คริปโทฯ น่าซื้อ 5 อันดับแรกตอนนี้ในปี 2026

by VT Markets
/
Aug 19, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • คริปโทเคอร์เรนซีพัฒนาจากเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่มมาเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” ที่ตลาดยอมรับมากขึ้น มีทั้งแพลตฟอร์มซื้อขาย (exchange: ตลาดกลางซื้อขายคริปโต), ระบบชำระเงิน และสถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
  • Bitcoin และ Ethereum ยังเป็นคริปโทฯ 2 อันดับแรก ทั้งด้านมูลค่ารวมตลาด (market capitalisation: มูลค่ารวมของเหรียญทั้งหมดตามราคาตลาด), สภาพคล่อง (liquidity: ซื้อขายได้ง่ายโดยราคาไม่แกว่งแรง) และการใช้งาน
  • Solana, XRP และ BNB สร้างจุดยืนจากความถนัดเฉพาะทาง ตั้งแต่การรองรับธุรกรรมจำนวนมาก (scalability: ความสามารถของเครือข่ายในการรองรับผู้ใช้/ธุรกรรมเพิ่มขึ้น), การโอนเงินข้ามประเทศ ไปจนถึงการเติบโตของระบบนิเวศของตลาดซื้อขาย
  • คริปโทฯ ยังเป็นสินทรัพย์ “ผันผวนสูง” ราคาได้รับอิทธิพลจากอารมณ์ตลาด (sentiment: ความคาดหวัง/ความกลัวของนักลงทุน), กฎกำกับดูแล, ความคืบหน้าด้านเทคโนโลยี และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
  • การกระจายการลงทุนและตัดสินใจจากข้อมูล (research-driven: ศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน) มักทนทานกว่าการทุ่มลงทุนในเหรียญเดียว

ปัจจุบันมีคริปโทเคอร์เรนซีหลายพันรายการ การคัดเลือกสินทรัพย์ที่ “ยืนระยะ” มีการใช้งานจริง และมีตัวตนในตลาดชัดเจนจึงไม่ง่าย

Bitcoin ยังเป็นตัวชี้นำของตลาด ส่วนเหรียญอื่นอย่าง Ethereum, Solana, XRP และ BNB ต่างมีบทบาทเฉพาะในระบบนิเวศคริปโทฯ

คู่มือนี้สรุปคริปโทฯ ที่เป็นที่รู้จัก 5 รายการในปี 2026 จุดแข็ง และความเสี่ยงที่ควรพิจารณาก่อนลงทุน

คริปโทเคอร์เรนซีคืออะไร?

คริปโทเคอร์เรนซี คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ป้องกันข้อมูลด้วยการเข้ารหัส (cryptography: การทำให้ข้อมูลอ่าน/แก้ไขได้ยากโดยไม่ได้รับอนุญาต) และบันทึกด้วย เทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain: ฐานข้อมูลแบบเครือข่ายที่บันทึกข้อมูลเป็นบล็อกต่อกัน ตรวจสอบย้อนหลังได้) ต่างจากเงินทั่วไปที่ออกโดยธนาคารกลาง คริปโทฯ ทำงานบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายศูนย์ (decentralised: ไม่มีหน่วยงานเดียวควบคุม) ที่ช่วยกันตรวจสอบและบันทึกธุรกรรม

บล็อกเชน ทำหน้าที่เหมือน “สมุดบัญชีดิจิทัลร่วมกัน” (digital ledger: สมุดบันทึกธุรกรรม) เก็บข้อมูลแบบโปร่งใสและแก้ไขได้ยากโดยไม่ต้องมีคนกลาง ทำให้ผู้ใช้โอนมูลค่าไปหากันได้ และยังมีประวัติความเป็นเจ้าของและธุรกรรมที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

อย่างไรก็ดี ระบบกระจายศูนย์ทำให้ผู้ใช้ต้องดูแลสินทรัพย์เอง และโดยทั่วไปธุรกรรม “ย้อนกลับไม่ได้” เมื่อเครือข่ายยืนยันแล้ว


5 คริปโทเคอร์เรนซีที่น่าสนใจในปี 2026

คริปโทฯ 5 รายการด้านล่างเป็นสินทรัพย์ที่ตลาดถือครองแพร่หลายและมีความเป็นที่ยอมรับ โดยแต่ละรายการมีบทบาทต่างกันในระบบนิเวศ

1. Bitcoin (BTC)

Bitcoin คือคริปโทเคอร์เรนซีตัวแรก เปิดตัวปี 2009 เพื่อเป็นทางเลือกการโอนเงินแบบ “เพียร์ทูเพียร์” (peer-to-peer: ส่งหากันโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง) ใช้กลไกยืนยันธุรกรรมแบบ Proof-of-Work (proof-of-work: ให้คอมพิวเตอร์แก้โจทย์คณิตศาสตร์เพื่อยืนยันธุรกรรม/สร้างบล็อก) และมีจำนวนจำกัด 21 ล้านเหรียญ ทำให้ถูกมองเป็น “ทองคำดิจิทัล” มากกว่าเหรียญสำหรับจ่ายในชีวิตประจำวัน ความขาดแคลนนี้ยังดึงดูดนักลงทุนรายย่อย บริษัท และสถาบันที่มองหาแหล่งเก็บมูลค่าระยะยาว (store of value: สินทรัพย์ที่คาดว่าจะรักษามูลค่าได้)

จุดแข็งสำคัญ

  • มูลค่าตลาดใหญ่ที่สุด และสภาพคล่องสูงที่สุดในกลุ่มคริปโทฯ
  • จำกัดจำนวนไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ ลดความเสี่ยง “มูลค่าถูกลดทอน” ระยะยาว (dilution: จำนวนเพิ่มจนทำให้มูลค่าต่อหน่วยลดลง)
  • สถาบันเข้ามามากขึ้นผ่านบริการรับฝากสินทรัพย์ (custody: ผู้ให้บริการเก็บรักษาทรัพย์สิน) และผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาด (exchange-traded products: สินทรัพย์/กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น)

ภาพรวมตลาด

ตัวชี้วัดค่า
มูลค่าตลาด (Market Cap)$1.283T
มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation: สมมติว่ามีเหรียญครบตามจำนวนสูงสุด/ที่จะออกทั้งหมด)$1.34T
มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume)$21.35B
สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h)1.66%
จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High)$126,198.07
จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low)$171.51
วันเริ่มต้น (Start Date)13 July 2010

2. Ethereum (ETH)

Ethereum ทำให้แนวคิด “สมาร์ตคอนแทรกต์” เป็นที่นิยม (smart contract: โค้ดสัญญาที่ทำงานอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขครบ) ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปบนเครือข่ายได้โดยตรง ทำให้ Ethereum เป็น “แพลตฟอร์ม” ไม่ใช่แค่สกุลเงิน

ส่งผลให้เกิดการเงินแบบไร้คนกลาง (decentralised finance/DeFi: บริการการเงินที่ทำงานด้วยสมาร์ตคอนแทรกต์), ตลาดซื้อขาย NFT (NFT: โทเคนที่ใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของของดิจิทัลไอเท็มแบบ “ชิ้นเดียว” ไม่สามารถทดแทนกันได้) และโทเคนจำนวนมากที่สร้างบนโครงสร้างของเครือข่าย ตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ Proof-of-Stake ในปี 2022 (proof-of-stake: ใช้การวางเหรียญค้ำประกันเพื่อช่วยยืนยันธุรกรรม แทนการขุด) เครือข่ายเน้นการขยายระบบเพื่อลดค่าธรรมเนียม และยังเป็นแพลตฟอร์มหลักของนักพัฒนาบล็อกเชน

จุดแข็งสำคัญ

  • ชุมชนนักพัฒนาใหญ่ที่สุด และกิจกรรมแอปแบบไร้คนกลาง (dApp: แอปที่ทำงานบนบล็อกเชน) สูง
  • Proof-of-Stake ใช้พลังงานน้อยกว่าเครือข่ายที่พึ่งการขุดแบบเดิม
  • อัปเกรดระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับธุรกรรมได้มากขึ้นและลดค่าธรรมเนียม

ภาพรวมตลาด

ตัวชี้วัดค่า
มูลค่าตลาด (Market Cap)$224.187B
มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation)$224.58B
มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume)$9.07B
สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h)4.04%
จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High)$4,953.73
จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low)$82.83
วันเริ่มต้น (Start Date)7 August 2015

3. Solana (SOL)

Solana ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา “ทำรายการได้ไม่ทัน” และค่าธรรมเนียมแพงที่อาจเกิดกับ Ethereum ในช่วงคนใช้งานหนาแน่น โดยรองรับธุรกรรมได้จำนวนมากต่อวินาที (throughput: จำนวนธุรกรรมที่ระบบทำได้ต่อช่วงเวลา) และมีต้นทุนต่อรายการต่ำ จุดเด่นนี้เหมาะกับเกม, NFT และกระดานซื้อขายแบบไร้คนกลางที่ต้องการความเร็วสูง (decentralised exchange/DEX: กระดานซื้อขายที่ทำงานด้วยสมาร์ตคอนแทรกต์) อย่างไรก็ดี ประวัติเครือข่ายล่ม/หยุดให้บริการเป็นช่วง ๆ เป็นความเสี่ยงที่ต้องชั่งน้ำหนัก

จุดแข็งสำคัญ

  • ทำธุรกรรมได้เร็วและค่าธรรมเนียมต่ำกว่าเครือข่ายคู่แข่งหลายราย
  • การใช้งานเพิ่มขึ้นในเกม, NFT และ DEX ที่ต้องการความเร็วสูง
  • เดินหน้าปรับปรุงเสถียรภาพหลังเหตุขัดข้องในอดีต

ภาพรวมตลาด

ตัวชี้วัดค่า
มูลค่าตลาด (Market Cap)$44.228B
มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation)$48.01B
มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume)$1.57B
สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h)3.54%
อุปทานรวม (Total Supply: จำนวนเหรียญทั้งหมดที่มีอยู่/จะมีตามระบบ)630.61M
จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High)$294.33
จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low)$0.51
วันเริ่มต้น (Start Date)10 April 2020

4. XRP

XRP ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาในระบบการเงินดั้งเดิม: การโอนเงินข้ามประเทศที่ช้าและมีค่าธรรมเนียมสูง

เครือข่ายสามารถยืนยันธุรกรรมภายในไม่กี่วินาที ด้วยต้นทุนต่ำกว่าระบบธนาคารตัวแทน (correspondent banking: เครือข่ายธนาคารที่ส่งต่อคำสั่งโอนข้ามประเทศหลายทอด) โดย Ripple บริษัทที่อยู่เบื้องหลัง ใช้เวลาหลายปีสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงินที่ทดลองใช้การชำระเงินบนบล็อกเชน ในอดีตคดีความกับ ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC: หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์สหรัฐ) สร้างความไม่แน่นอน แต่ผลคดีช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน

จุดแข็งสำคัญ

  • ออกแบบมาเพื่อการชำระเงินข้ามประเทศที่เร็วและต้นทุนต่ำ
  • มีความร่วมมือกับสถาบันการเงินที่สนใจการชำระเงินบนบล็อกเชน
  • ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์เพิ่มขึ้นหลังคดีความกับ SEC ยุติลง

ภาพรวมตลาด

ตัวชี้วัดค่า
มูลค่าตลาด (Market Cap)$67.92B
มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation)$108.78B
มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume)$816.93M
สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h)1.20%
อุปทานรวม (Total Supply)99.99B
จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High)$3.84
จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low)$0.12
วันเริ่มต้น (Start Date)4 August 2013

5. BNB

BNB เริ่มต้นเป็นโทเคนเพื่อใช้ประโยชน์ในแพลตฟอร์ม (utility token: เหรียญที่ใช้เพื่อรับสิทธิ/ส่วนลด/การใช้งาน) โดยให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมซื้อขายบน Binance หนึ่งในตลาดซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดของโลก ต่อมาพัฒนาเป็นสินทรัพย์หลักของบล็อกเชนของตัวเองคือ BNB Chain Binance มีการ “เผาเหรียญ” เป็นระยะ (token burn: นำเหรียญออกจากระบบเพื่อลดจำนวนหมุนเวียน) เพื่อช่วยพยุงมูลค่าในระยะยาว แต่ราคายังผูกกับระบบนิเวศของ Binance ค่อนข้างมาก

จุดแข็งสำคัญ

  • ได้แรงหนุนจากระบบนิเวศของ BNB Chain และแพลตฟอร์ม Binance
  • เป็นเหรียญหลักของเครือข่ายที่มีแอปหลากหลาย
  • มีการเผาเหรียญอย่างต่อเนื่องเพื่อลดจำนวนเหรียญในตลาด

ภาพรวมตลาด

ตัวชี้วัดค่า
มูลค่าตลาด (Market Cap)$75.2B
มูลค่าเมื่อคิดจำนวนเหรียญเต็มเพดาน (Fully Diluted Valuation)$75.22B
มูลค่าซื้อขาย 24 ชม. (24h Volume)$907.62M
สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด (Vol/Market Cap 24h)1.21%
จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High)$1,370.55
จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low)$1.46
วันเริ่มต้น (Start Date)25 July 2017

คริปโทเคอร์เรนซี vs สินทรัพย์ดั้งเดิม

คริปโทฯ ต่างจากสินทรัพย์การเงินดั้งเดิมหลายด้าน ตั้งแต่เวลาซื้อขาย วิธีถูกกำกับดูแล ไปจนถึงการเก็บรักษาทรัพย์สิน ตารางนี้สรุปจุดต่างหลักที่ควรรู้ก่อนจัดสรรเงินลงทุน

หัวข้อคริปโทเคอร์เรนซีหุ้น / ETF
เวลาซื้อขายซื้อขายได้ต่อเนื่อง 24 ชม. 7 วันจำกัดตามเวลาตลาดหลักทรัพย์
กรอบกำกับดูแล (regulatory framework: กฎเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐ)หลายประเทศยังอยู่ระหว่างพัฒนามีความชัดเจนและใช้มานาน
การเก็บรักษาสินทรัพย์ (custody)ถือเองได้ หรือฝากไว้กับตลาดซื้อขายถือผ่านโบรกเกอร์/ผู้รับฝากที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์
ความผันผวน (volatility: การขึ้นลงของราคา)เฉลี่ยสูงกว่ามากมักต่ำกว่า โดยเฉพาะกองทุนที่กระจายลงทุน
การคุ้มครองผู้ลงทุนจำกัดหรือไม่มีในหลายประเทศมักมีระบบคุ้มครองผู้ลงทุนรองรับ

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี

ความสนใจคริปโทฯ เพิ่มขึ้นจากนวัตกรรมบล็อกเชนและการซื้อขายได้ตลอดเวลา แต่ความนิยมหรือราคาที่ขึ้นเร็วในระยะสั้น ไม่ได้การันตีศักยภาพระยะยาว ปัจจัยต่อไปนี้ควรตรวจสอบก่อนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ

สิ่งที่ต้องดูหมายความว่าสำคัญเพราะ
สภาพคล่องและมูลค่าซื้อขายซื้อ/ขายได้ง่ายแค่ไหนโดยไม่ทำให้ราคาแกว่งแรงมีผลต่อความเสี่ยงตอนส่งคำสั่งซื้อขาย (execution risk: ได้ราคาจริงต่างจากที่ตั้งใจ) โดยเฉพาะช่วงผันผวน
โครงสร้างอุปทาน (supply structure)เหรียญหมุนเวียนแล้วเท่าไร และจะมีปล่อยเพิ่มในอนาคตเท่าไรการปล่อยเหรียญในอนาคตเพิ่มอุปทานและกดดันราคาได้
ประวัติความปลอดภัยเคยถูกเจาะระบบ (exploit: ช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี), ตลาดถูกแฮก หรือเครือข่ายล่มนานหรือไม่สะท้อนความทนทานเมื่อเจอสถานการณ์กดดัน
ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์เคย/อาจถูกหน่วยงานรัฐดำเนินการโดยตรงหรือไม่คำตัดสินหรือกฎใหม่เปลี่ยนทั้งราคาและมุมมองตลาดได้มาก
การใช้งานจริงและการยอมรับมีการใช้งานและธุรกรรมหนุนมูลค่าหรือไม่ช่วยแยกโครงการที่ยืนระยะออกจากโครงการที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรเป็นหลัก (speculation: ซื้อเพื่อหวังราคาขึ้น)
กิจกรรมการพัฒนาระบบยังมีการดูแลและอัปเกรดต่อเนื่องหรือไม่การพัฒนาต่อเนื่องช่วยชี้ความอยู่รอดระยะยาว

แนวคิดการจัดพอร์ตลงทุนคริปโทฯ

ด้วยความผันผวนสูง เหรียญข้างต้นมักเหมาะเป็น “ส่วนหนึ่งของพอร์ต” มากกว่าการทุ่มไปที่เหรียญเดียว การมีโครงสร้างพอร์ตช่วยคุมความเสี่ยงขาลง และยังได้โอกาสจากการปรับขึ้นของตลาด

ตัวอย่างโครงสร้างพอร์ต

กลุ่มในพอร์ตสัดส่วนคำอธิบาย
แกนหลัก (Core Holdings)50%Bitcoin และ Ethereum สภาพคล่องสูงและเป็นที่ยอมรับมาก
กลุ่มเติบโตและใช้งานจริง25%เหรียญที่มีระบบนิเวศคึกคัก เช่น Solana หรือ BNB
กลุ่มเฉพาะทาง/ธีมการชำระเงิน15%สินทรัพย์ที่เน้นกรณีใช้งานเฉพาะ เช่น XRP
สเตเบิลคอยน์หรือเงินสดสำรอง10%กันไว้รับความผันผวนหรือรอจังหวะใหม่

นักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำอาจเพิ่มสัดส่วนแกนหลัก ส่วนผู้รับความเสี่ยงได้มาก อาจเพิ่มสัดส่วนกลุ่มเติบโตและกลุ่มเก็งกำไรมากขึ้น

การมีเงินสำรองช่วยให้พอร์ตมีความยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้อง “ลงเต็มพอร์ต” ตลอดเวลา

วิธีเทรด CFD คริปโทฯ กับ VT Markets

การลงทุนคริปโทฯ ทำได้หลายแบบ บางคนเลือกซื้อและถือสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง ขณะที่อีกกลุ่มใช้อนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่อิงราคาสินทรัพย์อื่น) เช่น สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD: สัญญาที่กำไร/ขาดทุนคำนวณจากส่วนต่างราคา โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริง) เพื่อเก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคา โดยไม่ต้องถือเหรียญจริง

VT Markets เปิดให้เข้าถึงตลาดคริปโทฯ บางรายการผ่าน CFD พร้อมเครื่องมือเทรดและสื่อความรู้เพื่อช่วยประเมินภาวะตลาดและคุมความเสี่ยง ขั้นตอนหลักมีดังนี้

1. ลงทะเบียนและยืนยันตัวตน

เปิดบัญชีกับ VT Markets และทำขั้นตอนยืนยันตัวตน (verification: ส่งเอกสารยืนยันตามข้อกำหนด)

2. เลือกสินทรัพย์คริปโทฯ

เลือก CFD คริปโทฯ ที่มีให้ เช่น Bitcoin และ Ethereum โดยอิงการวิเคราะห์ของคุณ ทั้งภาวะตลาด แนวโน้มราคา และความเสี่ยง

3. วางแผนขนาดการลงทุนและการคุมความเสี่ยง

กำหนดเงินที่จะใช้ต่อการเทรด และพิจารณาความผันผวน เลเวอเรจ (leverage: ใช้เงินกู้/มาร์จิ้นเพื่อขยายขนาดการลงทุน ทำให้กำไรและขาดทุนขยายตาม) และความเสี่ยงขาดทุนก่อนเปิดสถานะ

4. ติดตามปัจจัยขับเคลื่อนราคา

ราคาคริปโทฯ อาจได้รับผลจากความคืบหน้ากฎเกณฑ์ การอัปเกรดเครือข่าย อารมณ์ตลาด และเศรษฐกิจ การติดตามปัจจัยเหล่านี้ช่วยอธิบายความผันผวนของราคาได้ดีขึ้น

5. ทบทวนการเทรดสม่ำเสมอ

ประเมินสถานะที่เปิดอยู่และรายการเทรดที่ผ่านมาเป็นระยะ เพื่อปรับวิธีการเทรด ไม่ใช่ตัดสินใจจากการแกว่งของราคาระยะสั้นอย่างเดียว

มือใหม่คริปโทฯ? อ่านคู่มือ How to Trade Crypto for Beginners เพื่อทำความเข้าใจคริปโทฯ วิธีเทรดยอดนิยม และความเสี่ยงสำคัญก่อนเปิดสถานะ


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและควรหลีกเลี่ยง

แม้แต่นักลงทุนที่มีประสบการณ์ก็พลาดได้ในตลาดที่ผันผวนสูง ข้อผิดพลาดต่อไปนี้พบได้บ่อยและมักทำให้ต้นทุนแพง

ซื้อเพราะราคากำลังแรงในระยะสั้น

สินทรัพย์ที่ขึ้นแรงในช่วงสั้น ไม่ได้แปลว่าจะทำผลงานดีต่อไปเสมอ การซื้อเพราะ “กระแสราคา” (momentum: ซื้อเพราะราคากำลังขึ้น) เป็นสาเหตุขาดทุนที่พบบ่อย

ละเลยความปลอดภัยพื้นฐาน

ใช้รหัสผ่านอ่อน/ซ้ำ และไม่เปิดยืนยันตัวตนสองขั้น (two-factor authentication/2FA: ยืนยันเพิ่มอีกชั้น เช่น รหัสจากแอป) ทำให้นักลงทุนจำนวนมากสูญเสียสินทรัพย์ทั้งหมด

กระจุกตัวในสินทรัพย์เดียว

ทุ่มเงินทั้งหมดไปที่เหรียญเดียว เพิ่มความเสี่ยงของพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการกระจายลงทุน

มองข้ามภาษี

การขาย แลกเปลี่ยน หรือใช้จ่ายคริปโทฯ อาจก่อให้เกิดภาระภาษีในหลายประเทศ หากไม่วางแผนล่วงหน้าอาจเกิดปัญหาตามมา

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code