่งหนาแน่น
- ความลึกมักสูงสุดช่วงเวลาที่ลอนดอนและนิวยอร์กทับซ้อนกัน
- เทรดเดอร์ CFD ฟอเร็กซ์สามารถดู Order book บน MT4 และ MT5 ได้
หมายเหตุ: ฟอเร็กซ์เป็นตลาดไร้ศูนย์กลาง (Decentralised: ไม่มีตลาดกลางเดียว) ดังนั้น Depth ที่เห็นจะขึ้นกับผู้ให้สภาพคล่องของโบรกเกอร์ ไม่ใช่สมุดคำสั่งกลางแห่งเดียว
2. Market Depth ในหุ้น (Stocks)
หุ้นซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์ (Centralised exchange: มีศูนย์กลาง) ทำให้ Order book มีมาตรฐานมากกว่า
- หุ้นขนาดใหญ่ (Large-cap: บริษัทใหญ่ มูลค่าตลาดสูง) มักมี Order book หนาแน่น
- หุ้นขนาดเล็ก (Small-cap: บริษัทเล็ก) อาจบางและสเปรดกว้าง
- ข้อมูล Level 2 ถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยผู้เทรดหุ้นและ CFD หุ้น
3. Market Depth ในคริปโท (Crypto)
ความลึกของคริปโทแตกต่างมากตามเหรียญและแพลตฟอร์มซื้อขาย
- เหรียญหลักบนแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ อาจมี Depth สูง
- โทเคนเล็กมักบางและผันผวน (Volatile: ราคาแกว่งแรง)
- เทรดเดอร์คริปโทจับตา buy wall และ sell wall อย่างใกล้ชิด
คริปโทซื้อขาย 24 ชั่วโมง ความลึกจึงเปลี่ยนเร็วตามเวลาที่แต่ละภูมิภาคเริ่ม–หยุดกิจกรรม
ข้อจำกัดของ Market Depth
Market depth มีประโยชน์มาก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด การอ่านให้ดีต้องรู้สิ่งที่มันบอกไม่ได้
1. Market Depth ถูกบิดเบือนได้หรือไม่
ได้ กลยุทธ์ที่พบได้คือ “สปูฟฟิง (Spoofing: ตั้งคำสั่งก้อนใหญ่เพื่อหลอกให้คนอื่นคิดว่ามีแรงซื้อ/ขาย แต่ตั้งใจยกเลิกก่อนโดนจับคู่)”
- Spoofing ทำให้เหมือนมีอุปสงค์หรืออุปทานมากกว่าความจริง
- คำสั่งก้อนใหญ่สามารถหายไปทันทีเมื่อราคาเข้าใกล้
- Spoofing ผิดกฎหมายในตลาดที่มีการกำกับดูแล แต่ยังพบได้
จึงควรมอง “กำแพง” ในสมุดคำสั่งเป็นสัญญาณประกอบ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน
2. Market Depth ไม่แสดงอะไรบ้าง
Order book แสดงเฉพาะ Limit order ที่มองเห็น จึงไม่รวมหลายอย่าง เช่น:
- คำสั่งซ่อน/ไอซ์เบิร์ก (Hidden/Iceberg order) คือออเดอร์ใหญ่ที่แสดงให้เห็นเพียงบางส่วน
- คำสั่งราคาตลาด (Market order) ที่เข้ามาทันทีโดยไม่แสดงล่วงหน้าในคิว
- เหตุผล ของการตั้งคำสั่ง เช่น ข่าว หรือการทำเฮดจ์ (Hedging: ทำธุรกรรมเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนราคา)
ควรใช้ร่วมกับกราฟราคา ข่าว และการบริหารความเสี่ยง (Risk management: การกำหนดขนาดการลงทุน จุดตัดขาดทุน และการคุมความเสี่ยงรวม) ไม่ควรใช้ลำพัง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1: Market depth ในการเทรดคืออะไร?
คือปริมาณคำสั่งซื้อและขายแบบกำหนดราคาที่รออยู่ตามระดับราคาต่าง ๆ รอบราคาปัจจุบัน ช่วยบอกว่าซื้อขายได้มากแค่ไหนก่อนราคาจะขยับ โดยดูผ่านสมุดคำสั่งซื้อขาย (Order book) หรือ DOM
Q2: Market depth เท่ากับสภาพคล่องหรือไม่?
ไม่เท่ากัน Market depth เป็นตัวชี้วัดหนึ่งของสภาพคล่อง โดยเน้นปริมาณคำสั่งใกล้ราคาปัจจุบัน ส่วนสภาพคล่องคือความง่ายในการซื้อขายโดยราคาไม่ขยับมาก และยังขึ้นกับปริมาณการซื้อขายและความเร็วในการจับคู่คำสั่ง
Q3: ข้อมูลตลาด Level 1 กับ Level 2 ต่างกันอย่างไร?
Level 1 แสดงเฉพาะ Bid และ Ask ที่ดีที่สุด ส่วน Level 2 แสดงหลายระดับราคาทั้งสองฝั่ง ทำให้เห็น Order book ลึกขึ้น ผู้ที่ต้องการวิเคราะห์ Depth ควรใช้ Level 2
Q4: Buy wall คืออะไร?
Buy wall คือคำสั่งซื้อจำนวนมากที่กระจุกในระดับราคาเดียว อาจเป็นแนวรับระยะสั้น ช่วยชะลอการลงของราคา จนกว่าคำสั่งจะถูกจับคู่หมดหรือถูกยกเลิก
Q5: Market depth มีผลต่อสลิปเพจหรือไม่?
มีผล ตลาดลึกมักสลิปเพจน้อย เพราะออเดอร์ใหญ่ถูกกระจายไปจับคู่กับคำสั่งที่รออยู่หลายระดับ แต่ตลาดบางอาจทำให้ราคากระโดดข้ามระดับ ส่งผลให้สลิปเพจสูงขึ้น
เริ่มอ่าน Market Depth กับ VT Markets
Market depth ช่วยให้ราคาไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นภาพของแรงซื้อ–แรงขาย เมื่ออ่าน Order book เป็น เห็นกำแพง และประเมินสภาพคล่องได้ คุณจะมีข้อมูลมากกว่าการดูกราฟราคาอย่างเดียว
การฝึกที่ได้ผลคือเฝ้าดูข้อมูลจริงบนแพลตฟอร์ม โบรกเกอร์หลายสินทรัพย์ที่มีใบอนุญาตช่วยให้เข้าถึงราคา Level 2 และเครื่องมือ Market depth indicator บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ครอบคลุม ฟอเร็กซ์, ดัชนี, สินค้าโภคภัณฑ์, หุ้น และอื่น ๆ