USD/CAD เป็นคู่สกุลเงินหลักในตลาดฟอเร็กซ์ (Forex: ตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ) แสดงว่าใช้ “ดอลลาร์แคนาดา” กี่ดอลลาร์เพื่อซื้อ “ดอลลาร์สหรัฐ” 1 ดอลลาร์ คู่เงินนี้มักถูกเรียกว่า “คู่ลูนี่” (loonie: เหรียญ 1 ดอลลาร์ของแคนาดา) โดยถูกขับเคลื่อนหลักจาก 2 ปัจจัย คือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) กับธนาคารกลางแคนาดา (Bank of Canada: BoC) และการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ เพราะแคนาดาเป็นผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่
คู่มือนี้อธิบายวิธีเทรด USD/CAD ปัจจัยที่ทำให้ราคาเคลื่อนไหว วิธีอ่านเหตุการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐและแคนาดา การคำนวณมูลค่า pip (pip: หน่วยการขยับราคาย่อยของคู่เงิน) และเงินประกัน (margin: เงินค้ำประกันที่ต้องวางเพื่อเปิดสถานะด้วยเลเวอเรจ) รวมถึงการบริหารความเสี่ยงเมื่อเทรด CFD ของ USD/CAD (CFD: สัญญาซื้อขายส่วนต่าง ราคาอ้างอิง ไม่ได้ถือครองสินทรัพย์จริง) บนแพลตฟอร์มอย่าง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5
ประเด็นสำคัญ:
USD/CAD เป็นหนึ่งในคู่เงินที่เริ่มต้นได้ง่าย แต่ถูกเข้าใจผิดบ่อย เทรดเดอร์จำนวนมากมองว่าเป็น “คู่เงินน้ำมัน” แล้วพลาดเมื่อราคาน้ำมันขึ้น แต่ดอลลาร์แคนาดาไม่แข็งตาม
ความจริงคือ USD/CAD มักตอบสนองต่อปัจจัยไม่กี่อย่างที่ติดตามได้ คู่มือนี้จะไล่ทีละปัจจัย พร้อมวิธีคำนวณที่จำเป็นเพื่อกำหนดขนาดการเทรดให้เหมาะสมบนบัญชีเทรด CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง)
คู่เงินนี้คืออัตราแลกเปลี่ยนระหว่างดอลลาร์สหรัฐกับดอลลาร์แคนาดา หากราคาอยู่ที่ 1.4100 หมายถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐแลกได้ 1.41 ดอลลาร์แคนาดา
คู่เงินนี้เชื่อมเศรษฐกิจที่พึ่งพากันสูง สหรัฐเป็นคู่ค้าหลักของแคนาดา และการส่งออกของแคนาดาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบ ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมของคู่เงินนี้อย่างมาก
ราคาในตลาดจะแบ่งเป็น 2 ส่วน:
เพราะ USD เป็นสกุลเงินฐาน มูลค่าสัญญา (notional exposure: มูลค่าที่อ้างอิงของสถานะ) จึงอยู่ในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การคำนวณมาร์จิ้นง่ายกว่าในหลายคู่เงิน
ใช่ ข้อมูลสำรวจของ BIS ปี 2025 (BIS: ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ) ระบุว่า USD/CAD มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย ประมาณ 491.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ในเดือนเมษายน 2025 คิดเป็นราว 5.2% ของตลาดเงินตราต่างประเทศทั่วโลกที่ 9.51 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทำให้ติดอันดับต้น ๆ ของโลก และมีข้อดีสำคัญ 3 ข้อ:
การเทรด USD/CAD มี 4 ส่วนหลัก คือ อ่านราคา เลือกทิศทาง กำหนดขนาดสัญญาให้ถูก และเลือกกลยุทธ์ให้เข้ากับพฤติกรรมของคู่เงิน
คุณจะเห็น 2 ราคา เช่น 1.4100 / 1.4102
ซื้อที่ 1.4102 แล้วขายที่ 1.4152 เท่ากับกำไร 50 pips คิดเป็นราว 354 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ 1 ล็อตมาตรฐาน โดยทุกครั้งที่เปิดสถานะ คุณเริ่มต้น “ติดลบ” เท่ากับสเปรดทันที จึงต้องให้ความสำคัญกับต้นทุนต่อครั้ง โดยเฉพาะสายเทรดบ่อย
จุดนี้แยกเทรดเดอร์ที่มีวินัยออกจากการเทรดแบบหวัง
ตัวอย่าง:
พอร์ต 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ เสี่ยง 1% ตั้ง Stop 40 pips
ควรปัดเศษลงเสมอ และคำนวณมูลค่า pip ใหม่เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนชัดเจน เพราะตัวหารในสูตรเปลี่ยน แพลตฟอร์ม VT Markets แสดงรายละเอียดสัญญาของแต่ละสินทรัพย์ เพื่อให้ตรวจสอบมูลค่าต่อจุด (tick value: มูลค่าต่อการขยับราคาขั้นต่ำ) ได้จากข้อมูลจริง
USD/CAD มักเคลื่อนตามแนวรับ-แนวต้าน ทำให้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค (technical analysis: วิเคราะห์จากกราฟราคาและพฤติกรรมในอดีต) ใช้ได้ค่อนข้างดี
หลัก ๆ มาจาก 4 แรงขับ การเข้าใจ “การตีกัน” ของปัจจัยสำคัญกว่าจำทีละข้อ เพราะบางครั้งปัจจัยไปคนละทาง เช่น น้ำมันขึ้นมักหนุน CAD แต่หากเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยสูง) ก็อาจดัน USD จนกลบผลของน้ำมันได้
แคนาดาส่งออกน้ำมันดิบ โดยเฉพาะไปสหรัฐ รายได้จากน้ำมันที่สูงขึ้นมักทำให้ความต้องการดอลลาร์แคนาดามากขึ้น
หาก น้ำมันดิบ WTI (WTI: น้ำมันดิบมาตรฐานสหรัฐ) ปรับขึ้น CAD มักแข็งค่า และ USD/CAD มักปรับลง หากน้ำมันลง CAD มักอ่อนค่า และ USD/CAD มักปรับขึ้น
ความสัมพันธ์นี้เป็น “แนวโน้ม” ไม่ใช่กฎตายตัว และอ่อนลงหลังสหรัฐกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
มองน้ำมันเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่สัญญาณเดี่ยว:
เงินทุนมักไหลไปหาผลตอบแทน (yield: ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย/พันธบัตร) หากดอกเบี้ยสหรัฐสูงกว่าแคนาดา การถือ USD ให้ผลตอบแทนมากกว่า คู่เงินจึงมีแรงดันให้ปรับขึ้น
ที่มา: Federal Reserve; Bank of Canada
ช่องว่างราว 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างให้ USD/CAD โดย BoC ระบุในเดือนก.ค. 2026 ว่าส่วนต่างผลตอบแทนที่กว้างขึ้นมีส่วนทำให้ CAD อ่อนค่า
ให้ติดตามส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี (two-year government bond spread: ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปีระหว่างประเทศ) ซึ่งอยู่ ใกล้ -131 เบสพอยต์ (basis point: 0.01%) ในปลายก.ค. 2026 เพื่อดูแรงขับนี้แบบเรียลไทม์
ราว 3 ใน 4 ของการส่งออกแคนาดาไปสหรัฐ ทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐกระทบ CAD สองทาง:
จึงมักสับสนเมื่อข้อมูลจ้างงานสหรัฐออกมาแย่ เพราะ USD อาจอ่อน แต่ภาพการเติบโตของแคนาดาก็แย่ลงด้วย
DXY ติดตามค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงิน เมื่อ DXY มีแนวโน้มแรง คู่เงินที่มี USD มักขยับตาม รวมถึง USD/CAD
ข้อสังเกต: ก่อนโยนสาเหตุให้ “น้ำมัน” ให้เช็ก DXY หาก EUR/USD, GBP/USD และ USD/JPY เคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน เรื่องหลักคือ USD ไม่ใช่ CAD
ความผันผวนของคู่นี้มักกระจุกตัว เปิด ปฏิทินเศรษฐกิจ (economic calendar: ตารางเวลาประกาศตัวเลข/เหตุการณ์สำคัญ) ไว้ จะช่วยรู้จังหวะได้ชัด
Statistics Canada มักประกาศ 8:30 น. ET และ BoC ประกาศ 9:45 น. ET ตัวที่กระทบมากคือ:
ข้อแนะนำ: ตั้งปฏิทินให้แสดงเฉพาะแคนาดาและสหรัฐ และตั้งเตือนล่วงหน้า 15 นาทีสำหรับรายการ “ผลกระทบสูง” การตามข่าวหลังราคาวิ่งแล้วช่วยได้จำกัด แต่การรู้กำหนดการล่วงหน้าคือการเตรียมตัว
OPEC+ (กลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันรวมพันธมิตร) ประชุมเพื่อกำหนดโควตาการผลิต ส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันระยะกลางและเงื่อนไขการค้าของแคนาดา ส่วนข้อมูลสต็อกน้ำมันมีผลระยะสั้นกว่า
หากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด มักสะท้อนอุปสงค์อ่อน กดดันราคาน้ำมันและหนุน USD/CAD ในทางกลับกัน หากสต็อกลดลงมากกว่าคาด มักหนุนราคาน้ำมันและกด USD/CAD
เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบอุปทาน เช่น ความไม่สงบตะวันออกกลางที่ดัน เงินเฟ้อน้ำมันเบนซินแคนาดาเกิน 20% เมื่อเทียบปีก่อนในเดือนมิ.ย. 2026 อาจกลบปัจจัยอื่นได้
บางช่วงของปี ทั้งสองประเทศประกาศรายงานงานเวลา 8:30 น. ET วันศุกร์เดียวกัน ซึ่งมักเป็นช่วงผันผวนที่สุดของ USD/CAD โดยมักเห็น:
ข้อแนะนำ: เทรดเดอร์หลายคนเลือกไม่เทรดช่วงประกาศ และรอให้กรอบราคาเริ่มนิ่งก่อนจึงค่อยเข้า
เวลาเทรดมีผลต่อสภาพคล่อง และเวลาประกาศตัวเลขมีผลต่อความผันผวน การรู้พฤติกรรมของคู่เงินนอกเวลาสหรัฐ-แคนาดาจะช่วยเลือกกลยุทธ์ได้ตรงกว่า
สภาพคล่องของ CAD อยู่ที่โตรอนโตและอิงเวลานิวยอร์ก ช่วง ตลาดนิวยอร์ก จึงเป็นช่วงหลักของคู่เงินนี้
หากอยู่เอเชียหรือยุโรป เวลาที่เทรดง่ายมักเป็นช่วงค่ำของคุณ วางแผนเวลา หรือใช้คำสั่งรอ (pending order: คำสั่งที่รอให้ราคาถึงระดับก่อนค่อยทำงาน) เพื่อลดการเฝ้าหน้าจอ
เทรดได้ แต่พฤติกรรมต่างไป:
การเทรด USD/CAD มีต้นทุนจริง โดยหลัก ๆ ดู 3 ตัวเลข: มูลค่า pip บอกว่าราคาขยับแต่ละ pip มีมูลค่าเท่าไร สเปรดคือค่าที่จ่ายตอนเข้า-ออก และมาร์จิ้นคือเงินค้ำประกันที่ต้องมีเพื่อคงสถานะ
pip สำหรับคู่เงินนี้คือ 0.0001 เนื่องจาก CAD เป็นสกุลเงินอ้างอิง มูลค่า pip จะเริ่มต้นอยู่ในหน่วย CAD และต้องแปลงกลับเป็นสกุลเงินบัญชี จึงเปลี่ยนไปตามอัตราแลกเปลี่ยน
สูตร: (0.0001 ÷ อัตราปัจจุบัน) × ขนาดสัญญา
ตัวอย่างที่อัตรา 1.4100:
สังเกตว่าเป็น 7.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อ pip ไม่ใช่ 10 ดอลลาร์สหรัฐแบบ EUR/USD หากยึด 10 ดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้เปิดสัญญาใหญ่เกินจริง
สเปรดขึ้นกับประเภทบัญชีและช่วงเวลา โดยคร่าว ๆ:
ที่ VT Markets คู่เงินนี้มีให้เทรดทั้งบัญชี Standard STP (STP: ส่งคำสั่งผ่านไปยังผู้ให้สภาพคล่อง) และ Raw ECN (ECN: เครือข่ายจับคู่คำสั่งซื้อขาย) เพื่อเลือกโครงสร้างต้นทุนให้เหมาะกับระยะเวลาถือครอง
เพราะ USD เป็นสกุลเงินฐาน มูลค่าสัญญาเท่ากับจำนวนล็อตในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ: 1 ล็อตมาตรฐานเท่ากับมูลค่าอ้างอิง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
เลเวอเรจ (leverage: การใช้เงินประกันน้อยเพื่อควบคุมสัญญาใหญ่) เป็นเครื่องมือด้าน “เงินค้ำประกัน” ไม่ใช่เครื่องมือกำหนดความเสี่ยง ตัวเลข 200 ดอลลาร์สหรัฐคือขั้นต่ำที่ต้องวาง ไม่ใช่จำนวนที่ควรเสี่ยง
ช่วงตลาดปกติ คู่เงินนี้มักแกว่ง 60–100 pips ต่อวัน ผันผวนน้อยกว่า GBP/JPY แต่มากกว่า EUR/GBP หากเกิดช็อกน้ำมันหรือท่าทีธนาคารกลางต่างกันมาก ช่วงแกว่งอาจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ข้อแนะนำ: เพิ่มอินดิเคเตอร์ ATR(14) (ATR: ค่าช่วงแกว่งเฉลี่ย) บนกราฟรายวันใน MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 แล้วดูค่าปัจจุบันแทนการยึดตัวเลขตายตัว พร้อมตั้ง Stop ให้สัมพันธ์กับค่า ATR
USD/CAD มีความเสี่ยงหลัก 3 ด้าน: ความสัมพันธ์กับน้ำมันอาจอ่อนลงหรือกลับทิศได้ ธนาคารกลางที่เดินนโยบายต่างกันอาจสร้างเทรนด์ยาวและย้อนกลับเร็ว และวันหยุดราชการของแคนาดาอาจทำให้สภาพคล่องหายจนเกิดช่องว่างราคา
ความสัมพันธ์กับน้ำมันไม่คงที่ บางช่วงอาจหายไปหลายเดือน หรือกลับทิศเมื่อช็อกอุปทานดันราคาน้ำมันขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันเงินไหลเข้า USD ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย การเทรดคู่นี้โดยมองเป็น “ตัวแทนน้ำมัน” อย่างเดียว เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการขาดทุน
ความสัมพันธ์แบบกลิ้ง (rolling correlation: ค่าความสัมพันธ์ที่คำนวณตามช่วงเวลาและเปลี่ยนได้) ควร “วัด” ไม่ควรเดา น้ำมันดิบหนักของแคนาดามักขายต่ำกว่า WTI จึงทำให้ราคาหัวข่าวเป็นเพียงตัวแทนรายได้ส่งออก อีกทั้งการผลิตเชลล์ของสหรัฐทำให้เวลาน้ำมันขึ้น USD ก็อาจได้แรงหนุนด้วย จึงลดผลต่อ CAD
เมื่อ BoC กับเฟดเดินคนละทาง คู่เงินอาจเป็นเทรนด์ยาว เทรดสวนเทรนด์โดยไม่ตั้ง Stop-loss มักเสียหายหนัก
เพราะ:
แคนาดาและสหรัฐมีปฏิทินวันหยุดไม่เหมือนกัน เช่น Canada Day, August Civic Holiday และ Canadian Thanksgiving ตลาดสหรัฐอาจเปิดตามปกติ แต่สภาพคล่อง CAD ลดลง ช่วงนี้มักเกิด:
ข้อแนะนำ: เช็กวันหยุดของทั้งสองประเทศทุกเดือน และลดขนาดสัญญาให้เหมาะสม
Q1: USD/CAD คืออะไร?
เป็นคู่เงินที่บอกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐแลกได้กี่ดอลลาร์แคนาดา เป็นคู่เงินหลัก คิดเป็นราว 5.3% ของมูลค่าซื้อขายฟอเร็กซ์รายวันทั่วโลก และได้ชื่อเล่น “ลูนี่” จากเหรียญ 1 ดอลลาร์ของแคนาดา
Q2: ทำไม USD/CAD มักลงเมื่อราคาน้ำมันขึ้น?
แคนาดาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมักเพิ่มความต้องการดอลลาร์แคนาดา ทำให้ CAD แข็งและกด USD/CAD ลง อย่างไรก็ดีเป็นแนวโน้ม ไม่รับประกัน และมักอ่อนลงเมื่อ USD แข็ง/อ่อนแรงด้วยปัจจัยของตัวเอง
Q3: คำนวณมูลค่า pip ของ USD/CAD อย่างไร?
นำ 0.0001 หารด้วยอัตราปัจจุบัน แล้วคูณด้วยขนาดสัญญา ที่ 1.4100 สำหรับ 1 ล็อตมาตรฐาน: (0.0001 ÷ 1.4100) × 100,000 = 7.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อ pip และควรคำนวณใหม่เมื่อราคาเปลี่ยน
Q4: เวลาไหนเหมาะเทรด USD/CAD?
ช่วง 8:00–12:00 น. ET ซึ่งโตรอนโตและนิวยอร์กคึกคักพร้อมกัน ตัวเลขส่วนใหญ่ออก 8:30 น. ET และสเปรดมักแคบที่สุดในช่วงนี้
Q5: ตัวเลขเศรษฐกิจใดทำให้ USD/CAD เคลื่อนไหว?
ฝั่งแคนาดา: CPI, Labour Force Survey และมติ BoC ฝั่งสหรัฐ: NFP, CPI และมติ FOMC ส่วนสต็อกน้ำมันดิบ EIA กระทบผ่านช่องทางราคาน้ำมัน