ต้นทุนที่แท้จริงของการเทรด: สเปรด สว็อป และค่าคอมมิชชั่น

by VT Markets
/
Aug 16, 2026

ประเด็นสำคัญ:

  • การเทรด CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง: เก็งกำไรจาก “ส่วนต่างราคา” โดยไม่ต้องถือสินทรัพย์จริง) ทุกครั้งมีต้นทุนหลัก 3 ส่วนคือ สเปรด สวอป และคอมมิชชั่น ถ้ามองข้ามส่วนใดส่วนหนึ่ง กำไรจะลดลงโดยไม่รู้ตัว
  • สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคา Bid/Ask คอมมิชชั่นคือค่าธรรมเนียมคงที่ต่อล็อต และสวอปคือค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยข้ามคืนเมื่อถือสถานะผ่านเวลาปิดรอบประจำวันของตลาด
  • ข้อมูลอุตสาหกรรมระบุว่า สเปรดเฉลี่ยของ EUR/USD สำหรับบัญชีรายย่อยมาตรฐานอยู่ที่ราว 0.7–1.0 pip ในปี 2026 ขณะที่บัญชี ECN แบบสเปรดดิบ (raw spread: สเปรดใกล้ราคาตลาดจริง) อาจต่ำถึง 0.0 pip แต่มีคอมมิชชั่นเล็กน้อยต่อฝั่ง
  • เครื่องคำนวณสเปรด สวอป และคอมมิชชั่น ช่วยประเมินต้นทุนรวมได้เร็วที่สุดก่อนกดซื้อหรือขาย

ทำไม “ต้นทุนจริง” ของการเทรดจึงสำคัญ

นักเทรดมือใหม่มักโฟกัสที่กราฟ ดูแท่งเทียน ลากเส้นแนวโน้ม และหาจังหวะเข้า แต่ละเลยสิ่งที่ชี้ขาดว่าดีลนั้นคุ้มหรือไม่ นั่นคือต้นทุน

ความจริงคือ เมื่อเปิดสถานะ คุณเริ่ม “ติดลบ” เล็กน้อยทันที ระยะห่างจากราคาเข้าไปถึงจุดคุ้มทุนเกิดจาก 3 ค่าธรรมเนียมที่ทำงานร่วมกัน: สเปรด สวอป และคอมมิชชั่น ทั้งหมดนี้คือ “ต้นทุนจริงของการเทรด” และเกิดกับสินค้า CFD แทบทุกประเภท เช่น ฟอเร็กซ์ (forex: ซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา) ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น และคริปโต

บทความนี้อธิบายโครงสร้างสเปรด สวอป และคอมมิชชั่น วิธีคำนวณ และแนวทางลดต้นทุนให้ต่ำลง

“ต้นทุนจริงของการเทรด” หมายถึงอะไร

ราคาที่เห็นบนแพลตฟอร์มไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด ต้นทุนจริงคือผลรวมของสิ่งที่คุณจ่ายตั้งแต่เปิดจนปิดสถานะ

ต้นทุนรวมประกอบด้วย:

  • สเปรด: ต้นทุนที่จ่ายทุกครั้งที่เข้าเทรด
  • คอมมิชชั่น: ค่าธรรมเนียมที่คิดตอนเปิดและตอนปิด (round-turn: ไป-กลับหนึ่งรอบ)
  • สวอป: ค่าธรรมเนียม/เครดิตที่เกิดขึ้นทุกคืนเมื่อถือสถานะค้างไว้

โบรกเกอร์บางรายรวมค่าใช้จ่ายไว้ในสเปรดที่กว้างขึ้น ขณะที่โบรกเกอร์แบบสเปรดดิบหรือ ECN (ECN: เครือข่ายจับคู่คำสั่งซื้อขาย ทำให้สเปรดแคบ แต่เก็บคอมมิชชั่นแยก) จะแยกต้นทุนให้เห็นชัด สรุปคือคุณยังต้องจ่าย เพียงแต่จ่ายในรูปแบบไหน

โมเดลคิดแบบง่าย:

  • Scalper (สเกลป์: เทรดถี่ กำไรสั้น) จะโดนสเปรดและคอมมิชชั่นมาก เพราะเข้าออกบ่อย
  • เดย์เทรดเดอร์โดนสเปรดและคอมมิชชั่นเป็นหลัก แทบไม่โดนสวอป
  • สวิง/ถือเป็นรอบ จะถือข้ามคืน ทำให้สวอปเป็นต้นทุนหลัก
  • ถือ CFD ระยะยาว อาจเจอสวอปสูงจนมากกว่าสเปรดตอนเข้าเทรด

รู้สไตล์ตัวเองก่อน จะช่วยเลือก “ต้นทุนที่ต้องลดก่อน” ได้ถูกจุด

แยกองค์ประกอบ: สเปรด สวอป และคอมมิชชั่น

ต่อไปคือความหมายและสิ่งที่คุณจ่ายจริงในแต่ละส่วน

สเปรดคืออะไร

สเปรด คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาขายได้) และราคา Ask (ราคาซื้อได้) วัดเป็น pip ในฟอเร็กซ์ หรือเป็น point ใน CFD ประเภทอื่น (pip/point: หน่วยการเปลี่ยนแปลงราคา) เป็นต้นทุนที่เห็นชัดที่สุดในสมการสเปรด-สวอป-คอมมิชชั่น

ตัวอย่าง:

ถ้า EUR/USD แสดงที่ 1.0850/1.0851 สเปรดคือ 1 pip เปิด 1 ล็อต (lot: ขนาดสัญญามาตรฐาน) เท่ากับเริ่มขาดทุนราว $10 ราคาต้องขยับเป็นบวก 1 pip ก่อนจึงคุ้มทุน

สเปรดเปลี่ยนไปตาม:

  • สภาพคล่อง (liquidity: มีผู้ซื้อผู้ขายมาก ราคาขยับลื่น): คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD มักแคบกว่า คู่เงินรอง/แปลกอย่าง USD/TRY อาจกว้าง 20+ pip
  • ช่วงเวลา: สเปรดมักกว้างขึ้นช่วงข่าวแรง และช่วงนอกเวลาที่ตลาดหลักทับซ้อนกัน
  • ประเภทบัญชี: บัญชีมาตรฐานมักบวกเพิ่มในสเปรด ส่วนบัญชี raw/ECN จะตัดส่วนบวกเพิ่มออกแล้วคิดคอมมิชชั่นแทน

EUR/USD เป็นคู่เงินที่มีการซื้อขายมากที่สุด โดยคู่เงินหลักคิดเป็นราว 21.2% ของมูลค่าซื้อขายฟอเร็กซ์ทั่วโลกต่อวัน ตามรายงาน BIS Triennial Survey (ข้อมูล เม.ย. 2025 เผยแพร่ ก.ย. 2025) ลดลงจาก 22.7% ในปี 2022 ทำให้การแข่งขันเรื่องสเปรดยังคงดุเดือด

ขณะเดียวกัน จากค่าเฉลี่ยบัญชีมาตรฐานที่โบรกเกอร์รายงานในปี 2026 (ราว 0.7–1.0 pip บน EUR/USD) ต้นทุนไป-กลับของ 1 ล็อตโดยทั่วไปอยู่ประมาณ $7–$10

คอมมิชชั่นคืออะไร

คอมมิชชั่นคือค่าธรรมเนียมคงที่ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บต่อล็อต มักระบุแบบ “ต่อฝั่ง” (per side: คิดตอนเปิดและตอนปิด) หรือ “ไป-กลับ” (round turn: คิดรวมทั้งรอบ)

คำถามที่พบบ่อยคือ คอมมิชชั่นต่างจากสเปรดยังไง

สรุป:

  • สเปรดอยู่ในราคาที่เห็น และเกิดขึ้นเสมอเมื่อมีราคาซื้อ/ขาย
  • คอมมิชชั่นคือค่าธรรมเนียมแยก ที่จ่ายเพิ่มจากสเปรดดิบซึ่งมักแคบกว่า

บัญชี Standard มักสเปรดกว้างกว่าและไม่คิดคอมมิชชั่น ส่วนบัญชี ECN/Raw จะใช้ราคาที่ใกล้ตลาดมากขึ้นและคิดคอมมิชชั่นเพิ่ม (STP: ส่งคำสั่งไปยังผู้ให้สภาพคล่องโดยตรง)

ถ้าเทรดบ่อย โครงสร้าง raw + คอมมิชชั่นมักถูกกว่า

สวอปคืออะไร

สวอป (swap) หรือ rollover/overnight financing คือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายหรือได้รับจากการถือสถานะที่ใช้เลเวอเรจ (leverage: ใช้เงินน้อยควบคุมสัญญาใหญ่) ข้ามเวลา “ตัดรอบรายวัน” ของตลาด (ฟอเร็กซ์มักอยู่ราว 17:00 น. นิวยอร์ก)

คำถามที่พบบ่อยอีกข้อคือ สวอปต่างจากคอมมิชชั่นยังไง

หลักการต่างกันชัดเจน:

  • คอมมิชชั่นเป็นค่าธรรมเนียม “ทำรายการ” จ่ายตอนเปิดและปิด ไม่เกี่ยวกับเวลาถือ
  • สวอปเป็นต้นทุน “ตามเวลา” ถ้าถือนาน ต้นทุนสะสมเพิ่ม (หรืออาจเป็นเครดิต)

สวอปเกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินในคู่เงิน ธนาคารกลางกำหนดดอกเบี้ยนโยบายของแต่ละประเทศ เมื่อถือสกุลเงินหนึ่งเทียบอีกสกุล ต้องคิดต้นทุนดอกเบี้ยนี้ หากถือฝั่งที่ดอกเบี้ยสูงกว่า อาจได้เครดิตเล็กน้อย แต่ถ้าอยู่ฝั่งดอกเบี้ยต่ำกว่า มักต้องจ่าย

จุดที่ต้องรู้: วันพุธโดยทั่วไปฟอเร็กซ์จะคิดสวอป 3 เท่า (triple swap) เพื่อชดเชยช่วงสุดสัปดาห์ที่ตลาดปิดแต่ดอกเบี้ยยังเดิน ทำให้นักเทรดสวิงพลาดได้ง่าย

วิธีคำนวณต้นทุนรวม: สเปรด สวอป และคอมมิชชั่น

ต้นทุนรวมของการเทรดคำนวณได้ด้วยสูตร:

ต้นทุนรวม = (สเปรด × มูลค่า pip × ขนาดล็อต) + (คอมมิชชั่น × จำนวนล็อต แบบไป-กลับ) + (สวอปรายวัน × จำนวนคืนที่ถือ)

ตัวอย่าง: เปิด Long EUR/USD 1 ล็อต ในบัญชี ECN สเปรดดิบ ถือ 3 คืน แล้วปิด

  • สเปรด: 0.2 pip → 0.2 × $10 = $2.00
  • คอมมิชชั่น: $3 ต่อฝั่ง × 2 = $6.00
  • สวอป: −$5 ต่อคืน × 3 คืน = $15.00

ต้นทุนจริงรวม: $23.00

เปรียบเทียบบัญชีมาตรฐาน คู่เงินเดียวกัน ล็อตเท่ากัน ระยะเวลาเท่ากัน:

  • สเปรด: 1.2 pip → 1.2 × $10 = $12.00
  • คอมมิชชั่น: $0
  • สวอป: −$5.50 ต่อคืน × 3 คืน = $16.50

ต้นทุนจริงรวม: $28.50

แม้ต้องจ่ายคอมมิชชั่น บัญชีสเปรดดิบยังประหยัดได้ $5.50 และส่วนต่างจะมากขึ้นเมื่อเทรดหลายล็อต

แนวทางใช้งานจริง:

  • ใช้เครื่องคำนวณสเปรด สวอป และคอมมิชชั่น ก่อนกำหนดขนาดการเทรด โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ถือข้ามคืน
  • นับต้นทุนแบบไป-กลับ (เปิด+ปิด) เสมอ
  • เผื่อ 10–20% สำหรับ slippage (สลิปเพจ: ราคาได้จริงคลาดจากราคาที่กด) และสเปรดถ่างช่วงผันผวน
  • กลยุทธ์ถือยาว ให้ลองคำนวณที่ 7, 14, 30 คืน เพื่อเห็นผลของการสะสม

สเปรด สวอป และคอมมิชชั่นในการเทรดจริง: เทียบแบบข้างกัน

ตารางด้านล่างแสดงว่าดีลเดียวกันอาจมีต้นทุนต่างกันมากตามประเภทบัญชีและระยะเวลาถือ

สถานการณ์สเปรดคอมมิชชั่น (ไป-กลับ)สวอป (ต่อคืน)ระยะเวลาถือต้นทุนจริงรวม
EUR/USD 1 ล็อต, บัญชีมาตรฐาน, เทรดในวันเดียว1.2 pip ($12)$0n/aปิดภายในวัน$12.00
EUR/USD 1 ล็อต, บัญชี ECN, เทรดในวันเดียว0.2 pip ($2)$6n/aปิดภายในวัน$8.00
EUR/USD 1 ล็อต, บัญชีมาตรฐาน, สวิง1.2 pip ($12)$0−$5.505 คืน$39.50
EUR/USD 1 ล็อต, บัญชี ECN, สวิง0.2 pip ($2)$6−$55 คืน$33.00
XAU/USD (ทอง) 0.1 ล็อต, มาตรฐาน, ถือเป็นรอบ25 points ($2.50)$0−$310 คืน$32.50

ข้อสังเกตหลัก:

  • เทรดในวันเดียว โครงสร้าง ECN มักต้นทุนรวมต่ำกว่า
  • ถือหลายคืน สวอปมักกลายเป็นต้นทุนที่ใหญ่ที่สุด
  • ทองและดัชนีมักมีสวอปสูงกว่าคู่เงินหลัก เพราะเลเวอเรจและต้นทุนการเงินของสินทรัพย์อ้างอิงสูงกว่า

จึงควรดูโครงสร้างสเปรด-สวอป-คอมมิชชั่นทั้งหมด ไม่ใช่ดูแค่ “สเปรดที่โฆษณา” เวลาเปรียบเทียบโบรกเกอร์

วิธีลดต้นทุนสเปรด สวอป และคอมมิชชั่น

แนวทางที่นักเทรดใช้เพื่อลดต้นทุนรวม

เลือกประเภทบัญชีให้เหมาะกับสไตล์

  • เทรดถี่/สเกลป์: เลือกบัญชี ECN สเปรดดิบ ที่คอมมิชชั่นต่อฝั่งต่ำ
  • สวิงแบบไม่ถี่มาก: บัญชี Standard แบบ STP สเปรดกว้างกว่าแต่ไม่คิดคอมมิชชั่น ใช้ง่ายกว่า
  • ผู้ที่ต้องการเลี่ยงดอกเบี้ย/ถือยาว: พิจารณา บัญชี Swap-free (บัญชีอิสลาม: ไม่มีดอกเบี้ยค้างคืน) เพื่อตัดต้นทุนข้ามคืน โดยอาจชดเชยด้วยสเปรดกว้างขึ้นหรือค่าบริหารเล็กน้อย

เทรดในช่วงสภาพคล่องสูง

  • ช่วงตลาดลอนดอนทับซ้อนนิวยอร์ก (12:00–16:00 GMT) มักสเปรดแคบที่สุด
  • หลีกเลี่ยง 30 นาทีแรกหลังข่าวใหญ่ เพราะสเปรดอาจถ่าง 5–10 เท่า
  • ระวังช่วงตัดรอบสุดสัปดาห์และวันหยุดธนาคาร

ปรับขนาดสถานะและระยะเวลาถือ

  • ล็อตเล็ก มูลค่า pip ต่อการขยับจะเล็ก ทำให้ต้นทุนสเปรดเป็นเงินลดลง
  • ถ้าสวอปกินกำไร ให้ลดจำนวนคืนที่ถือ หรือสลับฝั่ง Long/Short (ชอร์ต: ทำกำไรเมื่อราคาลง) ตามแผนกลยุทธ์
  • ปิดสถานะก่อนเวลาตัดรอบรายวัน หากไม่จำเป็นต้องถือข้ามคืน

ใช้เครื่องมือช่วย

  • เครื่องคำนวณสเปรด สวอป และคอมมิชชั่น ช่วยให้ประเมินต้นทุนได้ตรงขึ้น
  • ตั้งแจ้งเตือนราคา เพื่อเข้าเทรดตอนสเปรดแคบ
  • ใช้ VPS (เซิร์ฟเวอร์เสมือน: เครื่องที่ทำงานใกล้เซิร์ฟเวอร์โบรกเกอร์) สำหรับระบบเทรดอัตโนมัติ เพราะความเร็วส่งคำสั่งมีผลต่อสเปรดที่เกิดขึ้นจริง

เลี่ยงกับดักต้นทุน

  • คำว่า “เริ่ม 0.0 pip” ไม่สำคัญเท่าค่าเฉลี่ยสเปรดที่เจอจริง
  • ระวังค่าไม่ใช้งานบัญชี ค่าฝาก-ถอน และค่าปลงเงิน (currency conversion: แปลงสกุลเงินแล้วมีส่วนต่าง/ค่าธรรมเนียม)
  • การบวกเพิ่มในอัตราสวอปพบได้บ่อย ควรเทียบอัตราสวอปที่โบรกเกอร์ประกาศ

การเลือกโบรกเกอร์ MT4 และ MT5 ให้เหมาะ

การเลือกโบรกเกอร์ส่งผลต่อสเปรด สวอป และคอมมิชชั่นมาก MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 (MT4/MT5: แพลตฟอร์มเทรดยอดนิยม) ยังเป็นมาตรฐานของตลาด และโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือจำนวนมาก รวมถึง VT Markets มีให้ใช้ทั้งสองแพลตฟอร์ม

เกณฑ์ที่ควรดูเมื่อประเมินโบรกเกอร์ MT4/MT5:

  • การกำกับดูแล (regulation: ใบอนุญาตและการตรวจสอบ) โดยหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับ เช่น FSCA ของแอฟริกาใต้, FSC ของมอริเชียส และ CMA ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • ราคาโปร่งใส มีการเผยแพร่สเปรดและอัตราสวอป
  • มีหลายประเภทบัญชี (STP, ECN, swap-free, cent (บัญชีเซนต์: ใช้หน่วยเงินย่อย เหมาะฝึกและคุมความเสี่ยง)) เพื่อขยายตามกลยุทธ์
  • สเปรดดิบของคู่เงินหลักแคบและนิ่ง พร้อมคอมมิชชั่นต่อล็อตแข่งขันได้
  • ส่งคำสั่งเร็ว ลด slippage และลด requote (รีโควต: ระบบแจ้งว่าราคาเปลี่ยน ต้องกดยืนยันใหม่)
  • มีเครื่องมือความรู้และวิเคราะห์ รวมเครื่องคำนวณ และปฏิทินเศรษฐกิจ (economic calendar: ตารางกำหนดการตัวเลขเศรษฐกิจ)
  • ช่องทางฝาก-ถอนที่เชื่อถือได้และถอนเร็ว

VT Markets มี MT4 และ MT5 หลายประเภทบัญชี มีสเปรดดิบในบัญชี ECN มีบัญชี swap-free สำหรับลูกค้าที่เข้าเงื่อนไข และเลเวอเรจสูงสุด 500:1 (500:1 คือใช้เงิน 1 ส่วนควบคุมสัญญา 500 ส่วน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: เทรด 1 ครั้ง “เสียจริง” เท่าไร

ขึ้นกับสินทรัพย์ ขนาดล็อต และประเภทบัญชี โดยเป็นค่าประมาณในปี 2026 การเทรด EUR/USD 1 ล็อตแบบปิดในวันเดียว มักมีต้นทุนรวมราว $8–$12 สำหรับโบรกเกอร์ MT4/MT5 ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล (รวมสเปรดและคอมมิชชั่น) หากถือข้ามคืนจะมีสวอปเพิ่ม

Q2: อธิบายง่าย ๆ สเปรดต่างจากคอมมิชชั่นอย่างไร

สเปรดคือส่วนต่างราคาซื้อ-ขายที่เห็นบนหน้าจอ ส่วนคอมมิชชั่นคือค่าธรรมเนียมต่อล็อตที่เก็บแยก บัญชีมาตรฐานมักรวมต้นทุนไว้ในสเปรดที่กว้างกว่า ขณะที่บัญชี ECN มักสเปรดแคบกว่าและคิดคอมมิชชั่นชัดเจน

Q3: สวอปต่างจากคอมมิชชั่นอย่างไร

คอมมิชชั่นคิดตอนเปิดและปิด เป็นค่าทำรายการ ส่วนสวอปคิดทุกคืนที่ถือสถานะ เป็นต้นทุนตามเวลา เดย์เทรดเดอร์แทบไม่โดนสวอป แต่คนถือเป็นรอบจะโดนมาก

Q4: เลี่ยงสวอปได้ไหม

ได้ บัญชี swap-free หรืออิสลามออกแบบมาเพื่อไม่คิดดอกเบี้ยข้ามคืน โดยมักชดเชยด้วยสเปรดกว้างขึ้นเล็กน้อยหรือค่าธรรมเนียมการดูแลบัญชี

Q5: ทำไมต้นทุนจริงสูงกว่าในเครื่องคำนวณ

สลิปเพจ สเปรดถ่างช่วงข่าว และค่าปลงเงิน อาจทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่เครื่องคำนวณประเมิน ควรเผื่อ 10–20% สำหรับสภาพตลาดจริง

Start Trading Smarter with VT Markets

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ เทรดถี่แบบสเกลป์ที่เน้นสเปรดแคบ หรือสวิงที่ต้องรับต้นทุนข้ามคืน หลักการเหมือนกันคือ วัดต้นทุนทุกส่วน เลือกบัญชีให้เหมาะ และเลือกโบรกเกอร์ที่เปิดเผยตัวเลขชัดเจน

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code