ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการกำกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐ (CFTC) ชี้ว่า สถานะสุทธิ (net positions) ของ S&P 500 อยู่ที่ 11.3K พลิกกลับจากระดับก่อนหน้าที่ -27.3K การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ดุลยภาพของการถือสถานะกลับมาอยู่ในแดนบวกอีกครั้ง หลังจากค่าก่อนหน้าต่ำกว่าศูนย์
การเปลี่ยนแปลงของมุมมองตลาดและรูปแบบตามฤดูกาล
ข้อมูลล่าสุดของ CFTC สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงมหาศาลของมุมมองตลาด โดยสถานะสุทธิของกลุ่มผู้เล่นที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (non-commercial) พลิกจาก “ชอร์ตสุทธิ” -27.3K สัญญา มาเป็น “ลองสุทธิ” 11.3K เรามองว่าการกลับลำอย่างรุนแรงนี้บ่งชี้ว่านักเก็งกำไรรายใหญ่เลิกเดิมพันขาลง และหันมาไล่ซื้อ (chasing) ตลาดให้ปรับขึ้นต่อ ผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ควรตอบสนองด้วยการวางพอร์ตเพื่อรองรับโมเมนตัมขาขึ้นที่มีโอกาสต่อเนื่องใน S&P 500 ขณะที่แรงปิดชอร์ต (short covering) อาจยืดเยื้อไปจนถึงช่วงปลายเดือนสิงหาคม
ในเชิงสถิติ ปลายเดือนสิงหาคมและกันยายนมักเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดของปี โดย S&P 500 เฉลี่ยปรับลง 1.2% ในเดือนกันยายนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เมื่อกลุ่มนักเก็งกำไรรายใหญ่พลิกมาเป็น “ลองสุทธิ” ท่ามกลางช่วงฤดูกาลที่มักอ่อนแอเช่นนี้ มักกระตุ้นให้เกิดการรีบาวด์แบบสวนทาง (contrarian rally) ซึ่งทำให้นักลงทุนรายย่อยตั้งตัวไม่ทัน การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นในลักษณะเดียวกันในอดีตเคยนำไปสู่การปรับขึ้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เมื่อผู้ซื้อสถาบันถูกบีบให้ต้องปรับสัดส่วนและจัดสรรเงินทุนใหม่
กลยุทธ์การเทรดสำหรับภาวะตลาดปัจจุบัน
เพื่อเทรดธีมนี้อย่างปลอดภัย เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงการซื้อคอลออปชันแบบเดี่ยว (outright long call) ซึ่งอาจเปราะบางต่อความผันผวนสูงในช่วงปลายฤดูร้อน แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ควรใช้กลยุทธ์ bull call spread ที่มีวันหมดอายุช่วงปลายเดือนกันยายน เพื่อเก็บอัพไซด์พร้อมจำกัดความเสี่ยงให้ชัดเจน แนวทางนี้ช่วยให้สามารถทำกำไรจากโมเมนตัมเชิงเก็งกำไรได้ โดยไม่เสียหายมากจากการย่อตัวแรงระยะสั้นของตลาด
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets